ประจำวันที่ 10 พฤษภาคม 2018 “การกลับบ้าน”

ฟีลิปปี 3:20-21 – แต่บ้านเมืองของเรานั้นอยู่ที่สวรรค์ เรารอคอยผู้ช่วยให้รอด ซึ่งจะเสด็จมาจากสวรรค์คือพระเยซูคริสตเจ้าพระองค์จะทรงเปลี่ยนแปลงกายอันต่ำต้อยของเราให้เหมือนพระกายอันทรงพระสิริของพระองค์ ด้วยฤทธานุภาพซึ่งทำให้พระองค์ปราบสิ่งสารพัดลงใต้อำนาจของพระองค์

เรย์มอน แฮร์รีอายุ 19 ปีเมื่อฝูงบินญี่ปุ่นบินเหนืออ่าวเพิร์ลฮาร์เบอร์ในวันที่ 7 ธันวาคม 1941 เมื่อลูกระเบิดเริ่มหล่นลงมาและตอร์ปิโตพุ่งออกมานั้นแฮร์รีใช้เวลาไม่นานเพื่อวิ่งไปยังปืนต่อสู้อากาศยาน เขารู้สึกโมโหที่พบว่าอาวุธนั้นใช้การไม่ได้

ก่อนที่แฮร์รีจะใช้แผนสองเรือก็แยกออกจากกันเมื่อระเบิดลูกหนึ่งหล่นมายังห้องเก็บระเบิดดินปืน เรือยูเอสเอส อาริโซนาจมลงอย่างรวดเร็วพร้อมกับลูกเรือ 1,177 คน แฮร์รีกระเด็นไปอยู่ในบริเวณน้ำที่มีไฟลุกไหม้เพราะน้ำมัน เขารอดชีวิตในวันนั้นและวันต่อมาก็เป็นกำลังช่วยเหลือเก็บกู้ร่างของผู้ที่เสียชีวิต

แฮร์รีรอดจากสงครามและมีชีวิตอยู่ต่อมาจนกระทั่งอายุ 94 ปี

เขาตั้งใจอยู่ตลอดเวลาที่จะกลับไปที่อ่าวเพิร์ลฮาร์เบอร์และเยี่ยมอนุสรณสถานเรือยูเอสเอส อาริโซนา แต่น่าเศร้าเหมือนกันความตั้งใจอื่นๆ ที่ไม่เคยทำสำเร็จ อย่างน้อยก็ในช่วงที่เขามีชีวิตอยู่ ในช่วงที่เสียชีวิตไปแล้วก็อีกเรื่องหนึ่ง ในฐานะผู้รอดชีวิตจากเรืออาริโซนาเขาได้รับคำมั่นที่เป็นโอกาสและเกียรติที่จะได้รับการฝังศพไว้ด้วยกันกับมิตรสหายของเขา

นั่นเป็นเหตุให้เมื่อปีที่แล้วมีหนึ่งร้อยคนมาร่วมกันให้เกียรติยกย่องต่อกลาสีเรือเป็นครั้งสุดท้าย และคณะนักประดาน้ำนำอัฐิของเขาไปยังป้อมปืนหมายเลข 3 ของเรือรบ
ดาเนียล มาร์ติเนซ หัวหน้านักประวัติศาสตร์เกี่ยวกับวีรบุรุษแห่งสงครามโลกครั้งที่สองของพิพิธภัณฑ์แห่งชาติแปซิฟิกกล่าวว่า “แฮร์รีได้กลับมายังเรือของเขาและเพื่อนร่วมลำเรือของเขา” เขากล่าวต่อไปว่า “แม้กระทั่งในวันสุดท้ายของชีวิตแฮร์รีก็ยังตัดสินใจว่าเขากำลังกลับบ้าน กลับไปยังบ้านที่ยูเอสเอส อาริโซนา”

ผมเข้าใจได้ว่าทำไมแฮร์รีจึงรู้สึกอย่างนั้น เมื่อคุณมีชีวิต ร่วมทุกข์และเกือบตายกับสหายที่อยู่ด้วยกันมานาน นั่นเป็นความสัมพันธ์ที่พิเศษมาก เป็นความสัมพันธ์ที่สะเทือนอารมณ์และมีพลังเมื่อวันเวลาผ่านไปเป็นปีๆ และสิบๆ ปี
ผมเข้าใจได้ในสิ่งที่มาร์ติเนซพูด แต่ก็ไม่เห็นด้วยกับประโยคสุดท้ายของเขา

ในขณะที่ชิ้นส่วนที่เหลืออยู่ในโลกนี้ของแฮร์รีได้รับการนำไปเก็บไว้ในสถานที่ซึ่งมีเกียรติและเป็นที่ยกย่อง แต่ตัวของเขาไม่ได้อยู่ที่นั่น ดวงวิญญาณนิรันดร์ที่เป็นตัวของเขาซึ่งพระเยซูทรงยอมทนทุกข์และสิ้นพระชนม์แทนนั้นไม่ได้ถูกเก็บฝังไว้ในเรือก้นอ่าวเพิร์ลฮาร์เบอร์แต่อย่างใด
ในทางตรงกันข้าม เมื่อทหารเรือชราหายใจเฮือกสุดท้ายในโลกนี้ ถ้าเขาเคยเป็นผู้ติดตามพระคริสต์เขาก็คงได้กลับบ้านอย่างแท้จริงคือกลับบ้านที่สวรรค์ ผู้เชื่อทุกคนมีความเป็นพลเมืองของสวรรค์ และเขาจะไม่เพียงได้พบกันอีกครั้งกับผู้ที่เสียสละชีวิตในโลกนี้เพื่อให้ได้มาซึ่งเสรีภาพ แต่เขาจะได้พบกับพระผู้ช่วยให้รอดผู้ทรงยอมสละชีวิตเพื่อให้เราได้มาซึ่งความรอดชั่วนิรันดร์

ดังที่ผู้แต่งเพลงชีวิตคริสเตียนเขียนไว้ว่า “สวรรค์คือบ้านของเรา”

อธิษฐาน: ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้าที่รัก เวลาที่ข้าพระองค์กลับบ้านจะมาถึง ขอทรงให้ข้าพระองค์มีความเชื่อที่สำนึกถึงพระคุณของพระผู้ช่วยให้รอดที่ทรงสละพระชนม์ชีพของพระองค์เพื่อว่าสวรรค์จะเป็นบ้านของข้าพระองค์และมิตรสหายที่ได้รับการไถ่แล้วทุกคน อธิษฐานในพระนามพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน

ลิขสิทธิ์: Lutheran Hour Ministries

Comments

comments

Updated: May 10, 2018 — 3:27 am
Journey into Light Thailand © 2016 Frontier Theme
ปิดโหมดสีเทา