ประจำวันที่ 12 พฤษภาคม 2018 “เราจะมีชีวิตอยู่ด้วยเช่นกัน”

1 เธสะโลนิกา 4:13-14 – ดูก่อนพี่น้องทั้งหลาย เราไม่อยากให้ท่านไม่ทราบความจริงเรื่องคนที่ล่วงหลับไปแล้ว เพื่อท่านจะไม่เป็นทุกข์โศกเศร้า อย่างคนอื่นๆ ที่ไม่มีความหวัง เพราะในเมื่อเราเชื่อว่าพระเยซูทรงสิ้นพระชนม์ และทรงคืนพระชนม์แล้ว โดยพระเยซูนั้น พระเจ้าจะทรงนำบรรดาคนที่ล่วงหลับไปแล้วนั้น มากับพระองค์

ผมรู้ว่าไม่มีสังคมมนุษย์ใดที่ไม่มีประเพณีพิธีศพของตนเอง

ความปรารถนาในการให้เกียรติและร่ำลาด้วยความเคารพแก่การจากไปของคนที่รักดูเหมือนจะเป็นความรู้สึกที่เหมือนๆ กันทั่วโลก แน่นอนว่าแต่ละที่มีความหลากหลายกันไป หนึ่งในประเพณีที่มีความแปลกประหลาดมากคือที่ภูมิภาคโทราจา ประเทศอินโดนีเซีย ที่นั่นเมื่อมีคนใกล้เสียชีวิต คนที่อยู่ข้างหลังจะเตรียมการเก็บรักษาศพด้วยการทำน้ำยารักษาศพที่ผสมจากสารฟอร์มัลดิไฮด์และแอลกอฮอลเมธานอล จากนั้นก็วางศพไว้ที่ศูนย์กลางของบ้าน แล้วแต่งตัวให้ศพเป็นอย่างดี จัดอาหารและน้ำวางไว้ให้ และพูดคุยกับศพราวกับว่าเป็นยังมีชีวิตอยู่

ต่อมา หลังจากช่วงเวลาแห่งการแสดงความเคารพซึ่งอาจยาวนานเป็นเดือนๆ แม้กระทั่งเป็นปีๆ เจ้าภาพก็จัดพิธีฝังศพ เขาทำอะไรกับพิธีนี้ ในช่วงเวลาหลายวันของพิธีฝังศพเจ้าภาพใช้เงินจำนวนมากในการเลี้ยงอาหารผู้คนซึ่งเดินทางมาจากทั่วโลก กิจกรรมนี้อาจทำให้สิ้นเนื้อประดาตัวได้หากคนเหล่านี้ไม่ได้สะสมเงินไว้ให้มากพอกับค่าใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟือยของพิธีกรรมนี้

ตอนนี้ถ้าถามคนเหล่านี้ว่าทำไมเขาทำเช่นนี้ เขาก็จะตอบคุณว่า…
สิ่งที่เขาทำไม่ใช่เนื่องมาจากความรัก ความเคารพหรือความนับถือที่มีต่อผู้เสียชีวิตแต่อย่างใด เปล่าเลย เขาทำเพราะเขากลัวว่าคนที่เสียชีวิตจะมาหลอกหลอนและทำให้เขาเดือดร้อน

ดูจากภายนอกแล้วช่างน่าเศร้าที่ต้องใช้เวลาเป็นปีอยู่กับความกลัวที่มีต่อคนที่คุณเคยรัก
ในทางตรงข้ามกับดวงวิญญาณที่มีความกลัวเหล่านี้ เรามีพระคำของพระเจ้าที่ทรงต้องการมอบความรู้และความเชื่อแก่เราเพื่อให้เราเผชิญหน้ากับความตายที่แต่ต่างออกไป
พระเจ้าทรงต้องการให้เรารู้เพราะว่าการสละพระชนม์และการคืนพระชนม์ของพระเยซูที่เราต้องการไม่ใช่การอยู่หรือตายหรือโศกเศร้าราวกับว่าเราไม่มีความหวัง แต่เพราะเรารู้ว่าสิ่งที่พระผู้ช่วยให้รอดทรงกระทำนั้นทำให้ผู้ที่ล่วงหลับไปในพระเยซูจะมีชีวิตขึ้นอีกครั้งหนึ่ง

ขณะที่เรามีชีวิต เมื่อเราตาย เมื่อเราลาจากผู้เชื่อคนอื่นๆ เราสามารถชื่นชมยินดีได้ เพราะเรารู้ว่าพระผู้ช่วยให้รอดของเราทรงพระชนม์อยู่ และเราจะมีชีวิตอยู่ด้วยเช่นกัน (ดู ยอห์น 14:19)

อธิษฐาน: ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้าที่รัก “ข้าพระองค์รู้ว่าพระผู้ไถ่ทรงพระชนม์อยู่ ประโยคนี้มีความหมายที่สร้างความมั่นใจอย่างยิ่ง พระองค์ทรงพระชนม์อยู่เพื่อสยบความกลัวทั้งสิ้นของข้าพระองค์ พระองค์ทรงพระชนม์อยู่เพื่อเช็ดน้ำตาของข้าพระองค์ พระองค์ทรงพระชนม์อยู่เพื่อทำให้จิตใจที่เป็นทุกข์ของข้าพระองค์สงบลง พระองค์ทรงพระชนม์อยู่เพื่อประทานพระพร พระองค์ทรงพระชนม์อยู่เพื่อเป็นเพื่อนที่เมตตา ชาญฉลาดแห่งสวรรค์ของข้าพระองค์ พระองค์ทรงพระชนม์อยู่และรักข้าพระองค์จนถึงที่สุด พระองค์ทรงพระชนม์อยู่และทรงประทานลมหายใจแต่ละวันให้ข้าพระองค์ พระองค์ทรงพระชนม์อยู่และข้าพระองค์จะมีชัยเหนือความตาย พระองค์ทรงพระชนม์อยู่เพื่อจัดเตรียมบ้านในสวรรค์แก่ข้าพระองค์ พระองค์ทรงพระชนม์อยู่เพื่อนำข้าพระองค์ไปที่นั่นด้วยความปลอดภัย ประโยคนี้ช่างให้ความปิติยินดีแก่ข้าพระองค์ ข้าพระองค์รู้ว่าพระผู้ช่วยให้รอดของข้าพระองค์ทรงพระชนม์อยู่” ข้าพระองค์ขอบพระคุณพระองค์ในพระนามพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน

© : Lutheran Hour Ministries

Comments

comments

Updated: May 12, 2018 — 7:04 am
Journey into Light Thailand © 2016 Frontier Theme
ปิดโหมดสีเทา