ธรรมชีวิตประจำวันที่ 1 ธันวาคม 2018 “สิ่งที่น่าเกลียดน่ากลัวและผีร้าย”

เอเฟซัส 6:12-14 – เพราะว่าเราไม่ได้ต่อสู้กับเนื้อหนังและเลือด แต่ต่อสู้กับเทพผู้ครอง ศักดิเทพ เทพผู้ครองพิภพในโมหะความมืดแห่งโลกนี้ ต่อสู้กับเหล่าวิญญาณที่ชั่วในสถานฟ้าอากาศ เหตุฉะนั้นจงรับยุทธภัณฑ์ทั้งชุดของพระเจ้าไว้ เพื่อท่านจะได้ต่อต้านในวันอันชั่วร้ายนั้น และเมื่อเสร็จแล้วจะอยู่อย่างมั่นคงได้ เหตุฉะนั้นท่านจงมั่นคง เอาความจริงคาดเอว เอาความชอบธรรมเป็นทับทรวงเครื่องป้องกันอก

การขึ้นอยู่กับสิ่งที่นักประวัติศาสตร์ที่คุณเชื่อถือ ซึ่งเป็นสก็อตส์หรือเวลช์ผู้ซึ่งอธิษฐานว่า “จากสิ่งที่น่าเกลียดน่ากลัวและผีร้าย และเปรตขายาว และสิ่งที่เร่ร่อนในยามวิกาล โอพระที่ดีขอช่วยปลดปล่อยข้าด้วยเถิด” ทีนี้สิ่งน่าประหลาดคือคนแรกที่เขียนคำอธิษฐานนั้นไม่เคยเห็นสิ่งที่เกลียดน่ากลัวและผีร้ายเลย และเขาก็ไม่เคยพบเห็นเปรตขายาวด้วยเช่นกัน

แต่คำอธิษฐานนั้นก็ยังอยู่รอดมาได้เรื่อยๆ จนบางส่วนตกทอดมาถึงเราเพราะภาษาที่มีความอัศจรรย์และเพราะสิ่งนี้สัมผัสส่วนลึกภายในเราทั้งหลาย คือ ความกลัวต่อสิ่งที่ไม่รู้จักและสิ่งที่เราไม่สามารถควบคุมได้

เมื่อชาวยุโรปเดินทางข้ามมหาสมุทร เขาคงอธิษฐานอย่างนี้

เมื่อมีเพียงเครื่องมือนำทางเบื้องต้นที่ไม่ค่อยสมบูรณ์นักพร้อมกับแผนที่ซึ่งวาดขึ้นบนพื้นฐานของการสันนิษฐานแทนที่จะเป็นข้อเท็จจริง สิ่งที่ไม่รู้ว่าเป็นอะไรก็คือความน่ากลัวที่มีอยู่ตลอดเวลานั่นเอง เขาจะแล่นเรือไปจนสุดปลายแผ่นดินโลกและจมลงส่วนที่ลึกที่สุดโดยไม่มีปลายทางหรือไม่ ใครจะบอกได้ เมื่อนักสำรวจเหล่านี้กลับมา คนที่ทำแผนที่ก็รุมกันเข้ามายังเครื่องบันทึกการเดินเรือและเริ่มเพิ่มสิ่งที่ไม่รู้ในท้องทะเลเข้าไปในแผนที่ ในที่สุดแม่น้ำ เกาะ และท่าเรือที่ใหญ่ๆ ก็ปรากฎขึ้น แต่ยังพื้นที่กว้างใหญ่ในมหาสมุทรที่ไม่มีใครสัมผัส และยังมีพื้นที่ซึ่งเป็นที่รู้จักแล้วยังคงไม่เป็นที่รู้จัก ในพื้นที่เช่นนั้นทำให้คนสร้างแผนที่เขียนด้วยมืออันสั่นว่า “นี่อาจเป็นมังกร”

เขาไม่แน่ใจจึงจินตนาการถึงสิ่งเลวร้ายที่สุด

ทุกวันนี้ก็ไม่แตกต่างไปนัก จากการทำสำรวจในประเทศอังกฤษเมื่อเร็วๆ นี้ทำให้เห็นถึงสถิติที่น่าประหลาดใจ เช่น ร้อยละ 64 ของวัยผู้ใหญ่ยอมรับว่าเขายังคงกลัวความมืด เกือบสองในสามของคนในประเทศไม่ชอบปิดไฟเมื่อเข้านอน และร้อยละ 36 รู้สึกว่ามีใครบางคนหรืออะไรบางอย่างอยู่ด้วยกับเขาในห้อง

ร้อยละ 20 มักตรวจสอบใต้เตียงเพราะกลัวสัตว์ประหลาดที่ซ่อนอยู่ ร้อยละ 17 เปิดไฟนอนเกือบทั้งคืนตลอดสัปดาห์ และร้อยละ 25 เชื่อว่าเขาเห็นเงาลึกลับในห้องนอนของตน

ถ้าการสำรวจนี้เชื่อได้ก็หมายความว่ามีคนมากมายที่นับจากบรรบุรุษของเขามาแล้วต่างอธิษฐานว่า “จากสิ่งที่น่าเกลียดน่ากลัวและผีร้าย และเปรตขายาว และสิ่งที่เร่ร่อนในยามวิกาล โอพระที่ดีขอช่วยปลดปล่อยข้าด้วยเถิด”

ตอนนี้พระคัมภีร์ไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับสิ่งที่น่าเกลียดน่ากลัวและอื่นๆ ตามคำอธิษฐานนั้น แต่นั่นไม่ได้หมาย ความว่าพระคัมภีร์ไม่กล่าวถึงโลกของวิญญาณที่มองไม่เห็น เปาโลพูดหนุนใจเมื่อท่านเขียนว่า “เราต่อสู้กับเทพผู้ครอง ศักดิเทพ เทพผู้ครองพิภพในโมหะความมืดแห่งโลกนี้ ต่อสู้กับเหล่าวิญญาณที่ชั่วในสถานฟ้าอากาศ”

ตามที่เปาโลเขียนแสดงว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องจริง แต่ความจริงที่เท่ากันคือฤทธิ์อำนาจขององค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงส่งพระบุตรของพระองค์เข้ามาในโลกในฐานะค่าไถ่ซึ่ง

สามารถช่วยกู้เราจากอำนาจมืดเหล่านี้ เปาโลได้รับการเล้า โลมและเสริมกำลังจากฤทธิ์เดชของพระเจ้า ท่านจึงเขียนว่า “แต่ว่าในเหตุการณ์ทั้งปวงเหล่านี้ เรามีชัยเหลือล้นโดยพระ องค์ผู้ได้ทรงรักเราทั้งหลาย เพราะข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่า แม้ความตาย หรือชีวิต หรือบรรดาทูตสวรรค์ หรือเทพเจ้า หรือสิ่งซึ่งมีอยู่ในปัจจุบันนี้ หรือสิ่งซึ่งจะมีในภายหน้า หรือฤทธิ์เดชทั้งหลาย หรือซึ่งสูง หรือซึ่งลึก หรือสิ่งใดๆ อื่นที่ได้ทรงสร้างแล้วนั้น จะไม่สามารถกระทำให้เราทั้งหลายขาดจากความรักของพระเจ้า ซึ่งมีอยู่ในพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเราได้” (โรม 8:37-39)

อธิษฐาน: ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้าที่รัก พระองค์ทรงปลดปล่อยเราจากสิ่งที่มองเห็นและมองไม่เห็น ขอทรงให้เราจดจ้องที่พระผู้ช่วยให้รอดและชัยชนะที่พระองค์ทรงได้มาเพื่อการยกโทษและช่วยกู้คนบาปให้รอด อธิษฐานในพระนามพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน

© : Lutheran Hour Ministries

Updated: December 1, 2018 — 6:23 am
Journey into Light Thailand © 2016 Frontier Theme
ปิดโหมดสีเทา