ธรรมชีวิตประจำวันที่ 9 กันยายน 2020 “การให้คำเชิญชวนของพระเจ้า”

โรม 14:1-3, 8-12 – ส่วนคนที่ยังมีความเชื่อน้อยอยู่นั้น จงรับเขาไว้ แต่มิใช่เพื่อให้โต้เถียงกันในเรื่องความเชื่อที่แตกต่างกันนั้น คนหนึ่งถือว่าจะกินอะไรก็ได้ทั้งนั้น แต่คนที่มีความเชื่อน้อยก็กินแต่ผักเท่านั้น อย่าให้คนที่กินนั้นดูหมิ่นคนที่ไม่ได้กิน และอย่าให้คนที่มิได้กินกล่าวโทษคนที่ได้กิน เพราะว่าพระเจ้าได้ทรงโปรดรับเขาไว้แล้ว…ถ้าเรามีชีวิตอยู่ ก็มีชีวิตอยู่เพื่อองค์พระผู้เป็นเจ้า และถ้าเราตายก็ตายเพื่อองค์พระผู้เป็นเจ้า เหตุฉะนั้นไม่ว่าเรามีชีวิตอยู่หรือตายไปก็ตาม เราก็เป็นคนขององค์พระผู้เป็นเจ้า เพราะเหตุนี้เอง พระคริสต์จึงได้ทรงสิ้นพระชนม์และได้ทรงคืนพระชนม์อีก เพื่อจะได้เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าของคนตายและคนเป็น  แต่ตัวท่านเล่า เหตุไฉนท่านจึงกล่าวโทษพี่น้องของท่าน หรือท่านผู้เป็นอีกฝ่ายหนึ่ง เหตุไฉนท่านจึงดูหมิ่นพี่น้องของท่าน เพราะว่าเราทุกคนต้องยืนอยู่หน้าบัลลังก์พิพากษาของพระเจ้า เพราะมีคำเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ตรัสว่า “เรามีชีวิตอยู่แน่นอนฉันใด ทุกคนจะคุกเข่ากราบเรา และทุกลิ้นจะสรรเสริญพระเจ้า” ฉะนั้นเราทุกคนจะต้องทูลเรื่องราวของตัวเองต่อพระเจ้า

คำสอนตอนนี้ของท่านเปาโลให้ข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์  ในการเดินทางไปเป็นมิชชันนารีของท่านทำให้ท่านพบกับผู้คนทุกประเภท ท่านโต้แย้งกับนักวิชาการเรื่องพระคริสต์ และแบ่งปันเรื่องพระผู้ช่วยให้รอดกับผู้คนชายหญิงที่ท่านพบระหว่างการเดินทางแต่ละวัน ในขณะที่มีความเห็นและความเชื่อแตกต่างกันในหมู่คนที่ท่านพบซึ่งดูเหมือนว่าท่านไม่ค่อยพะวงนักที่จะเข้าใจก่อนที่ท่านจะบอกเขาเกี่ยวกับพระเยซู “เพราะข้าพเจ้าตั้งใจว่าจะไม่แสดงความรู้เรื่องใดๆ ในหมู่พวกท่านเลย เว้นแต่เรื่องพระเยซูคริสต์และการที่พระองค์ทรงถูกตรึงที่กางเขน” (1 โครินธ์ 2:2)

ในที่สุดแล้วคนที่แตกต่างจากเราในด้านนิสัยหรือประเพณีก็ไม่ได้ถูกกันออกไปจากความรักของพระเจ้า เราทุกคนเป็นคนบาป เราอยู่ในเรือลำเดียวกันไม่ว่าจะเป็นคนที่ทำงานนั่งโต๊ะหรือใช้แรงงานหรืออื่นๆ โลกนี้เต็มไปด้วยคนบาปที่ต้องการพระคุณและพระเมตตาของพระเจ้าทั้งสิ้น ท่านเปาโลมีสิ่งนี้ประทับอยู่ในใจของท่าน และสื่อให้เห็นทุกอย่างที่ท่านกระทำ “คำนี้เป็นคำจริงและสมควรที่คนทั้งปวงจะรับไว้ คือว่าพระเยซูคริสต์ได้เสด็จมาในโลก เพื่อจะได้ทรงช่วยคนบาปให้รอด และในพวกคนบาปนั้นข้าพเจ้าเป็นตัวเอก” (1 ทิโมธี 1:15) ไม่มีพื้นที่ให้กับการตัดสิน ไม่มีเหตุผลที่จะเหยียดหยามคนอื่นๆ ซึ่งก็เป็นเหมือนเราคือผู้หลงหายหากปราศจากพระคุณพระเจ้า

ดังนั้น สำหรับคนที่แตกต่างไปจากเรา ท่านเปาโลประกาศว่า “พระเจ้าทรงต้อนรับเขา (และเธอ)” พระเยซูทรงแสดงเรื่องนี้ให้ปรากฎในการหักขนมปังกับคนบาป เพื่อทำให้ฟาริสีและครูสอนศาสนาไม่พอใจ (ดูลูกา 15:1-10) พระเยซูทรงสำแดงความรักของพระเจ้าที่ทรงมีต่อหญิงชาวสะมาเรียที่บ่อน้ำ ต่อบุตรชายของนายร้อยโรมัน และในเรื่องราวของบุตรน้อยชาวยิวที่หลงหาย (ดู ยอห์น 4; ลูกา 7:1-10; ลูกา 15:11-32)  ในความเป็นจริงแล้วความแตกต่างภายนอกที่เราเห็นเป็นเรื่องผิวเผินที่ไม่สำคัญ แต่ยังมีอุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ต่อภารกิจของพระเจ้าในชีวิตของเรา เราตาบอดในสิ่งที่พระเจ้าทรงเห็นในจิตใจ

และนั่นคือสิ่งที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงทำการ ทรงนำเราสู่ความเชื่อในพระเยซู เสริมสร้างชีวิตของเราด้วยการทรงสถิตอยู่ด้วยของพระองค์ และทรงให้แรงบันดาลใจแก่เราในการบอกคนอื่นเกี่ยวกับพระผู้ช่วยให้รอดด้วยหัวใจที่ต้อนรับทุกคน

อธิษฐาน:  พระบิดาแห่งฟ้าสวรรค์ ขอทรงสอนเราให้มองข้ามความแตกต่างของผู้คนและยอมรับเขาเหมือนที่พระองค์ทรงยอมรับเรา อธิษฐานในพระนามพระเยซู อาเมน

คำถามเพื่อการใคร่ครวญ:

  1. พระเจ้าทรงต้อนรับเราด้วยวิธีการใดบ้าง
  2. คุณมีปัญหาหรือไม่ที่บางครั้งมีคนแสดงความเชื่อของเขาด้วยวิธีการที่แตกต่างไปจากเรา
  3. มีคนสนับสนุนและให้กำลังใจคุณในความเชื่อหรือไม่ เมื่อความเชื่อของคุณยังน้อยหรือยังไม่เป็นผู้ใหญ่

© : Lutheran Hour Ministries

Updated: September 8, 2020 — 7:31 am
Journey into Light Thailand © 2016 Frontier Theme
ปิดโหมดสีเทา