ธรรมชีวิตประจำวันที่ 10 กันยายน 2020 “หนี้ที่แท้จริง”

มัทธิว 18:21-35 – ขณะนั้นเปโตรมาทูลพระองค์ว่า “พระองค์เจ้าข้า หากพี่น้องของข้าพระองค์จะกระทำผิดต่อข้าพระองค์เรื่อยไป ข้าพระองค์ควรจะยกความผิดของเขาสักกี่ครั้ง ถึงเจ็ดครั้งหรือ” พระเยซูตรัสตอบเขาว่า “เรามิได้ว่าเพียงเจ็ดครั้งเท่านั้น แต่เจ็ดครั้งคูณด้วยเจ็ดสิบ “เหตุฉะนั้นแผ่นดินสวรรค์เปรียบเหมือนเจ้าองค์หนึ่งทรงประสงค์จะคิดบัญชีกับทาส เมื่อตั้งต้นทำการนั้นแล้ว เขาพาคนหนึ่งซึ่งเป็นหนี้หนึ่งหมื่นตะลันต์มาเฝ้า ท่านจึงสั่งให้ขายตัวกับทั้งเมีย และลูกและบรรดาสิ่งของที่เขามีอยู่นั้นเอามาใช้หนี้ เพราะเขาไม่มีเงินจะใช้หนี้ ทาสลูกหนี้ผู้นั้นจึงกราบลงวิงวอนว่า ‘ข้าแต่ท่าน ขอโปรดผัดไว้ก่อน แล้วข้าพเจ้าจะใช้หนี้ทั้งสิ้น’ เจ้าองค์นั้นมีพระทัยเมตตา โปรดยกหนี้ปล่อยตัวเขาไป แต่ทาสผู้นั้นออกไปพบคนหนึ่งเป็นเพื่อนทาสด้วยกัน ซึ่งเป็นหนี้เขาอยู่หนึ่งร้อยเดนาริอัน จึงจับคนนั้นบีบคอว่า ‘จงใช้หนี้ให้ข้า’ เพื่อนทาสคนนั้นได้กราบลงอ้อนวอนว่า ‘ขอโปรดผัดไว้ก่อนแล้วข้าพเจ้าจะใช้ให้’ แต่เขาไม่ยอม จึงนำทาสลูกหนี้นั้นไปจำจองไว้จนกว่าจะใช้เงินนั้น ฝ่ายพวกเพื่อนทาสเมื่อเห็นเหตุการณ์เช่นนั้น ก็พากันสลดใจยิ่งนัก จึงนำเหตุการณ์ทั้งปวงไปกราบทูลเจ้าองค์นั้น ท่านจึงทรงเรียกทาสนั้นมาสั่งว่า ‘อ้ายข้าชาติชั่ว เราได้โปรดยกหนี้ให้เอ็งหมด เพราะเอ็งได้อ้อนวอนเรา เอ็งควรจะเมตตาเพื่อนทาสด้วยกัน เหมือนเราได้เมตตาเอ็งมิใช่หรือ’ แล้วเจ้าองค์นั้นกริ้ว จึงมอบผู้นั้นไว้แก่เจ้าหน้าที่ให้ทรมาน จนกว่าจะใช้หนี้หมด พระบิดาของเราผู้ทรงสถิตในสวรรค์ จะทรงกระทำแก่ท่านทุกคนอย่างนั้น ถ้าหากว่าท่านแต่ละคนไม่ยกโทษให้แก่พี่น้องของท่านด้วยใจกว้างขวาง”

ผมได้ยินคำอุปมาเรื่องนี้มาแล้วหลายปีและสิ่งหนึ่งที่มีการเน้นหนักอยู่เสมอคือความแตกต่างระหว่างจำนวนของหนี้สองก้อน และบทเรียนที่เราได้รับตามปกติก็คือ “ดูซิว่าพระเจ้าทรงยกโทษให้คุณมากแค่ไหน ถ้าเปรียบเทียบกับความบาปที่คนอื่นกระทำต่อคุณนั้นมันเล็กน้อยมาก ดังนั้นจงยกโทษให้กับคนเหล่านั้น ตกลงไหมครับ”

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ว่าบทเรียนนี้ผิด บทเรียนนี้ถูกต้องอย่างแน่นอน และกระนั้น บทเรียนนี้ก็ไม่เป็นประโยชน์ อย่างน้อยสำหรับผม

เพราะอะไร ผมคิดว่าเป็นเพราะสิ่งที่เพื่อนบ้านของผมทำกับผมนั้นมันจริงและเจ็บปวดมากในสายตาของผม มันรุนแรงมากในแง่ของความเจ็บปวดและปัญหา ผมไม่สามารถพูดว่า “โอ้ ไม่มีอะไรหรอก ปล่อยๆ ไปเหอะ ไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับผม” เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่

พระเยซูทรงยอมรับความจริงข้อนี้ ในคำอุปมาเรื่องนี้พระองค์ตรัสถึงจำนวนเงินที่ทาสคนที่สองเป็นหนี้อยู่ นั่นคือ หนึ่งร้อยเดนาริอัน นี่ไม่ใช่เงินห้าสิบสตางค์หรือเงินสองสามบาท เงินจำนวนนี้เทียบเท่ากับค่าจ้างสี่เดือนของทาสเหล่านั้น ในสมัยปัจจุบันเรากำลังพูดถึงค่ารถมือสองคันหนึ่ง และถ้ามีใครมาปฏิบัติกับเราแย่ขนาดนั้นก็เป็นเรื่องใหญ่ แม้ว่าความบาปที่เราทำต่อพระเจ้านั้นจะรุนแรงกว่ามากก็ตาม

ทำไมผมจึงพูดถึงเรื่องนี้ สาเหตุก็เพราะว่าพระเยซูไม่ได้ทรงเรียกเรามาให้เสแสร้งว่าความเจ็บปวดและความเสียหายของเราไม่ใช่เรื่องใหญ่ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องใหญ่มาก พระองค์ทรงเรียกเรามาทำสิ่งที่แตกต่างออกไป เราต้องเผชิญหน้ากับความเจ็บปวดและความทุกข์ที่ความบาปของคนอื่นกระทำต่อเรา พระองค์ทรงเรียกเรามาเพื่อให้พูดความจริง เพื่อยอมรับว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ไม่ใช่เพื่อลดความสำคัญของเรื่องนี้ลง และจากนั้น ด้วยความช่วยเหลือของพระเจ้า แม้กระนั้นพระองค์ทรงต้องการให้เรายกโทษให้กับคนเหล่านั้น นั่นคือการยกโทษที่แท้จริง ซึ่งเป็นการยกโทษที่ทำได้ยากและมีราคาแพง

ใครสามารถทำสิ่งนี้ได้ เฉพาะคนที่มีพระเยซูอยู่ในชีวิตของเขา คนที่มีพระเยซูกระทำการอยู่ในชีวิตของเขาเท่านั้นที่สามารถทำสิ่งนี้ได้ ท้ายที่สุด เมื่อพระองค์ทรงยกโทษบาปของเราและหนี้ที่เรามีต่อพระเจ้า พระองค์ทรงรู้ว่าพระองค์ทรงชดใช้ด้วยราคาแพงเพียงเท่าใด พระองค์ต้องชดใช้ด้วยกางเขน พระเยซูทรงเป็นแบบอย่างในเรื่องการยกโทษที่ทำได้ยาก และถ้าเรานำเอาความเจ็บปวดและความทุกข์ของเรามาหาพระองค์ พระองค์ทรงสามารถทำการอัศจรรย์เรื่องการยกโทษในชีวิตของเราและความสัมพันธ์ของเราได้ สิ่งนี้อาจใช้เวลาและมีความเจ็บปวดมาก แต่พระองค์ทรงสามารถรักษาเราให้หายได้ และเราสามารถสำแดงความเมตตากับคนอื่น

อธิษฐาน: ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า โปรดช่วยข้าพระองค์เมื่อข้าพระองค์ไม่สามารถยกโทษให้กับคนอื่นได้ด้วยเถิด อาเมน

คำถามเพื่อการใคร่ครวญ:
1.ตอนไหนที่มีใครบางคนแสดงความเมตตาต่อคุณ
2.อะไรคือข้อแตกต่างระหว่างการยกโทษกับการมองข้ามหรือการหาข้ออ้าง
3.มีใครบางคนหรือไม่ที่คุณไม่สามารถยกโทษให้ได้ จงขอความช่วยเหลือจากองค์พระผู้เป็นเจ้า

© : Lutheran Hour Ministries

Updated: September 9, 2020 — 7:05 am
Journey into Light Thailand © 2016 Frontier Theme
ปิดโหมดสีเทา