ธรรมชีวิตประจำวันที่ 14 กันยายน 2020 “ซ่อนและหา”

สดุดี 27:8-9 – พระองค์ตรัสแล้วว่า “จงหาหน้าของเรา” จิตใจของข้าพระองค์ทูลพระองค์ว่า “ข้าแต่พระเจ้า ข้าพระองค์แสวงพระพักตร์ของพระองค์” ขออย่าทรงซ่อนพระพักตร์ของพระองค์จากข้าพระองค์ อย่าผลักไสผู้รับใช้ของพระองค์ออกไปเสียด้วยความกริ้ว พระองค์ทรงเป็นผู้อุปถัมภ์ของข้าพระองค์  ข้าแต่พระเจ้าแห่งความรอดของข้าพระองค์ ขออย่าทรงทิ้งข้าพระองค์หรือสละข้าพระองค์เสีย

การที่เล่นเป็นคนซ่อนคงจะสนุกกว่าเป็นคนหาในการเล่นกันสมัยเด็กๆ เมื่อถึงเวลาที่ต้องเลือก “คนหา” โดยผู้เล่นต้องเป่ายิ้งฉุบกัน คนที่แพ้ก็จะเป็นคนหาโดยเริ่มทำหน้าที่ด้วยการนับขณะที่ทุกคนรีบไปหาที่ซ่อนตัวที่ดีที่สุด

ในพระธรรมสดุดีของเราวันนี้มีเพียงคนเดียวที่ซ่อนและหลายคนหา พระเจ้าทรงบัญชาว่า “จงหาหน้าของเรา” และผู้คนในโลกนี้ก็ทำเช่นนั้นตั้งแต่สมัยอาดัมและเอวาถูกขับไปให้ไปอยู่นอกสวนเอเดน พระเจ้าทรงให้หลักฐานของการที่พระองค์ทรงมีอยู่จริงเพื่อให้หาพระองค์พบดังที่ท่านเปาโลเขียนไว้ว่า “ตั้งแต่เริ่มสร้างโลกมาแล้ว สภาพที่ไม่ปรากฏของพระเจ้านั้น คือฤทธานุภาพอันถาวรและเทวสภาพของพระองค์ ก็ได้ปรากฏชัดในสรรพสิ่งที่พระองค์ได้ทรงสร้าง” (โรม 1:20ก) การสถิตอยู่และฤทธิ์เดชของพระเจ้าต้องเห็นได้ชัดเจน ด้วยเหตุนี้ท่านเปาโลจึงพูดว่า “ที่จริงพระองค์มิทรงอยู่ห่างไกลจากเราทุกคนเลย” (กิจการ 17:27ข) แต่ผู้คนยังคงเลือกนมัสการและรับใช้ “สิ่งที่พระองค์ได้ทรงสร้างไว้ แทนพระองค์ผู้ทรงสร้าง” (โรม 1:25ข) และมองหาพระเจ้าในสถานที่ผิดๆ ทั้งสิ้น

คนจำนวนมากเลือกที่จะแสวงหาพระเจ้าปลอมและกราบไหว้สิ่งที่สร้างขึ้นมาเอง หรือสร้างศาสนาของเขาเองขึ้นมา  แต่พระเจ้าทรงตรัสว่า “จงหาหน้าของเรา” พระองค์ทรงต้องการให้มนุษย์หาพระองค์ พระองค์ทรงเปิดเผยพระองค์เองในการทรงสร้าง ในฤทธานุภาพยิ่งใหญ่ และพระคำของพระองค์ พระองค์ทรงสำแดงพระองค์เองต่อปิตาจารย์และผู้เผยพระวจนะ และอีกมากมายที่ทรงสำแดงให้เห็น พระเจ้าเองทรงมาหาคนของพระองค์ “ในโบราณกาลพระเจ้าได้ตรัสด้วยวิธีต่างๆ มากมายแก่บรรพบุรุษของเราทางพวกผู้เผยพระวจนะ แต่ในวาระสุดท้ายนี้พระองค์ได้ตรัสแก่เราทั้งหลายทางพระบุตร” (ฮีบรู 1:1-2ก)  ในพระเยซูคริสต์ “จะให้ความบริบูรณ์ทั้งสิ้นธำรงในพระองค์” (โคโลสี 1:19ข) ทรงซ่อนตัวภายใต้กายมนุษย์ในความเป็นบุคคลของพระบุตรของพระองค์ พระเจ้าทรงก้าวเข้ามาในโลกเหมือนทรงบอกว่า “เราอยู่นี่ จงหาหน้าเราสิ” พระเจ้าเองทรงถูกซ่อนไว้และโดยฤทธิ์อำนาจของพระวิญญาณทรงเปิดเผยต่อสายตาแห่งความเชื่อ ในพระกุมารในรางหญ้า ในความเป็นเหยื่อที่ต้องเจ็บปวดบนกางเขน และในการคืนพระชนม์และในพระเจ้าผู้ทรงมีพระสง่าราศี

พระคำของพระเจ้าเปิดเผยในที่ซึ่งพระองค์ได้รับการหาพบ เรายืนที่โคนกางเขนและมองขึ้นไปยังพระเยซู ผู้เป็นพระบุตรของพระเจ้า ผู้ทรงแบกรับบาปและความอับอายของเรา รวมถึงความผิดที่เราเสาะหาพระเจ้าที่เราเลือกเองด้วยความเห็นแก่ตัว จากพยานของพระคำเราเห็นรอยแผลเป็นที่พระหัตถ์และพระบาทของพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์ ในโต๊ะอาหารมื้อสุดท้ายของพระองค์ เราได้รับพระกายและพระโลหิตของพระเยซูที่ทรงมอบให้เพื่อยกโทษบาปของเรา เพื่อเห็นแก่พระเยซู พระเจ้าจึงไม่ทรงซ่อนพระพักตร์ของพระองค์จากเราหรือตัดเราทิ้ง พระเจ้าแห่งการทรงไถ่ของเราจะไม่ทอดทิ้งเรา เราแสวงหาหน้าของพระองค์ แต่เราไม่พบพระองค์ พระองค์ต่างหากทรงพบเรา

อธิษฐาน: องค์พระผู้เป็นเจ้าและพระผู้ช่วยให้รอด เมื่อเราหลงหายในบาปพระองค์ทรงสามารถหาและพบเรา ขอทรงช่วยให้เรามีความเข้มแข็งในความเชื่อจนกว่าเราได้พบพระองค์หน้าต่อหน้า อธิษฐานในพระนามพระเยซู อาเมน

คำถามเพื่อการใคร่ครวญ:

  1. คุณชอบเล่นเกมอะไรบ้างเมื่อตอนเป็นเด็ก
  2. พระเจ้าทรงซ่อนพระพักตร์ของพระองค์จากเราในวันนี้หรือไม่ ถ้าทรงซ่อน ทรงซ่อนอย่างไร
  3. คุณคิดถึงความตายและการคืนพระชนม์ของพระเยซูบ่อยๆ หรือไม่ คุณมักคิดถึงเรื่องนี้เวลาใดมากที่สุด

© : Lutheran Hour Ministries

Updated: September 14, 2020 — 6:47 am
Journey into Light Thailand © 2016 Frontier Theme
ปิดโหมดสีเทา