ธรรมชีวิตประจำวันที่ 9 ตุลาคม 2020 “จดจำและใส่ใจ”

1 ยอห์น 3:18 – ลูกทั้งหลายเอ๋ย อย่าให้เรารักกันด้วยคำพูดและด้วยปากเท่านั้น แต่จงรักกันด้วยการกระทำและด้วยความจริง

ผู้นำคริสตจักรคนหนึ่งให้เหตุผล 5 ข้อว่า ทำไมผู้คนที่เป็นฆราวาสจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อชีวิต การเติบโต และการพัฒนาในอนาคตของพระกายของพระคริสต์ เหตุผลเหล่านี้ได้แก่:

  • เพราะเป็นแผนการของพระเจ้า (ดูมัทธิว 28:18-20)
  • เพราะฆราวาสมีจำนวนมากกว่าผู้รับใช้อาชีพ
  • เพราะฆราวาสสามารถไปในจุดที่ผู้รับใช้อาชีพไม่สามารถไปได้
  • เพราะฆราวาสเป็นพยานที่น่าเชื่อถือ คนงานหรือศิษยาภิบาลของคริสตจักรเป็นพยานที่น่าเชื่อถือ แต่นั่นเป็นความหวังอยู่แล้ว
  • เพราะฆราวาสสามารถติดตามผลได้เป็นประจำทุกวัน

ดูเหมือนว่าเหตุผลเหล่านี้ประยุกต์ใช้ได้กับทุกระยะของคริสตจักรหรือชีวิตของคริสตจักร ฆราวาสบางคนเพียงแค่ “ทำส่วนของตน” ด้วยของประทานพิเศษของเขาไม่ว่าเขาจะอยู่ในที่แห่งใดก็ตามโดยไม่ต้องมีการประโคมข่าวหรือแนวคิดเรื่องการยกย่องชมเชย เขาทำสิ่งที่ทำเพราะรู้ว่าเขาได้รับความรักและพระพรจากองค์พระผู้เป็นเจ้า ในความเป็นจริง ชีวิตของเขาอธิบายถึงสิ่งที่โคโลสี 3:17 กล่าวไว้ที่ว่า “และเมื่อท่านทั้งหลายทำสิ่งใดไม่ว่าจะด้วยวาจาหรือด้วยการประพฤติ จงทำทุกสิ่งในพระนามของพระเยซูองค์พระผู้เป็นเจ้า และขอบพระคุณพระเจ้าพระบิดา โดยทางพระองค์”

ดูคุณอเล็กซ์เป็นตัวอย่าง ของประทานพิเศษของเขาคือการเยี่ยมเยียน เขาไปเยี่ยมผู้คนตามบ้าน ตามโรงพยาบาล ตามร้านขายของชำ หรือในคริสตจักร เขาไปทุกที่ เขาไม่สอดรู้สอดเห็น เขาไม่เป็นภาระให้กับผู้คนด้วยปัญหาของตน เขาไม่ใช้เวลานานในการไปเยี่ยมคน เขาเพียงแต่ห่วงใยผู้คนและความเป็นไปในชีวิตของคนเหล่านั้น

ต่อมาเป็นตัวของคุณเบรนด้า ของประทานพิเศษของเธอคือการหนุนใจ เธอเป็นคนคิดแง่บวก มีน้ำใจ ส่งเสริมคนอื่น เปิดกว้าง และยอมฟังความคิดเห็นและจุดยืนของคนอื่นในเรื่องต่างๆ เธอไม่ใช่คนก้าวร้าว ครอบงำ อิจฉา หรือโอ้อวด เธอไม่ฟูมฟายและไม่หลบปัญหา เธอใช้ชีวิตในความเชื่ออย่างสงบนิ่งด้วยความมั่นใจ

ส่วนคุณโรเจอร์มีของประทานในการเป็นพยาน งานของเขาเกี่ยวข้องกับการเรียกร้องหรือการพูดคุยกับผู้คนที่เขาไม่เคยพบ งานของเขาไม่ง่าย แต่เขาก็ทุ่มเทอย่างเต็มที่ ตลอดระยะเวลาในการทำงานของเขาบางทีเขาอาจได้แบ่งปันถ้อยคำแห่งสันติสุขและความหวังกับผู้คนที่เหน็ดเหนื่อยและวิตกกังวลหลายร้อยคน โดยเล่าให้คนเหล่านั้นฟังอย่างเงียบๆ ว่าพระเยซูมีความหมายอย่างไรกับเขา คนสุดท้ายคือคุณมิลลีซึ่งมีของประทานในการปรนนิบัติ เธอจะช่วยเหลือทุกคนในทุกที่ทุกแห่งทุกเวลาด้วยทุกสิ่งที่เธอทำได้ ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเลี้ยงเด็ก การช่วยเตรียมมื้ออาหาร การเป็นจิตอาสาในร้านอาหารชุมชน หรือการไปเยี่ยมบ้านผู้ป่วยติดเตียง เธอทำได้หมด หัวข้ออธิษฐานของเธอยาวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและในแต่ละวันเธอทูลขอให้พระเจ้าทรงเปิดประตูให้เธอเพื่อเธอจะได้รับรักและรับใช้คนอื่น

ชายและหญิงเหล่านี้ไม่ใช่คนคลั่งศาสนาที่หมกมุ่นกับการสร้างคุณงามความดีหรือคนเจ้ากี้เจ้าการที่พยายามเอาชนะหรือสร้างความอับอายให้กับคนอื่นด้วยกิจกรรมจำนวนมากของตน คนเหล่านี้เพียงแต่จดจำและใส่ใจกับคำบัญชาขององค์พระผู้เป็นเจ้าเพื่อรับใช้คนอื่น “ตามที่แต่ละคนได้รับของประทาน ก็ให้ใช้ของประทานนั้นปรนนิบัติกันและกัน ดังเช่นผู้รับมอบฉันทะที่ดีเกี่ยวกับพระคุณนานาประการของพระเจ้า ถ้าใครจะพูด ก็ให้พูดดังเช่นพูดพระวจนะของพระเจ้า ถ้าใครจะปรนนิบัติ ก็จงปรนนิบัติดังเช่นทำด้วยกำลังซึ่งพระเจ้าประทาน เพื่อพระเจ้าจะได้รับพระเกียรติในทุกสิ่ง ทางพระเยซูคริสต์ ขอพระสิริและอานุภาพจงมีแด่พระองค์ตลอดไปเป็นนิตย์ อาเมน” (1 เปโตร 4:10-11)

คนเหล่านี้เพียงแต่รักพระเยซูและต้องการรับใช้พระองค์ด้วยการรับใช้คนอื่น

อธิษฐาน:  พระบิดาแห่งฟ้าสวรรค์ โปรดนำข้าพระองค์ทั้งหลายด้วยพระวิญญาณของพระองค์เพื่อรับใช้คนอื่นในแต่ละวันด้วยเถิด อธิษฐานในพระนามพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน

คำถามเพื่อการใคร่ครวญ:

  1. มีใครในคริสตจักรของคุณที่สร้างแรงบันดาลใจให้คุณรับใช้มากขึ้นหรือไม่ เขาทำอย่างไร
  2. ข้อพระคัมภีร์สำหรับวันนี้เป็นข้อสั้นๆ แต่มีพลังอำนาจ จงอธิบายพระคัมภีร์ข้อนี้แบบสั้นๆ ด้วยคำพูดของคุณเอง
  3. คุณค้นพบกำลังในการรับใช้คนอื่นอย่างไร เมื่อคุณรู้สึกอ่อนแรงหรือท้อใจในการทำแบบนั้น

© : Lutheran Hour Ministries

Updated: October 7, 2020 — 4:36 am
Journey into Light Thailand © 2016 Frontier Theme
ปิดโหมดสีเทา