ธรรมชีวิตประจำวันที่ 11 ตุลาคม 2020 “ข้าฯจะรักพระองค์ พระกำลังและป้อมปราการของข้าพระองค์”

“โอ โปรดช่วยข้าฯ ให้เฝ้าระวัง จากนั้นให้ถ่อมใจ โปรดอย่าให้ข้าฯ หลงเจิ่นไปอีก ป้องกันข้าฯ เมื่อเท้าของข้าฯ สะดุด และรักษาข้าฯ ไว้บนเส้นทางแคบ เติมข้าฯ ให้เต็มด้วยความสว่างของพระองค์ โอ ความสว่างและสว่างไสว

“ข้าฯ จะรักพระองค์ มงกุฎแห่งความยินดีของข้าฯ ข้าฯ จะรักพระองค์ พระเจ้าและองค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าฯ ท่ามกลางความมืดมิดของความเศร้า และไม่ใช่เพื่อความหวังเรื่องรางวัลอันสูงส่ง เพื่อแก่พระองค์ โอ ความสว่างของพระเจ้า ตราบใดที่ชีวิตเป็นของข้าฯ”

“ข้าฯ จะรักพระองค์ โอ ความสว่างของพระเจ้า ตราบใดที่ชีวิตเป็นของข้าฯ” เพลงของเราประกาศถึงความรักอันยาวนานที่เรามีต่อองค์พระผู้เป็นเจ้า กระนั้น เราก็ไม่สามารถค้ำจุน (หรือแม้แต่เริ่มต้น) การอุทิศตนเช่นนั้นด้วยความพยายามของเราเอง พระเยซูตรัสว่า หนทางที่นำไปสู่ความพินาศนิรันดร์เปิดกว้างและไปง่าย แต่ “ประตูที่แคบและทางที่ลำบากนั้นนำ ไปสู่ชีวิต” (มัทธิว 7:14ก) เหมือนนักเดินป่าที่กำลังเดินทางไปริมหน้าผา เราพยายามจะรักษาตัวเองให้อยู่ในทางแคบ แต่บ่อยครั้งเรามักล้มลงสู่การทดลองและสะดุดลื่น เราต้องการติดตามพระเยซู แต่ทุกวันในความคิด คำพูด และการกระทำของเรา เราหลงไปจากทางของพระองค์

ผู้พยากรณ์อิสยาห์ทำนายถึงวันเวลาที่ประชากรของพระเจ้าจะเห็นบรมครูของเขาด้วยตาตนเอง พระองค์จะไม่ซ่อนพระองค์เองให้พ้นจากสายตาของเขาอีกต่อไปและเขาจะได้ยินเสียงของพระองค์ด้วยเช่นกัน “และเมื่อท่านหันไปทางขวา หรือหันไปทางซ้าย หูของท่านจะได้ยินคำพูดจากข้างหลังท่านว่า “‘นี่เป็นหนทาง จงเดินในทางนี้’” (อิสยาห์ 30:21) พระวิญญาณบริสุทธิ์ (ที่กระทำการอยู่ในคำตรัสของพระเยซูผู้เป็นบรมครูของเรา) ทางนำเราให้เดินตามรอยพระบาทของพระเยซู ซึ่งเป็นรอยพระบาทที่ไม่ได้หันซ้ายหรือหันขวาไปจากเส้นทางที่พระองค์ทรงกำหนดไว้ในช่วงการทำพันธกิจอยู่บนโลกนี้ของพระองค์

เมื่อพันธกิจของพระองค์บนโลกนี้สิ้นสุดลง พระเยซูทรง “ตั้งพระทัย” ที่จะไปยังกรุงเยรูซาเล็ม (ลูกา 9:51ข) แม้ถูกทรยศและถูกตัดสินประหารชีวิต พระเยซูก็ทรงเดินไปอย่างมั่นคงบนเส้นทางที่คับแคบผ่านถนนของกรุงเยรูซาเล็ม พระองค์สะดุดภายใต้ภาระหนักของกางเขนและความหนักหน่วงของความบาปของโลก พระองค์ทรงแบกบาปของเรา ความอ่อนแอทุกอย่างของเรา ก้าวย่างที่สะดุดและหลงเจิ่นของเรา ไว้ในพระกายของพระองค์เพื่อมุ่งหน้าไปสู่กางเขนและทนทุกข์กับการลงโทษด้วยความตายที่เราสมควรได้รับ พระกายของพระองค์ถูกฝังไว้ในอุโมงค์ แต่ในเช้าวันอีสเตอร์แรก พวกผู้หญิงที่โศกเศร้ากลุ่มหนึ่งเดินทางไปยังอุโมงค์ที่ว่างเปล่าของพระองค์ พระเยซูทรงเป็นขึ้นมาจากความตายแล้ว

ในพิธีบัพติศมาเราเข้าส่วนในความตายและการเป็นขึ้นมาของพระเยซูและเท้าของเราถูกวางไว้บนเส้นทางแห่งชีวิต  นิรันดร์ เราไม่ได้เดินอยู่ในทางแคบ “เพื่อความหวังของรางวัลอันสูงส่ง” รางวัลนั้นเป็นของเราแล้วซึ่งเป็นมรดกที่พระเจ้าทรงรับประกันด้วยพระคุณของพระองค์โดยความเชื่อในพระเยซู  เราเดินอยู่ในเส้นทางของพระองค์แม้ “ในท่ามกลางความมิดมืดของความเศร้า” เมื่อเราไม่สามารถมองเห็นเส้นทางที่เท้าของเราเดินไปอย่างชัดเจน เพื่อเห็นแก่พระองค์และสง่าราศีของพระองค์ เราติดตามพระเยซู พระองค์ทรงป้องกันเราและรักษาเรา “บนเส้นทางแคบ” เมื่อเราได้ยินพระคำที่ชี้นำของพระองค์ว่า “นี่คือเส้นทางนั้น จงเดินบนเส้นทางนี้”

อธิษฐาน:  พระเยซูองค์พระผู้เป็นเจ้า เมื่อข้าพระองค์ทั้งหลายสะดุดลงไปในความบาป โปรดยกโทษและปกป้องข้าพระองค์ทั้งหลาย โปรดรักษาข้าพระองค์ทั้งหลายให้อยู่ในเส้นทางแคบที่นำไปสู่ชีวิตนิรันดร์ด้วยเถิด อธิษฐานในพระนามพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน

คำถามเพื่อการใคร่ครวญ:

  1. พระเจ้าทรงยกชูคุณขึ้นอย่างไรเมื่อคุณสะดุดหรือกำลังจะล้มลง
  2. พระเยซูทรงได้กำลังที่จะเดินหน้าต่อไปมาจากไหนเมื่อพระองค์ทรงมุ่งหน้าสู่กางเขน
  3. ช่วงเวลาที่โศกเศร้าหรือมืดมิดในชีวิตของคุณทำให้คุณเติบโตขึ้นอย่างไร

© : Lutheran Hour Ministries

Updated: October 7, 2020 — 4:40 am
Journey into Light Thailand © 2016 Frontier Theme
ปิดโหมดสีเทา