ธรรมชีวิตประจำวันที่ 17 ตุลาคม 2020 “เข้มแข็งสู้พระเจ้าไม่ได้”

เยเรมีย์ 20:7 – (เยเรมีย์ทูลว่า) “พระองค์ทรงมีกำลังยิ่งกว่าข้าพระองค์ และพระองค์ทรงชนะ”

คำสารภาพที่ทันสมัยและมีความหมายมากในการนำมาใช้ประโยคนี้มีอายุ 2,500 ปี นี่เป็นคำพูดยอมรับที่ออกมาจากริมฝีปากของท่านเยเรมีย์หลังจากความขัดแย้งอย่างขมขื่นกับพระเจ้า เนื่องจากการรับใช้พระเจ้าของผู้พยากรณ์คนนี้ทำให้ท่านถูกต่อต้านและถูกคุมขัง ท่านเยเรมีย์จึงอยากปลดปล่อยตนเองให้เป็นอิสระจากพระเจ้า ดำเนินชีวิตของตนเอง และท้าทายสวรรค์ กระนั้น ในลมหายใจเดียวกัน ท่านเยเรมีย์ถูกครอบงำด้วยความรู้สึกผิดของความพ่ายแพ้ของท่านและไม่สามารถดับ “เพลิงที่เผาผลาญ” (ฮีบรู 12:29ข) แห่งพระคำของพระเจ้าที่อยู่ภายในท่านได้ ท่านอุทานออกมาว่า “พระองค์ทรงมีกำลังยิ่งกว่าข้าพระองค์ และพระองค์ทรงชนะ”

สำหรับหัวใจที่เชื่อวางใจในพระคริสต์ คำสารภาพนี้ “พระองค์ทรงมีกำลังยิ่งกว่าข้าพระองค์” กลายเป็นเสียงร้องออกศึกแห่งความเชื่อ เมื่อมองดูความรักของพระผู้ช่วยให้รอดแล้วเรารู้ว่าพระเมตตาของพระเจ้านั้นยิ่งใหญ่กว่าฤทธิ์อำนาจของพระองค์ด้วยซ้ำไป พระกรุณาของพระองค์ยิ่งใหญ่กว่าความยุติธรรมของพระองค์ เรารู้ (และนี่คือความเชื่อมั่นอันล้ำค่า) ว่า “แต่ที่ไหนมีบาปปรากฏมากขึ้น ที่นั้นพระคุณก็จะไพบูลย์ยิ่งขึ้น” (โรม 5:20ข)

นี่เป็นพระกิตติคุณที่ยิ่งใหญ่ เป็นบทแรกที่เขียนขึ้นที่เมืองเบธเลเฮ็ม ไม่มีถ้อยคำแห่งการยกโทษง่ายๆ ถ้อยคำใดเพียงพอที่จะทำให้มนุษย์กลับมาหาพระเจ้าได้ ถ้อยคำนั้นต้องมีบทพิสูจน์อันยิ่งใหญ่และนิรันดร์แห่งพระเมตตาของพระบิดา ไม่มีมนุษย์คนใด (แม้กระทั่งบุคคลที่สูงส่งที่สุด) ไม่มีทูตสวรรค์องค์ใดในความบริสุทธิ์และความสง่างามของตนจะสามารถทำตามข้อเรียกร้องแห่งความยุติธรรมของพระเจ้าได้ พระเจ้าทรงประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์และทรงส่งพระองค์ลงมาจากสวรรค์อันรุ่งเรืองเพื่อมาอยู่ในความยากจนของแผ่นดินโลก การยกโทษที่ยังทิ้งความสงสัยหรือความไม่แน่ใจไว้ในจิตใจของเรานั้นไม่เพียงพอ ค่าไถ่ที่มีเงื่อนไขที่มนุษย์ต้องทำบางอย่างเพื่อให้ได้มาหรือทำให้สำเร็จด้วยความพยายามของมนุษย์ไม่สามารถตอบเสียงร้องของจิตใจของโลกที่ถูกสาปแช่งด้วยบาปได้ ดังนั้น ด้วยพระกรุณาคุณของพระองค์ที่ไม่มีวันหยั่งรู้ได้ และในความรักที่ไม่สิ้นสุดที่มีให้กับบุตรของมนุษย์ทุกคนที่ดื้อรั้น เห็นแก่ตัว และไม่เชื่อฟังนั้น พระคริสต์ทรงกระทำทุกอย่างเพื่อเขา

อย่าปล่อยให้ความกลัวและความเศร้าโศกของชีวิตผลักไสให้พระคริสต์ออกไปอยู่ข้างนอก ราวกับว่าพระเจ้าผู้ “ไม่ทรงหลับใหลหรือนิทรา” (สดุดี 121:4ข) ทรงปิดหูปิดตาของพระองค์ไปจากปัญหาและความกังวลของคุณ ราวกับว่าพระองค์ผู้ทรงพระชนม์ชั่วนิรันดร์ทรงตายไปแล้วและคุณต้องต่อสู้สงครามด้วยตัวคุณเอง แต่จงเข้ามาหาพระเจ้าและทูลพระองค์ว่า “พระบิดาแห่งสวรรค์ พระองค์ทรงมีกำลังยิ่งกว่าข้าพระองค์ผู้มีความอ่อนแอและมีสติปัญญาที่จำกัด โปรดช่วยข้าพระองค์ให้ค้นพบแนวทางในชีวิต โปรดสำแดงความสว่างให้กับข้าพระองค์ในท่ามกลางความมืดมนที่ห้อมล้อมข้าพระองค์ โปรดประทานความจริงแก่ข้าพระองค์เพื่อต่อสู้กับความเท็จมากมายของมนุษย์”

ดังนั้น เมื่อเราสูญเสียความรู้สึกภูมิใจในความสำคัญของตนเองเมื่อพระเยซูทรงเข้ามาครอบครองในชีวิตของเรา เมื่อเรามองดูพระองค์และพูดออกมาพร้อมกับผู้พยากรณ์ยอห์นที่ประกาศถึงการเสด็จมาของพระองค์ว่า “พระองค์ต้องยิ่งใหญ่ขึ้น แต่ข้าพเจ้าต้องด้อยลง” (ยอห์น 3:30) แล้ว จากนั้นถ้อยคำเหล่านี้ “พระองค์ทรงมีกำลังยิ่งกว่าข้าพระองค์ และพระองค์ทรงชนะ” จะกลายเป็นบทเพลงแห่งชัยชนะ เป็นคำอธิษฐานต่อพระเจ้า ซึ่งคุณกับฉันและคนอื่นๆ ที่อยู่ในสามัคคีธรรมแห่งความเชื่อจะร้องร่วมกันในการเสด็จกลับมาในอนาคตของพระผู้ช่วยให้รอด

อธิษฐาน: พระบิดาแห่งฟ้าสวรรค์ ขอให้พระเมตตาและสันติสุขของพระองค์มีชัยเหนือชีวิตของข้าพระองค์ทั้งหลายด้วยเถิด อธิษฐานในพระนามพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน

คำถามเพื่อการใคร่ครวญ:
1. คุณคิดถึงอะไรเมื่อคุณคิดถึงความเมตตาของพระเจ้าที่แข็งแกร่งกว่าความยุติธรรมของพระองค์
2. พระเจ้าทรงเอาชนะวิญญาณแห่งการต่อสู้ ขัดขืน และความหายนะของท่านเยเรมีย์ด้วยวิธีใด
3. คุณทำสิ่งใดเพื่อเพิ่มพูนการตระหนักรู้และความรู้สึกไวต่อสิ่งที่อยู่ฝ่ายวิญญาณ

© : Lutheran Hour Ministries

Updated: October 16, 2020 — 2:19 pm
Journey into Light Thailand © 2016 Frontier Theme
ปิดโหมดสีเทา