ธรรมชีวิตประจำวันที่ 18 ตุลาคม 2020 “ข้าฯ อยากดำเนินชีวิตเป็นลูกของความสว่าง”

“ข้าฯ อยากดำเนินชีวิตเป็นลูกของความสว่าง ข้าฯ อยากติดตามพระเยซู พระเจ้าทรงตั้งดวงดาวไว้ให้ส่องแสงกับโลก ดวงดาวแห่งชีวิตของข้าฯ คือพระเยซู ความมืดในพระองค์ไม่มีเลย กลางคืนและกลางวันไม่ต่างกัน พระเมษโปดกคือดวงสว่างแห่งนครของพระเจ้า ส่องสว่างในใจของข้าฯ พระเยซูเจ้า…

“ข้าฯ รอคอยการเสด็จมาของพระคริสต์ ข้าฯ อยากอยู่กับพระเยซู เมื่อเราทั้งหลายวิ่งแข่งด้วยความเพียร เราจะรู้จักความยินดีของพระเยซู ความมืดในพระองค์ไม่มีเลย กลางคืนและกลางวันไม่ต่างกัน พระเมษโปดกคือดวงสว่างแห่งนครของพระเจ้า ส่องสว่างในใจข้าฯ พระเยซูเจ้า”

พวกเราหลงใหลกับความงามและความลี้ลับของดวงดาว นักดาราศาสตร์ดื่มด่ำกับความน่าหลงใหลนั้นและเพิ่มความรู้ให้กับเรา นักดาราศาสตร์ที่มีความรู้เรื่องดวงชะตาราศีให้เหตุผลอย่างผิดๆ ว่าดวงดาวมีพลังอำนาจที่จะกำหนดชะตาชีวิตของมนุษย์ ซึ่งเป็นพลังอำนาจที่ดวงดาวไม่มี ดวงดาวเป็นสิ่งทรงสร้าง การดำรงอยู่และความเคลื่อนไหวของดวงดาวถูกกำหนดไว้โดยพระผู้สร้างของดาวเหล่านั้น “พระองค์ทรงนับจำนวนดาว พระองค์ทรงตั้งชื่อมันทุกดวง” (สดุดี 147:4) พวกเราตั้งชื่อดวงดาวด้วยเช่นกัน เช่น ดาวเหนือ ดาวโจร และดาวอื่นๆ เป็นต้น ดาวเหล่านั้นทั้งที่มีชื่อและไม่มีชื่อล้วนส่องสว่างในท้องฟ้ายามค่ำคืนและช่วยนักเดินทางค้นพบเส้นทางของเขา “ดวงดาว” ที่เรารักและติดตามมีชื่อที่พระเจ้าทรงตั้งไว้ นั่นคือ “ดวงดาวแห่งชีวิตของข้าฯ คือพระเยซู”

ดวงดาวที่นำทางของเราคือพระเจ้าผู้ทรงสร้างดวงดาวและผู้ทรงถือบังเกิดมาในท่ามกลางเราทั้งหลายเพื่อเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของเรา พระองค์ตรัสถึงพระองค์เองว่า “เราเป็นรากเหง้าและเชื้อสายของดาวิด และเป็นดาวประจำรุ่งอันสุกใส” (วิวรณ์ 22:16ข) พระเยซูพระบุตรของพระเจ้าผู้ทรงรับสภาพเป็นมนุษย์เพื่อรับโทษแห่งความตาย ซึ่งเราทั้งหลายสมควรได้รับจากการที่เราหลงเจิ่นไปจากพระคำและหนทางของพระเจ้าเพื่อติดตามดวงดาวเทียมเท็จ เราถูกสร้างใหม่ในพิธีบัพติศมาในฐานะลูกแห่งความสว่าง และบัดนี้เราติดตามพระเยซูผู้เป็นดวงดาวที่นำทางและดวงตะวันที่เจิดจ้าแห่งชีวิตของเรา พระคัมภีร์และบทเพลงของเราในวันนี้ประกาศว่าในพระองค์ “ความมืดในพระองค์ไม่มีเลย” (1 ยอห์น 1:5ข)

เมื่อเราเดินไปกับพระเยซูในความสว่างและ “วิ่งแข่งด้วยความเพียร” บนเส้นทางตรงหน้าเรา เรามองไปยังสิ่งที่รอคอยเราอยู่ข้างหน้า แต่เราไม่เพียงแค่ชื่นชมกับทิวทัศน์รอบข้างแม้เราจะเห็นคุณค่าของความงดงามของโลกที่พระผู้สร้างของเราทรงสร้างขึ้น เรากำลังมองไปที่เส้นชัยด้วยการเสาะหาเหตุการณ์ที่ยังมาไม่ถึง เราไม่รู้ว่าพระองค์จะเสด็จกลับมาเมื่อใด แต่เรากำลัง “รอคอยการเสด็จมาของพระคริสต์” ในวันนั้นที่องค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงถูกตรึงและคืนพระชนม์จะทำให้กายของเราเป็นขึ้นมาจากความตายเหมือนที่พระองค์ทรงเป็นขึ้นมา และทรงต้อนรับเข้าไปต่อเบื้องพระพักตร์พระองค์ตลอดไป การวิ่งแข่งที่เราแข่งขันอย่างอดทนนี้จะมีวันสิ้นสุด เราจะอาศัยอยู่ในในสถานที่ซึ่งพระเยซูทรงจัดเตรียมไว้เพื่อเรา เป็นบ้านที่ไม่ต้องการดวงดาวหรือดวงอาทิตย์ “เพราะว่าพระสิริของพระเจ้าเป็นแสงสว่างของนครนั้น และพระเมษโปดกทรงเป็นประทีปของนครนั้น” (วิวรณ์ 21:23ข)

อธิษฐาน: ข้าแต่พระเยซูเจ้า ในขณะที่ข้าพระองค์ทั้งหลายรอคอยการเสด็จกลับมาของพระองค์ โปรดนำข้าพระองค์ทั้งหลายไปด้วยพระคำของพระองค์เพื่อให้ดำเนินชีวิตเป็นลูกของความสว่าง อาเมน พระเยซูองค์พระผู้เป็นเจ้า เชิญเสด็จมาเถิด อธิษฐานในพระนามพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน

คำถามเพื่อการใคร่ครวญ:
1. คุณเห็นว่าอะไรคือสิ่งที่น่าทึ่งที่สุดเกี่ยวกับจักรวาล
2. คุณพอจะอธิบายสักนิดได้ไหมว่าการที่ไม่มีความมืดในพระเยซูนั้นเป็นอย่างไร สิ่งนี้มีความหมายอย่างไรกับคุณ
3. เราจะ “ดำเนินชีวิตเป็นลูกของความสว่าง” ในชีวิตประจำวันของเราได้อย่างไร

© : Lutheran Hour Ministries

Updated: October 16, 2020 — 2:22 pm
Journey into Light Thailand © 2016 Frontier Theme
ปิดโหมดสีเทา