ประจำวันที่ 13 ตุลาคม 2017 “การเป็นมิตรกับคนทั่วไป”

เพราะว่าพระเจ้าทรงให้พระบุตรเข้ามาในโลก มิใช่เพื่อพิพากษาลงโทษโลก แต่เพื่อช่วยกู้โลกให้รอดโดยพระบุตรนั้น ยอห์น 3:17

“ทุกคนรู้ว่าผมไม่ชอบตำรวจมากแค่ไหน แต่ผมเป็นหนี้บุญคุณผู้ชายคนนี้ เขาทำให้ผมมีความหวัง” นั่นเป็นประโยคที่ระบายออกมาจากมาร์ค รอสส์ ผู้ชายที่ขับรถด้วยความเร็วสูงผ่านรัฐโอไฮโอ ข้ออ้างในการขับรถเร็วของเขาเป็นเรื่องที่สมควร เมื่อตีสามเขาได้รับโทรศัพท์แจ้งข่าวว่าน้องสาวเสียชีวิตเนื่องจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ เป็นที่เข้าใจได้เมื่อเขาและเพื่อนขับรถออกไปทันทีเพื่อหาคุณแม่ที่จิตใจว้าวุ่นซึ่งอาศัยอยู่ที่เมืองดีทรอยต์ อีกประมาณ 160 กิโลเมตรก่อนถึงจุดหมายปลายทางเขาก็ถูกตำรวจเรียกให้หยุดรถ ตำรวจคนดังกล่าวคือ ส.ต.ท. โรบินสัน ด้วยรายงานด้านลบเกี่ยวกับตำรวจทำให้รอสส์คาดว่าคงแย่แน่ๆ และเนื่องจากเขายังอยู่ในช่วงเวลาคุมประพฤติด้วยความผิดที่ไม่รุนแรงอยู่ รอสส์จึงคาดว่าเขาอาจจะถูกจำคุกก็ได้ รอสส์อธิบายสถานการณ์ของเขาให้ตำรวจฟัง เขาถึงกับร้องไห้ แล้วก็รอฟัง เขาไม่ต้องรอนานเลย เจ้าหน้าที่โรบินสันไม่จับกุมเขา ไม่ยัดเขาเข้าคุก แต่ยังอธิษฐานเผื่อรอสส์ที่ตะลึงงันอยู่ โรบินสันอธิษฐานเผื่อรอสส์และครอบครัวของเขาที่กำลังเศร้าโศก จากนั้นเขาก็พยายามวางแผนให้รอสส์ได้รับการคุ้มกันไปจนถึงดีทรอยต์เพื่อพบกับคุณแม่ของเขา ตอนนี้คุณสามารถเข้าใจดีขึ้น ซาบซึ้งมากขึ้นกับบรรทัดแรกของการเฝ้าเดี่ยวในวันนี้ที่ว่า “ทุกคนรู้ว่าผมไม่ชอบตำรวจมากแค่ไหน แต่ผมเป็นหนี้บุญคุณผู้ชายคนนี้ เขาทำให้ผมมีความหวัง” ผมอธิษฐานให้คุณสามารถเข้าใจเพราะถ้อยคำเหล่านั้น อาจได้ยินมาจากปากของเราก็ได้ ด้วยการเปลี่ยนแปลงที่น้อยที่สุด ถ้าหากถ้อยคำเหล่านั้นเป็นแบบนี้ล่ะ “ผมไม่ชอบไม่ว่าใครก็ตามที่มีอำนาจแล้วชี้ไปที่บาปของผม แต่ผมเป็นหนี้บุญคุณพระผู้ช่วยให้รอดอย่างแท้จริง พระองค์ทรงให้ความหวังแก่ผม” แท้จริงแล้วมีเวลาหนึ่งในชีวิตที่เราดื้อรั้นและขุ่นเคืองใจต่ออำนาจบางอย่างหรือทั้งหมด เราต้องการเป็นอิสระและไปตามทางของเราเอง เราต้องการเป็นนายแห่งชะตากรรมของเราและเป็นกัปตันของจิตวิญญาณของเรา เราไม่ต้องการให้พระเจ้าทรงแทรกพระองค์เข้ามาในชีวิตของเราและบอกเราว่าต้องทำอะไรและทำอย่างไร แต่พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงเรียกเราด้วยพระคัมภีร์ ทรงใช้ช่องทางแห่งพระคุณที่ทำให้เราเห็นบาปของเราและทรงวางใจใหม่ไว้ในเรา ใจใหม่นั้นมองเห็นองค์พระผู้เป็นเจ้าในด้านที่แตกต่างไปจากเดิม แทนที่เราจะเป็นศัตรูกับพระองค์เรากลับเห็นความเป็นพระองค์ที่แท้จริง คือ พระองค์ทรงเป็นผู้ที่รักเราและทรงทำทุกวิถีทางที่จำเป็นเพื่อช่วยเราให้รอด แล้วพระเยซูล่ะ พระเยซูทรงเป็นผู้หนึ่งที่เสียสละพระชนม์ชีพของพระองค์เพื่อเรา พระองค์ทรงกลายเป็นคนยากจนเพื่อให้เราร่ำรวย ทรงละทิ้งบ้านในสวรรค์ของพระองค์เพื่อให้เรามีบ้านชั่วนิรันดร์ ความสมบูรณ์แบบของพระองค์ปกคลุมความไม่สมบูรณ์ของเรา และพระองค์ทรงยอมสิ้นพระชนม์เพื่อให้เรามีชีวิตนิรันดร์ แท้จริงแล้วเราควรพูดว่า “ผมเป็นหนี้บุญคุณของพระผู้ช่วยให้รอดเพราะพระองค์ทรงให้บ้าน การยกโทษ สันติสุขและชีวิตนิรันดร์แก่ผม”

อธิษฐาน: ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้าที่รัก ขอทรงทำให้แต่ละวันของข้าพระองค์เป็นวันสำคัญที่จะระลึกถึงพระคุณอันน่าซาบซึ้งและขอบพระคุณสำหรับความรอดที่พระผู้ช่วยให้รอดทรงประทานแก่ข้าพระองค์ อธิษฐานในพระนามพระเยซู อาเมน

ลิขสิทธิ์: Lutheran Hour Ministries

Comments

comments

Updated: October 13, 2017 — 2:27 am
Journey into Light Thailand © 2016 Frontier Theme
ปิดโหมดสีเทา