ประจำวันที่ 14 พฤศจิกายน 2017 “วันแห่งความหวังกำลังมา!”

“พระเจ้าจอมโยธาตรัสว่า “ดูเถิด วันนั้นจะมาถึง คือวันที่จะเผาไหม้เหมือนเตาอบ เมื่อคนที่อวดดีทั้งสิ้น…แต่ดวงอาทิตย์แห่งความชอบธรรมซึ่งมีปีกรักษาโรคภัยได้ จะขึ้นมาสำหรับคนเหล่านั้นที่ยำเกรงนามของเรา เจ้าจะกระโดดโลดเต้นออกไปเหมือนลูกวัวออกไปจากคอก และเจ้าจะเหยียบย่ำคนอธรรม เพราะว่าเขาจะเป็นเหมือนขี้เถ้าที่ใต้ฝ่าเท้าของเจ้า ในวันนั้นเมื่อเราประกอบกิจ พระเจ้าจอมโยธาตรัสดังนี้แหละ” มาลาคี 4:1a, 2a-3
ในกรุงเยรูซาเล็มมีพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เพื่อการระลึกถึงคนยิวนับล้านๆ คนที่ถูกฆ่าโดยนาซี ในสงครามโลกครั้งที่ 2 มีคำกล่าวขานว่าการมาดูพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นเรื่องที่น่าหดหู่อย่างมากเพราะว่าคุณมองเห็นภาพสงครามที่น่ากลัวและอ่านบัญชีรายชื่อของชาวยิวและค่ายกักกัน แต่ในท่ามกลางความมืดมนของเรื่องราวแห่งความทุกข์ทรมารก็ยังมีเรื่องราวอัศจรรย์ของการที่พระเจ้าทรงสามารถเปลี่ยนความกลัวให้เป็นความหวังใจ
ในจำนวนค่ายกักกัน แห่งหนึ่งในจำนวนนั้นมีสาวน้อยชื่อ ราเชล เธออดทนต่อการทำงานหนักท่ามกลางหิมะด้วยเสื้อผ้าที่ไม่พอกันหนาว เธอเฝ้ามองด้วยความกลัวเมื่อเพื่อนๆและคนในครอบครัวถูกฆ่า
วันหนึ่ง คนเฝ้ายามทิ้งไปอย่างไม่คาดหมาย เธอไม่รู้ว่าสงครามสิ้นสุดลงแล้ว ต่อมาสักพักทหารอเมริกันมาถึงและปล่อยนักโทษให้เป็นอิสระ ทหารหนุ่มอเมริกันคนหนึ่งพูดกับเธออย่างสุภาพและอยากให้เธอเชื่อว่าเขามาเพื่อช่วยชีวิตเธอ ขณะที่เธอเก็บของ ทหารหนุ่มยืนข้างเธอ แล้วเปิดประตูให้เธอออกไปก่อน พร้อมกับพูดว่า “เชิญครับคุณผู้หญิง”
ราเชลเริ่มร้องไห้ นายทหารจึงถามว่า “เกิดอะไรขึ้นหรือครับ คุณผู้หญิง” เธอจึงตอบว่า“ดิฉันจำไม่ได้ว่าครั้งสุดท้ายที่มีคนเปิดประตูให้ฉันนั้นเมื่อไหร่ ช่างดีเหลือเกินที่มีใครบางคนทำให้ฉันเมื่อนานมาแล้ว” ทหารคนนั้นยังคงติดต่อกับเธอหลังจากที่เธอย้ายที่อยู่ และทั้งสองกลายเป็นเพื่อนกัน ต่อมาเขาก็ตกหลุมรักและแต่งงานกัน
เมื่อบางคนไม่ได้ใช้อำนาจมาลดคุณค่าของคุณหรือไม่ทำให้คุณด้อยค่าลง แต่ยังให้อิสระต่อคุณ—ช่างน่าทึ่งมาก นั่นสามารถเปลี่ยนสิ่งต่างๆ เพียงชั่วครู่ เป็นการนำความหวังใจไปยังที่ซึ่งไร้ความหวังและความชื่นชมยินดีในท่ามกลางความเศร้าโศก
น่าเศร้าที่คนบาปนำอำนาจไปใช้ในทางที่ผิด เพื่อตัวของเขาเอง เขามักกำหนดให้ผู้คนทำตามความประสงค์ของตนเอง วันนี้มาลาคีเตือนเราว่ามีเพียงพระเจ้าองค์เดียวเท่านั้นที่สามารถปลดปล่อยเราจากโซ่พันธนาการและคุกของความบาปและความผิด พระเจ้าองค์เดียวเท่านั้นที่ทรงสามารถพิพากษาและอภัยโทษ และพระเจ้าองค์เดียวเท่านั้นที่ทรงนำมาซึ่งฟ้าสวรรค์ใหม่และแผ่นดินโลกใหม่สู่สถานที่ซึ่งอยู่ภายใต้การพิพากษา – ทั้งหมดไปจนถึงรากเหง้า
ขอพูดเป็นการส่วนตัวขึ้นอีกนะครับว่า ถ้าคุณรู้สึกท่วมท้นด้วยโลกนี้ ไม่ว่าจะด้วยผีร้ายที่คุณเห็นหรือสัมผัสได้ จะด้วยความขาดแคลนที่คุณต่อสู้ในชีวิตของคุณ หรือจะด้วยเพราะงานที่หนักหนาในโลกนี้ที่เหมือนกับว่าไม่มีที่สิ้นสุด มาลาคีกล่าวไว้ว่าพระเจ้าจะทรงทำการแทนในนามของโลกนี้ พระองค์จะพิพากษามารร้ายและความสิ้นหวังที่ก่อกำเนิดขึ้นและทรงนำวันแห่งความหวังที่ยั่งยืน สำหรับผู้เชื่อวางใจในพระองค์ แท้จริงในพระเยซูคริสต์เจ้า พระองค์ทรงกระทำแล้ว
ผมกำลังคิดถึงความรู้สึกของหญิงสาวขณะที่ทหารผู้มาให้อิสรภาพเปิดประตูให้เธอ ผมเคยอยู่ดาซูและเคยเห็นค่ายทหาร และผมไม่สามารถจินตนาได้ถึงความรู้สึกของการเห็นปะตูเปิดออกเพื่อให้หนี เพื่อการช่วยชีวิตจริงๆ ดังนั้น ผมคิดถึงพระเยซูคริสต์เจ้า ผู้ซึ่งหลังจากสิ้นพระชนม์และคืนพระชนม์ทรงเปิดประตูแห่งอิสรภาพจากความสิ้นหวังของโลกนี้สู่การคืนชีพของชีวิตที่แท้จริงในพระองค์ นั่นคือวันแห่งความหวังที่คุณมีส่วนร่วม โดยความเชื่อในพระองค์ วันนี้ให้จับพระหัตถ์พระองค์ไว้ และตามไปในที่ซึ่งทรงนำไป แล้วคุณจะยินดีกับสิ่งที่คุณทำ
คำอธิษฐาน: พระเยซูเจ้าที่รักยิ่ง ขอให้ความหวังใจของข้าพระองค์หยั่งรากลึกในพระสัญญาซึ่งพระองค์ทรงมอบไว้เพราะว่าพระองค์ทรงสามารถทำให้พระสัญญาเหล่านั้นสำเร็จต่อทุกคนที่เชื่อในพระองค์ และขอให้ความหวังเช่นนั้นได้สำแดงชีวิตของข้าพระองค์เพื่อผู้อื่นด้วยเถิด อาเมน
ลิขสิทธิ์: Lutheran Hour Ministries

Comments

comments

Updated: November 13, 2017 — 4:02 pm
Journey into Light Thailand © 2016 Frontier Theme
ปิดโหมดสีเทา