ธรรมชีวิตประจำวันพุธที่ 3 สิงหาคม 2022 “ความเชื่อและความสัตย์ซื่อ”

ฮีบรู 11:1-2, 13 – ความเชื่อคือความแน่ใจในสิ่งที่เราหวังไว้ เป็นความรู้สึกมั่นใจว่า สิ่งที่ยังไม่ได้เห็นนั้นมีจริง โดยความเชื่อนี้เองคนในสมัยก่อนก็ได้รับการรับรองจากพระเจ้า… คนเหล่านั้นได้ตายไปขณะที่มีความเชื่อเต็มที่ และไม่ได้รับสิ่งที่ได้ทรงสัญญาไว้ แต่เขาก็ได้เห็นและได้เตรียมรับไว้ตั้งแต่ไกล และรู้ดีว่าเขาเป็นคนแปลกถิ่นที่ท่องเที่ยวไปในโลก

คุณจำได้หรือไม่ว่าการเรียนว่ายน้ำเป็นอย่างไร ทุกคนบอกคุณว่าไม่เป็นไร ปลอดภัย คุณจะลอยตัวและไม่จม แต่ยากที่จะเชื่อได้ คุณกำลังเรียนรู้ที่จะเชื่อในสิ่งที่มองไม่เห็น โดยไม่ใส่ใจกับเหตุผลของคุณเองที่มีอยู่ แล้วเชื่อในสิ่งที่คุณครูบอกคุณ

หรืออาจไม่ใช่การว่ายน้ำ อาจเป็นการไต่ลงจากเขา เขาบอกคุณว่าเชือกจะไม่ขาด แต่ก็ยากที่จะเชื่อด้วยความกล้าหาญในการทุ่มน้ำหนักตัวของคุณทั้งหมดลงบนเชือกแล้วไต่ลงไปเป็นครั้งแรก

การวางใจในพระเยซูก็เช่นเดียวกับเรื่องนี้ พระองค์ทรงเรียกเราให้ทำสิ่งที่ดูเหมือนไม่มีเหตุผล หรือแม้กระทั่งเป็นไปไม่ได้ บางเรื่องเป็นเรื่องเล็กๆ เช่น พระองค์อาจบอกให้เราไปขอโทษใครบางคนที่เราทำผิดต่อเขา ถ้าคุณไม่เคยทำมาก่อนก็ดูเหมือนจะยากกว่าการบินไปดวงจันทร์เสียอีก หรือพระองค์อาจขอให้คุณทำบางอย่างที่ใหญ่ขึ้นเช่น การยอมรับหน้าที่ซึ่งคุณรู้สึกกลัวเช่นการดูแลเด็กในบ้านพักเด็ก หรือตอบรับตำแหน่งที่คุณไม่แน่ใจว่าคุณจะรับมือได้หรือไม่ พระองค์อาจวางคุณไว้ในตำแหน่งที่คุณมีโอกาสพูดคุยใครบางคนที่คุณรักเกี่ยวกับความเชื่อของเรา

ในกรณีที่กล่าวมาทั้งหมด เหมือนความรู้สึกที่ว่าคุณกำลังเรียนรู้การไว้วางใจให้คุณวางน้ำหนักทั้งตัวไปที่เชือกซึ่งมองไม่เห็น หรือเดินบนสะพานแก้วแล้วมองลงมาจากที่สูงเท่ากับตึกยี่สิบชั้น โดยวางใจว่าสะพานรับน้ำหนักได้ ไม่น่าแปลกใจที่ผู้เขียนหนังสือฮีบรูจึงเรียกความเชื่อว่า “ความรู้สึกมั่นใจว่า สิ่งที่ยังไม่ได้เห็นนั้นมีจริง”

ข้าพเจ้ารู้จากชีวิตของตัวเองว่าพระเจ้ามักเริ่มต้นที่เรื่องเล็กๆ แต่แน่นอนว่าความท้าทายเล็กน้อยไม่ได้ดูเล็กน้อยเลยถ้าคุณเรียนรู้ที่จะวางใจในครั้งแรก แต่หลังจากหลายปีของการวางใจในพระเยซูเมื่อคุณมองย้อนกลับไปก็สามารถบอกได้ว่า “พระองค์ไม่เคยทำให้ข้าพเจ้าผิดหวัง พระองค์ไว้ใจได้จริงๆ”

นี่คือสิ่งที่เราสามารถพูดได้หลังจากการรับใช้ชุมชนเวียดนามในฐานะครอบครัวมิชชันนารีเป็นเวลานานกว่าสามสิบปี เราเห็นพระเจ้าทรงทำสิ่งที่เราไม่เชื่อว่าจะเป็นไปได้เมื่อพระองค์ทรงส่งเราออกไป และเรายังคงเรียนรู้ทุกๆ วันที่จะพึ่งพาเชือกที่มองไม่เห็น คือ การวางใจให้พระเจ้าทรงนำเราและทรงจับเราไว้เมื่อเพื่อไม่ให้เราล้มหรือตกลงไป บางทีอาจเราอาจเป็นคนที่เรียนช้าก็ได้

แต่นั่นไม่สำคัญ เพราะไม่ว่าความเชื่อของเราจะเล็กน้อยแค่ไหน แต่ความสัตย์สุจริตของพระเจ้าก็ใหญ่เพียงพอเสมอ ถ้าเรามีเพียงความเชื่ออันน้อยนิด ก็ยังเป็นความเชื่อในพระเจ้าผู้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก พระเจ้าผู้ทรงมาเพื่อทนทุกข์และสิ้นพระชนม์และคืนพระชนม์อีกครั้งเพื่อทำให้เราเป็นบุตรของพระองค์ ถ้าพระองค์ทรงรักเรามากขนาดนั้น พระองค์คงไม่ทำให้เราล้มแน่นอน ความเชื่อของเราเล็กน้อย แต่ความสัตย์ซื่อของพระองค์ยิ่งใหญ่

อธิษฐาน:  พระบิดาที่รัก ขอทรงช่วยข้าพระองค์ให้วางใจในพระองค์ที่จะอุ้มชูข้าพระองค์ไว้ อธิษฐานในพระนามพระเยซูคริสต์ อาเมน

คำถามเพื่อการใคร่ครวญ:

  1. จงเล่าเกี่ยวกับเวลาที่คุณต้องไว้ใจใครบางคนเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี
  2. คุณคิดว่าอะไรที่ทำให้พระเยซูทรงน่าไว้วางใจ
  3. ขอให้เล่าเกี่ยวกับความท้าทาย (เล็กหรือใหญ่ก็ได้) เมื่อคุณเรียนรู้ที่จะวางใจในพระเยซูด้วยการเชื่อฟังพระองค์

© : Lutheran Hour Ministries

Comments are closed.