ธรรมชีวิตประจำวันพฤหัสบดีที่ 4 สิงหาคม 2022 “ความกระวนกระวาย”

ลูกา 12:22-31 – พระองค์ตรัสกับเหล่าสาวกของพระองค์ว่า “เหตุฉะนั้นเราบอกท่านทั้งหลายว่า อย่ากระวนกระวายถึงชีวิตของตนว่า จะเอาอะไรกิน และอย่ากระวนกระวายถึงร่างกายของตนว่า จะเอาอะไรนุ่งห่ม เพราะว่าชีวิตสำคัญยิ่งกว่าอาหาร และร่างกายสำคัญยิ่งกว่าเครื่องนุ่งห่ม จงพิจารณาดูอีกา มันมิได้หว่าน มิได้เกี่ยว และมิได้มียุ้งหรือฉาง แต่พระเจ้ายังทรงเลี้ยงมันไว้ ท่านทั้งหลายประเสริฐกว่านกมากทีเดียว มีใครในพวกท่านโดยความกระวนกระวาย อาจต่อชีวิตให้ยาวออกไปอีกสักศอกหนึ่งได้หรือ เหตุฉะนั้น ถ้าสิ่งเล็กน้อยยังทำไม่ได้ ท่านยังจะกระวนกระวายถึงสิ่งอื่นทำไมอีกเล่า จงพิจารณาดอกไม้ว่ามันงอกเจริญขึ้นอย่างไร มันไม่ทำงาน มันไม่ปั่นด้าย แต่เราบอกท่านทั้งหลายว่า กษัตริย์ซาโลมอนเมื่อบริบูรณ์ด้วยสง่าราศี ก็มิได้ทรงเครื่องงามเท่าดอกไม้นี้ดอกหนึ่ง แม้ว่าพระเจ้าทรงตกแต่งหญ้าที่ทุ่งนาอย่างนั้น ซึ่งเป็นอยู่วันนี้และรุ่งขึ้นต้องทิ้งในเตาไฟ โอ ผู้ที่มีความเชื่อน้อย พระองค์จะทรงตกแต่งท่านมากยิ่งกว่านั้นหนา ท่านทั้งหลายอย่าเสาะหาว่าจะกินอะไรดีหรือจะดื่มอะไร และอย่ามีใจกังวล เพราะว่าพวกต่างชาติทั่วโลกเสาะหาสิ่งของทั้งปวงนี้ แต่ว่าพระบิดาของท่านทั้งหลายทรงทราบแล้วว่า ท่านต้องการสิ่งเหล่านี้ แต่ท่านทั้งหลายจงแสวงหาแผ่นดินของพระเจ้า แล้วพระองค์จะทรงเพิ่มเติมสิ่งเหล่านี้ให้”

นี่คือตอนของพระคัมภีร์ที่ผมกลับมาอ่านเมื่อผมกังวลและกระวนกระวาย พระเยซูกำลังบอกสาวกของพระองค์ว่าพระองค์เข้าใจความห่วงใยของเขาเมื่อพระองค์ตรัสกว่า “พระบิดาของท่านทั้งหลายทรงทราบแล้วว่า ท่านต้องการสิ่งเหล่านี้” แต่พระเยซูทรงบอกเราเกี่ยวกับสถานที่ที่ควรค้นหาสิ่งดีเหล่านี้ นั่นคือ พระเจ้าพระบิดา

ลูเธอร์อธิบายไว้ในทำนองนี้ว่า “พระเจ้าคือผู้ที่เรามองหาสิ่งดีทั้งปวงและผู้ที่เราค้นพบการลี้ภัยในทุกช่วงเวลาของความต้องการ การมีพระเจ้าไม่มีอะไรมากไปกว่าการไว้วางใจและการเชื่อในพระองค์ด้วยสิ้นสุดใจของเรา”

พระเยซูทรงเรียกร้องเราให้ยอมให้พระเจ้าเป็นที่หนึ่งในชีวิตของเรา ด้วยการมองไปที่พระองค์สำหรับสิ่งสารพัดที่เราต้องการ จากนั้นเราสามารถแทนที่ความกระวนกระวายของเราด้วยบางสิ่งที่เป็นประโยชน์มากกว่า ซึ่งได้แก่การเป็นห่วงเกี่ยวกับแผ่นดินของพระเจ้าและการค้นหาแนวทางที่จะแบ่งปันความรักของพระเจ้ากับคนอื่น สิ่งนั้นสามารถสร้างความแตกต่างได้อย่างแท้จริง
แน่นอน เป็นการง่ายที่จะพูดว่า “หยุดกระวนกระวาย” แต่เป็นการยากที่จะทำสิ่งนั้นได้จริง คุณจะไว้วางใจใครบางคนที่มองไม่เห็นได้อย่างไร

บางทีนี่คือเหตุผลข้อหนึ่งว่าทำไมพระเจ้าจึงเลือกที่จะเสด็จเข้ามาในโลกนี้ในฐานะมนุษย์ที่เป็นทารก ในฐานะพระเยซูคริสต์พระผู้ช่วยให้รอดของเรา เมื่อเราเห็นพระเยซูเราเห็นพระเจ้าในเนื้อหนังที่ทรงดูแลเอาใจใส่เรา เราเห็นว่าพระองค์ทรงรักเรา ท้ายที่สุด พระองค์ทรงทนทุกข์ สิ้นพระชนม์ และเป็นขึ้นอีกครั้งเพื่อทำให้เราเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวของพระองค์ เราเห็นว่าพระองค์ทรงมีฤทธิ์อำนาจ พระองค์ทรงสามารถรักษาคนป่วยและบัญชาลมพายุและแม้กระทั่งทำขนมปังให้ผู้คนได้รับประทาน และพระองค์ทรงสัญญากับเราว่าพระองค์จะอยู่กับเราตลอดไป แม้ในยามที่เรามองไม่เห็นพระองค์

สุดท้าย พระองค์ทรงประทานพระวิญญาณบริสุทธิ์แก่เรา พระวิญญาณทรงกระทำเพื่อเราในสิ่งที่เราไม่สามารถทำเพื่อตนเอง พระองค์ทรงสร้างความเชื่อไว้ในเราและทรงช่วยเรายึดมั่นอยู่กับพระผู้ช่วยให้รอดของเราด้วยการไว้วางใจพระองค์แม้ในช่วงเวลาที่มืดมนที่สุด ขอพระเจ้าพระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงรักษาเราไว้ให้ใกล้ชิดกับพระองค์ตลอดเวลา

อธิษฐาน: องค์พระผู้เป็นเจ้าที่รัก โปรดช่วยข้าพระองค์ให้วางใจในพระองค์ในยามที่ข้าพระองค์กลัวหรือกังวล อธิษฐานในพระนามพระเยซูคริสต์ อาเมน

คำถามเพื่อการใคร่ครวญ:

  1. ตอนนี้คุณกระวนกระวายเกี่ยวกับอะไรมากที่สุด
  2. คุณเห็นพระเจ้าดูแลคุณและจัดเตรียมเพื่อความต้องการของคุณตอนไหน
  3. พระเจ้าจะใช้คุณอย่างไรเพื่อจัดเตรียมสำหรับความต้องการของใครบางคน

© : Lutheran Hour Ministries

Comments are closed.