ธรรมชีวิตประจำวันเสาร์ที่ 15 มิถุนายน 2024 “พระเยซูทรงสัมผัสชีวิต”

ยอห์น 4:51-54 – ขณะที่ท่าน (ข้าราชการ) กลับไปนั้น พวกบ่าวของท่านได้มาพบและเรียนท่านว่า บุตรของท่านหายแล้ว ท่านจึงถามถึงเวลาที่บุตรค่อยทุเลาขึ้นนั้น และพวกบ่าวก็เรียนท่านว่า “ไข้หายเมื่อวานนี้เวลาบ่ายโมง” บิดาจึงรู้ว่าชั่วโมงนั้นเป็นเวลาที่พระเยซูได้ตรัสกับตนว่า “บุตรของท่านจะไม่ตาย” และท่านเองก็เชื่อพร้อมทั้งครัวเรือนของท่านด้วย นี่เป็นหมายสำคัญที่สองซึ่งพระเยซูทรงกระทำ เมื่อพระองค์เสด็จจากแคว้นยูเดียไปยังแคว้นกาลิลี พระเยซูทรงใช้การอัศจรรย์ในการรักษาโรคของพระองค์เป็นสัญญาณการนำคุณและข้าพเจ้าไปยังที่ซึ่งพระองค์ทรงต้องการให้เราเป็น พูดอีกอย่างคือ การอัศจรรย์ในการรักษาโรคของพระเยซูไม่ใช่เป้าหมายที่มากไปกว่าสัญญาณของปลายทาง เป้าหมายและปลายทางนั้นก็เพื่อให้ผู้คนเชื่อในพระองค์ว่าทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของเขา ดังเรื่องของข้าราชการที่เราเพิ่งอ่านไป เมื่อพระเยซูตรัสว่า “บุตรของท่านจะไม่ตาย” ตามที่บันทึกในพระคัมภีร์ “ข้าราชการผู้นั้นเชื่อพระดำรัสที่พระเยซูตรัสกับท่าน จึงทูลลาไป” (ยอห์น 4:50ข) จากนั้น ยอห์นรายงานอีกว่า…

Continue reading

ธรรมชีวิตประจำวันศุกร์ที่ 14 มิถุนายน 2024 “พลังอำนาจน้ำ”

กิจการ 16:5 – คริสตจักรทั้งปวงจึงเข้มแข็งในความเชื่อ และคริสตสมาชิกได้ทวีขึ้นทุกๆ วัน การอ่านหนังสือกิจการทำให้คุณสัมผัสพระวิญญาณของพระเจ้าและพระวจนะของพระองค์ทำการเหมือนแม่น้ำที่ทรงอานุภาพ แม่น้ำนั้นลึกเกินหยั่งถึง ครั้งหนึ่งเคยถูกเก็บกักไว้กับคนยิว แล้วประตูน้ำก็เปิดออก กระแสแห่งแผ่นดินของพระเจ้าไหลจากเยรูซาเล็มออกไปทุกทิศทาง น้ำนั้นไหลลงใต้สู่เอธิโอเปียและนำผู้ติดตามพระเยซูที่ไม่มีความสงสัยไปยังรถม้าของข้าราชการของพระราชินีแอฟริกัน ข้าราชการคนนี้เป็นขันทีซึ่งไม่มีความเป็นผู้ชาย แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ใช่ผู้หญิง เขาไม่สามารถสืบพันธุ์ได้ การถูกตอนเป็นขันทีก็เหมือนกับแม่น้ำที่แห้งผาก แต่ขันทีได้ยินว่าการต้อนรับและการยกโทษของพระเยซูนั้นรวมถึงคนเช่นเขาด้วย เขาได้รับบัพติศมาในน้ำ (ดู กิจการ 8:27-38) แม่น้ำนั้นไหลไปทางเหนือถึงซีซารียา ไปสู่คนยิวที่ติดตามพระเจ้าโดยไม่สงสัย และครั้งนี้ยังไหลไปสู่บ้านของคนต่างชาติด้วย แล้วคนยิวซึ่งนำโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์แหวกธรรมเนียมที่ปฏิบัติสืบต่อกันมานับพันปี ทั้งหมดต่างนั่งลงรับประทานอาหารด้วยกันกับคนต่างชาติและครอบครัวของเขา เพื่อว่าเขาจะได้รับการชำระในน้ำด้วย (ดู กิจการ 10)…

Continue reading

ธรรมชีวิตประจำวันวันพฤหัสบดีที่ 13 มิถุนายน 2024 “การหว่านพืช”

มาระโก 4:26-34 – พระองค์ (พระเยซู) ตรัสว่า “แผ่นดินของพระเจ้าอุปมาเหมือนคนหนึ่งหว่านพืชลงในดิน แล้วกลางคืนก็นอนหลับ และกลางวันก็ตื่นขึ้น ฝ่ายพืชนั้นจะงอกจำเริญขึ้นอย่างไรเขาก็ไม่รู้ เพราะแผ่นดินเองทำให้พืชงอกจำเริญขึ้นเป็นลำต้นก่อน ภายหลังก็ออกรวง แล้วก็มีเมล็ดข้าวเต็มรวง ครั้นสุกแล้วเขาก็ใช้คนไปเกี่ยวเก็บทีเดียว เพราะว่าถึงฤดูเกี่ยวแล้ว” พระองค์ตรัสอีกว่า “แผ่นดินของพระเจ้า จะเปรียบเหมือนสิ่งใด หรือจะสำแดงด้วยคำอุปมาอย่างไร ก็อุปมาเหมือนเมล็ดพืชเมล็ดหนึ่ง เวลาเพาะลงในดินนั้น ก็เล็กกว่าเมล็ดทั้งปวงทั่วทั้งแผ่นดิน แต่เมื่อเพาะแล้วจึงงอกขึ้นจำเริญโตใหญ่กว่าผักทั้งปวง และแตกกิ่งก้านใหญ่พอให้นกในอากาศมาทำรังอาศัยอยู่ในร่มนั้นได้” พระองค์ได้ทรงกล่าวแก่เขาถึงข่าวนั้น เป็นคำอุปมาอย่างนั้นหลายประการ ตามที่เขาจะสามารถฟังและเข้าใจได้ และนอกจากคำอุปมา พระองค์มิได้ตรัสแก่เขาเลย แต่เมื่อฝูงคนไปแล้ว…

Continue reading

ธรรมชีวิตประจำวันพุธที่ 12 มิถุนายน 2024 “การคิดถึงบ้าน”

2 โครินธ์ 5:1-10, 17 – เพราะเรารู้ว่า ถ้าเรือนดินคือกายของเรานี้จะพังทำลายเสีย เราก็ยังมีที่อาศัยซึ่งพระเจ้าทรงโปรดประทานให้ ที่มิได้สร้างด้วยมือมนุษย์ และตั้งอยู่เป็นนิตย์ในสวรรค์ เพราะว่าในร่างกายนี้เรายังครวญคร่ำอยู่ มีความอาลัยที่จะสวมที่อาศัยของเราที่มาจากสวรรค์ เพื่อว่าเมื่อเราสวมแล้ว เราก็จะมิได้เปลือย เพราะว่าเราผู้อาศัยในร่างกายนี้จึงครวญคร่ำเป็นทุกข์ มิใช่เพราะปรารถนาที่จะอยู่ตัวเปล่า แต่ปรารถนาจะสวมกายใหม่นั้น เพื่อว่าร่างกายของเราซึ่งจะต้องตายนั้นจะได้ถูกชีวิตอมตะกลืนเสีย แต่พระเจ้าทรงเป็นผู้เตรียมเราไว้สำหรับการเปลี่ยนแปลงนี้ และพระองค์ได้ทรงโปรดประทานพระวิญญาณเป็นมัดจำไว้กับเรา เหตุฉะนั้นเรามั่นใจอยู่เสมอ รู้อยู่แล้วว่า ขณะที่เราอยู่ในร่างกายนี้ เราอยู่ห่างจากองค์พระผู้เป็นเจ้า เพราะเราดำเนินโดยความเชื่อ มิใช่ตามที่ตามองเห็น เรามีความมั่นใจ และเราปรารถนาจะอยู่กับองค์พระผู้เป็นเจ้ามากกว่าอยู่ในร่างกายนี้ เหตุฉะนั้นเราตั้งเป้าของเราว่า จะอยู่ในกายนี้ก็ดีหรือไม่อยู่ก็ดี…

Continue reading

ธรรมชีวิตประจำวันอังคารที่ 11 มิถุนายน 2024 “ที่ลี้ภัยสำหรับประชากรของพระเจ้า”

เอเสเคียล 17:22-24 – พระเจ้าตรัสดังนี้ว่า “เราเองจะเอาแขนงจากยอดสูงของต้นสนสีดาร์และปลูกไว้ เราจะหักกิ่งอ่อนของมันออกเสีย และเราเองจะปลูกมันไว้บนภูเขายอดสูง เราจะปลูกมันไว้บนภูเขาสูงของอิสราเอล เพื่อจะแตกกิ่งและบังเกิดผล และเป็นต้นสนสีดาร์ที่มีเกียรติ และนกทุกชนิดจะมาอาศัยอยู่ใต้มัน นกทุกอย่างจะมาทำรังอยู่ที่ร่มกิ่งของมัน และต้นไม้ทุกต้นในทุ่งจะทราบว่า เราคือพระเจ้ากระทำต้นไม้สูงให้ต่ำลง และกระทำต้นไม้ต่ำให้สูงขึ้น ทำต้นไม้เขียวให้แห้งไป และทำต้นไม้แห้งให้งามสดชื่น เราคือพระเจ้าได้ลั่นวาจาแล้ว เราจะกระทำเช่นนั้น” ยากที่จะรู้ว่าอะไรกำลังเกิดในเนื้อหาตอนนี้ นอกจากว่าคุณอ่านจนจบบท นั่นทำให้เข้าใจชัดเจนว่าพระเจ้าทรงพูดเกี่ยวกับครอบครัวของกษัตริย์ดาวิด และผู้ที่ในพระคัมภีร์หมายถึงแขนงจากยอดสูงของต้นสนสีดาร์ และพระเจ้าตรัสว่าพระองค์จะทรงตัดต้นสนสีดาร์และปลูกขึ้นในอิสราเอล เมื่อต้นไม้นั้นเติบโตขึ้นก็เป็นร่มเงาให้นกทุกชนิดมาอาศัย นี่เป็นภาพที่น่ารัก แต่แล้วก็กลายเป็นเรื่องที่น่าเสียใจเมื่อคุณพบว่าพระเจ้าตรัสถึงสิ่งเหล่านี้เมื่อคนยูดาห์ใกล้สูญเสียประเทศของตนอย่างหมดสิ้น เขาหันหลังให้พระเจ้านานเกินไป เขากราบไหว้พระเทียมเท็จและทำทุกอย่างที่ชั่วร้าย และบัดนี้กษัตริย์ของเขาซึ่งสืบเชื้อสายมาจากกษัตริย์ดาวิดทำผิดคำสาบานที่ให้ไว้ต่อกษัตริย์บาบิโลน…

Continue reading