Category: ธรรมชีวิตประจำวัน

ธรรมชีวิตประจำวันที่ 27 กรกฎาคม 2021 “ความอดทน”

อพยพ 16:2-4, 6-7, 13-15 – ชุมนุมชนชาติอิสราเอลทั้งปวงก็พากันบ่นต่อโมเสสและอาโรนในถิ่นทุรกันดาร คนอิสราเอลกล่าวแก่ท่านทั้งสองว่า “พวกข้าพเจ้าตายเสียด้วยพระหัตถ์ของพระเจ้าตั้งแต่อยู่ในประเทศอียิปต์ ขณะเมื่อนั่งอยู่ใกล้หม้อเนื้อและรับประทานอาหารอิ่มหนำจะดีกว่า นี่ท่านกลับนำพวกข้าพเจ้าออกมาในถิ่นทุรกันดารอย่างนี้ เพื่อจะให้ชุมนุมชนทั้งหมดหิวตายเท่านั้น” แล้วพระเจ้าได้ตรัสกับโมเสสว่า “ดูเถิด เราจะให้อาหารตกลงมาจากท้องฟ้าดุจฝนสำหรับพวกเจ้า ให้ประชาชนออกไปเก็บทุกวัน พอกินเฉพาะวันหนึ่งๆ เพื่อเราจะได้ลองใจว่าเขาจะปฏิบัติตามโอวาท ของเราหรือไม่… โมเสสกับอาโรนจึงบอกชนชาติอิสราเอลทั้งปวงว่า “ในเวลาเย็นท่านทั้งหลายจะได้รู้ว่า พระเจ้าเป็นผู้ทรงนำพวกท่านออกจากประเทศอียิปต์ ในเวลาเช้าพวกท่านจะได้เห็นพระสิริแห่งพระเจ้า เพราะคำบ่นต่อว่าของพวกท่านต่อพระเจ้าทราบถึงพระองค์แล้ว เราทั้งสองเป็นผู้ใดเล่า พวกท่านจึงมาบ่นต่อว่าเรา”… ครั้นถึงเวลาเย็นฝูงนกคุ่มบินมาเต็มค่าย ในเวลาเช้าก็มีน้ำค้างตกรอบค่ายที่พัก เมื่อน้ำค้างระเหยไปแล้ว ก็เห็นสิ่งหนึ่งเหมือนเกล็ดเล็กๆ เท่าเม็ดน้ำค้างแข็งอยู่ที่พื้นดินในถิ่นทุรกันดารนั้น เมื่อชนชาติอิสราเอลเห็นจึงพูดกันว่า “นี่อะไรหนอ” เพราะเขาไม่ทราบว่าเป็นสิ่งใด โมเสสจึงบอกเขาว่า “นี่แหละเป็นอาหารที่พระเจ้าประทานให้พวกท่านรับประทาน” สิ่งที่ข้าพเจ้าแปลกใจมากที่สุดเกี่ยวกับเรื่องนี้คือความอดทนของพระเจ้า คนอิสราเอลเพิ่งเดินทางได้เดือนครึ่งนับจากวันที่พระเจ้าทรงกู้เขาออกมาจากอียิปต์ สิ่งอัศจรรย์ที่พระองค์ทรงกระทำเพื่อช่วยเขาให้รอดจากอียิปต์น่าจะสดใหม่ในใจของเขา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องภัยพิบัติที่พระองค์ทรงให้เกิดกับคนอียิปต์ วิธีการที่พระองค์ทรงปกป้องคนอิสราเอลจากความเลวร้าย การแหวกทะเลแดงให้เป็นทางเดินเพื่อให้เขารอดจากทหารที่ติดตามมา แต่เพียง 45 วันต่อมาเท่านั้นเขาคร่ำครวญเพราะความหิวโหย และด้วยเหตุใดก็ตามเขาลืมสิ่งไม่ดีทั้งปวงเกี่ยวกับอียิปต์อย่างเช่น การเป็นทาสและการถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ แต่เขากลับจำได้แต่สิ่งที่ดีๆ อย่างเพิ่งเข้าใจผิด ข้าพเจ้าไม่ได้พูดว่าเขาควรทนหิวไปอย่างเงียบๆ แต่มีความแตกต่างระหว่างการบ่นและการขอดีๆ หลังจากการอัศจรรย์ต่างๆ แล้วเขาควรรู้ว่าพระเจ้าทรงสามารถจัดเตรียมเพื่อเขาได้ ทำไมเขาไม่อธิษฐานล่ะ แต่เขาก็ไม่อธิษฐาน กลับเอาแต่บ่น […]

ธรรมชีวิตประจำวันที่ 26 กรกฎาคม 2021 “อิ่มเอม”

สดุดี 145:15-16 – นัยน์ตาทั้งปวงมองดูพระองค์ และพระองค์ประทานอาหารให้ตามเวลา พระองค์ทรงยื่นพระหัตถ์ของพระองค์ พระองค์ทรงให้สัตว์โลกทุกอย่างอิ่มตามความปรารถนา บางครั้งเราใช้พระคัมภีร์ข้อเหล่านี้เป็นคำอธิษฐานที่โต๊ะอาหารเพื่อขอบคุณพระเจ้าสำหรับอาหารที่พระองค์ทรงจัดเตรียม แต่ไม่ใช่เฉพาะเราเท่านั้นที่พระเจ้าทรงจัดเตรียมไว้ให้ พระองค์ “ทรงให้สัตว์โลกทุกอย่าง” อิ่มตามความปรารถนาด้วยเช่นกัน จากปฐมกาลพระเจ้าทรงวางการจัดเตรียมนั้นไว้ในการทรงสร้างของพระองค์ด้วยการปลูกพืชที่ให้เมล็ดพันธุ์และต้นไม้ที่ให้ผลและทรงให้ “หญ้าเขียวเป็นอาหาร” (ปฐมกาล 1:30ข) สำหรับสิ่งมีชีวิตทุกชนิด หลังจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ พระเจ้าตรัสกับโนอาห์และครอบครัวของท่านว่า “ดังที่เราให้พืชเขียวเป็นอาหารแก่ท่านแล้ว” (ปฐมกาล 9:3ข) ความห่วงใยของพระผู้สร้างยังดำเนินต่อไป ในสดุดี 104 ผู้เขียนสดุดีชื่นชมในน้ำพุที่พลุ่งขึ้นมาเพื่อทำให้สัตว์ป่าทุกตัวได้ดื่ม หญ้าที่งอกออกมาเพื่อสัตว์เลี้ยง และพืชผักที่พระเจ้าทรงจัดเตรียมเพื่อมนุษยได้ดูแล พระเยซูเจ้าทรงชี้นำความสนใจของเราไปยังความห่วงใยของพระเจ้าที่มีต่อสิ่งทรงสร้างของพระองค์ เพื่อเตือนให้เราระลึกถึงความห่วงใยของพระบิดาแห่งฟ้าสวรรค์ที่มีต่อเรา นกไม่ได้หว่านหรือเก็บเกี่ยวหรือส่ำสมพืชผลเอาไว้ แต่พระเจ้าทรงเลี้ยงดูนกเหล่านั้น พระเยซูตรัสกับเราว่า “ท่านทั้งหลายประเสริฐกว่านกมากทีเดียว” (ลูกา 12:24ข) เราประเสริฐกว่านกมาก แต่เราก็กบฏต่อพระผู้สร้างของเราทุกวัน เราไม่พอใจกับการจัดเตรียมของพระองค์และเสาะหาสิ่งที่จะให้ความอิ่มตามความปรารถนาของเรา ในการทำเช่นนั้นเราก็ทำตามบรรพบุรุษคู่แรกของเราที่ไม่พอใจกับสิ่งที่พระเจ้าทรงจัดเตรียมไว้ในสวนเอเดน แม้ทั้งสองมีอาหารอย่างอุดมสมบูรณ์ในสวน แต่เขาก็เลือกที่จะไม่เชื่อฟังพระคำของพระเจ้าและกินผลไม้ต้องห้ามนั้น การจัดเตรียมเพื่อตัวเราเองและครอบครัวของเราไม่ใช่สิ่งที่ผิด งานที่เราทำเพื่อจะดูแลซึ่งกันและกันนั้นเป็นส่วนหนึ่งของการจัดเตรียมของพระเจ้าเพื่อเรา พระองค์ทรงจัดเตรียมแบบเดียวกันสำหรับอาดัมเมื่อพระองค์ “ทรงให้มนุษย์นั้นอยู่ในสวนเอเดน ให้ทำและรักษาสวน” (ปฐมกาล 2:15ข) กระนั้น บ่อยครั้งเราคิดว่าเราต้องการมากขึ้นเพื่อตนเอง เช่น อาหารมากขึ้น ทรัพย์สินและเงินทองมากขึ้น บางครั้งเราโหยหาสิ่งที่เป็นภัยสำหรับเรา […]

ธรรมชีวิตประจำวันที่ 25 กรกฎาคม 2021 “แด่ธรรมิกชนของพระองค์ทุกคนที่อยู่ในสงคราม”

“แด่ธรรมิกชนของพระองค์ทุกคนที่อยู่ในสงคราม เพื่อให้ธรรมิกชนของพระองค์ทุกคนหยุดพัก พระนามบริสุทธิ์ของพระองค์ โอ พระเยซู เป็นที่ยกสรรเสริญตลอดนิรันดร์ เพราะพระองค์ทรงมีชัยชนะในการต่อสู้ เพื่อให้เขาได้สวมมงกุฎ และบัดนี้คนเหล่านั้นสุกใสด้วยสง่าราศี ที่สะท้อนจากพระบัลลังก์ของพระองค์” “โอ องค์พระผู้เป็นเจ้า เพราะยากอบข้าพระองค์ทั้งหลายสรรเสริญพระองค์ ซึ่งล้มลงเพราะดาบของเฮโรด ท่านดื่มจากถ้วยแห่งความทุกข์ลำบาก และทำให้พระคำของพระองค์สำเร็จ ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า โปรดยับยั้งความใจร้อนที่จะมีเกียรติและชื่อเสียงของข้าพระองค์ทั้งหลาย โปรดเตรียมข้าพระองค์ทั้งหลายไว้เพื่อความทุกข์ลำบาก เพื่อจะถวายสง่าราศีแด่พระนามของพระองค์” ยากอบกับยอห์นทูลพระเยซูว่า “พระอาจารย์ ข้าพระองค์ทั้งสองอยากจะขอให้พระองค์ทำตามคำทูลขอของพวกข้าพระองค์” (มาระโก 10:35ข) พี่น้องสองคนอยากนั่งอยู่เบื้องขวาพระหัตถ์และเบื้องซ้ายพระหัตถ์ของพระเยซูเมื่อพระองค์ทรงรับเกียรติ สง่าราศีจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน แต่พี่น้องสองคนนี้ไม่เข้าใจว่ากางเขนต้องมาก่อน ยากอบกับยอห์นจะดื่มถ้วยแห่งความทุกข์ลำบากที่พระเยซูจะดื่มอีกไม่นานนั้นได้หรือไม่ เขาจะเข้าร่วมในบัพติศมาแห่งความเจ็บปวดอย่างรุนแรงที่จะเกิดขึ้นได้หรือไม่ พี่น้องสองคนพูดว่าเขาสามารถทนต่อสิ่งเหล่านี้ได้ แล้วพระเยซูตรัสกับเขาว่าเขาจะมีส่วนร่วมในความทุกข์ลำบากอย่างแน่นอน ตามคำบอกเล่าในธรรมเนียมกล่าวว่ายอห์นไม่ได้ถูกฆ่าเพราะความเชื่อ แต่ท่านถูกจำคุกหรือถูกเนรเทศเพราะความเชื่อของท่านในพระเยซู ยากอบ “ล้มลงเพราะดาบของเฮโรด” เหมือนที่เพลงของเรากล่าวไว้ ในระหว่างการข่มเหงคริสตจักร (ดูกิจการ 12:1-2) ถ้าเราสัตย์จริง เราต้องยอมรับว่าบ่อยครั้งเราก็อยากมีเกียรติเหมือนยากอบกับยอห์นเช่นกัน เราอธิษฐานขอให้พระเจ้าทรง “ยับยั้งความใจร้อนเพื่อเกียรติและชื่อเสียงของข้าพระองค์ทั้งหลาย” แม้เราจะไม่แสวงหาชื่อเสียงโดยตรงก็ตาม แต่เราก็ไม่รังเกียจที่จะเป็นศูนย์กลางของความสนใจ บ่อยครั้งเราลังเลที่จะมองไปที่ “ประโยชน์ของคนอื่น” เหมือนที่พระคำเตือนเราไว้ (ฟิลิปปี 2:4ข) การเดินตามพระเยซู คือ การมองไปที่ประโยชน์ของคนอื่น ไม่ใช่เพียงประโยชน์ของเราเอง […]

ธรรมชีวิตประจำวันที่ 24 กรกฎาคม 2021 “การเข้าใจความทุกข์ยากของเรา”    

โรม 8:18 – เพราะข้าพเจ้าเห็นว่าความทุกข์ลำบากแห่งสมัยปัจจุบัน ไม่สมควรที่จะเอาไปเปรียบกับศักดิ์ศรี ซึ่งจะเผยให้แก่เราทั้งหลาย นี่คือนิมิตที่ผู้คนจำเป็นต้องมี เพราะไม่เช่นนั้นแล้วเขาก็จะหลงหายไป นี่คือความจริงที่คุณและข้าพเจ้าแบ่งปันในฐานะที่เป็นคริสเตียน ถ้าไม่มีความฝันชีวิตก็เหี่ยวแห้ง นี่คือความเชื่อที่ทำให้ชีวิตเปลี่ยนแปลงที่อัครทูตเปาโลรู้ดี เป็นชีวิตที่ท่านดำเนินอยู่และท่านก็แบ่งปันกับเราด้วยความมั่นใจในจดหมายของท่านที่เขียนถึงคนในโรม เปาโลมองหนทางข้างหน้าด้วยความเชื่อ ความเชื่อให้ความมั่นใจในสิ่งนั้น ความเชื่อทำให้ผู้เชื่อมีความมั่นคงในการรับรู้ว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม เขาจะไม่ผิดหวัง (ดู ฟีลิปปี 4:13) โดยความเชื่อในพระคริสต์ เราได้รับความรอดไม่ใช่จากความทุกข์ลำบาก แต่จากการมองภาพที่ผิดเพี้ยนไปของชีวิตมนุษย์ซึ่งคิดว่าความทุกข์ยากเป็นสิ่งที่เลวร้ายที่สุดที่เกิดขึ้นและเป็นจุดจบของทุกอย่าง เราเป็นมนุษย์ก็จะพบกับความทุกข์ยาก แต่ฮาเลลูยาเพราะพระคริสต์คือพระผู้ช่วยให้รอด ความยากลำบากของเราไม่ใช่จุดจบของทุกสิ่งทุกอย่าง แท้จริงแล้วเปาโลกล่าวว่าความทุกข์ลำบากในโลกนี้เรารู้ว่าน่าเศร้าใจเพียงใดและมันแผ่ขยายไปได้มากแค่ไหน แต่นั่นก็ไม่สามารถเปรียบเทียบได้กับศักดิ์ศรีซึ่งจะเผยให้แก่เราทั้งหลาย เรื่องนี้เรากำลังพูดถึงการทรงไถ่ร่างกายของเราซึ่งเราจะเหมือนกับพระบุตรของพระเจ้าผู้ทรงเป็นขึ้นมาจากความตาย ผู้ทรงรักเราและทรงประทานพระองค์เองเพื่อเรา ถูกแล้ว เรารู้ว่าพระเยซูทรงเข้าใจดีถึงความทุกข์ลำบากของเรา พระองค์ทรงแบกความอับอายและการปฏิเสธในโลกนี้แทนเราบนกางเขนซึ่งไม่มีใครสามารถทำได้คือทรงแบกบาปของเราแต่ละคน ความจริง “เพราะว่าพระเจ้าได้ทรงกระทำพระองค์ผู้ทรงไม่มีบาปให้บาป เพราะเห็นแก่เรา เพื่อเราจะได้เป็นคนชอบธรรมของพระเจ้าทางพระองค์” (2 โครินธ์ 5:21) ทุกคนที่มีความเชื่อในพระคริสต์ วางใจและติดตามพระองค์จะมีส่วนในชัยชนะอันเต็มไปด้วยความหวังของพระองค์ และนี่ไม่ใช่ความหวังที่ไร้สาระ ไม่ใช่ภาพลวงตา แต่นี่เป็นปลายทางของคุณในพระคริสต์ ทำไมคุณจึงรั้งรออยู่ อย่าให้ความทุกข์ลำบากของเวลานี้ปิดบังการมองเห็นกางเขนของคุณ กางเขนอยู่ที่นั่นและที่นั่นเท่านั้นที่เขายกพระคริสต์ขึ้นขณะทรงแบกความทุกข์ลำบากของเราไว้ในพระกายของพระองค์ ซึ่งทำให้เราสามารถหลุดพ้นชั่วนิรันดร์ ผู้เขียนจดหมายถึงคนฮีบรูกล่าวอย่างนี้ว่า “เหตุฉะนั้น เมื่อเรามีมหาปุโรหิตผู้เป็นใหญ่ที่ผ่านฟ้าสวรรค์เข้าไปถึงพระเจ้าแล้ว คือพระเยซูพระบุตรของพระเจ้า ขอให้เราทั้งหลายมั่นคงในพระศาสนาของเรา เพราะว่าเรามิได้มีมหาปุโรหิตที่ไม่สามารถจะเห็นใจในความอ่อนแอของเรา แต่ได้ทรงถูกทดลองใจเหมือนอย่างเราทุกประการ […]

ธรรมชีวิตประจำวันที่ 23 กรกฎาคม 2021 “อันตรายที่มองไม่เห็น”

ฮีบรู 12: 14-15 – จงอุตส่าห์ที่จะอยู่อย่างสงบกับคนทั้งหลาย และอุตส่าห์ที่จะได้ใจบริสุทธิ์ ซึ่งถ้าใจไม่บริสุทธิ์ก็จะไม่มีผู้ใดได้เห็นองค์พระผู้เป็นเจ้าเลย จงระวังให้ดีอย่าให้ใครเพิกเฉยต่อพระคุณของพระเจ้า และอย่าให้มีรากขมขื่นงอกขึ้นมาทำความยุ่งยากให้ ซึ่งจะเป็นเหตุให้คนเป็นอันมากเสียไป สำหรับผู้คนแล้วสิ่งต่างๆ มักไม่เป็นไปตามที่ตาเห็น ยกตัวอย่างเช่น ข้าพเจ้าสังเกตว่าสิ่งที่ข้าพเจ้าล้มเหลวในการมองสถานการณ์หรือความยุ่งยากใจบางอย่าง มักเป็นสาเหตุทำให้ข้าพเจ้ายิ่งต้องลำบากมากขึ้นกว่าสิ่งที่ข้าพเจ้าเห็น ในเรื่องนี้พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงกระตุ้นเตือนเราถึงอันตรายที่มองไม่เห็นเมื่อพระองค์เร่งเร้าเราให้ระวังสิ่งที่อาจซ่อนอยู่ภายใต้พื้นผิว วลี “รากขมขื่น” เหมาะสมกับเรื่องนี้  นักพฤษศาสตร์รู้ว่าระบบรากของต้นไม้ควบคุมระบบของกิ่งก้านสาขาที่อยู่เหนือพื้นดินขึ้นไป ซึ่งเหมือนกับความเกลียดชังที่ซ่อนอยู่ภายใต้จิตสำนึกของเรา ความรู้สึกนี้ซ่อนตัวอยู่และบ่อยครั้งก็หลบซ่อนจากกระทั่งเจ้าตัวเองก็ตาม เราอาจพูดถึงใครบางคนที่เคยทำให้เราเจ็บว่า “อ๋อ ข้าพเจ้าให้อภัยแล้ว” แต่เรายังคงเก็บความทรงจำของการถูกทำร้ายไว้ ในเวลาเดียวกันพิษของความขมขื่นยังคงแทรกซึมจากระดับต่ำๆ เข้าสู่ชีวิตของเรา และทำให้เรางงงวยกับที่มาของมัน สิ่งที่อยู่เหนือพื้นดินชี้ถึงรากที่อยู่เบื้องล่าง ทำนองเดียวกับท่าทีของเราบ่งชี้ถึงรากความขมขื่นที่อยู่ในใจของเรา  ยกตัวอย่างเช่น เราอาจพูดว่า “ข้าพเจ้าจะให้อภัย แต่จะไม่มีวันลืม” หรือเราอาจจะแอบพอใจเมื่อคนอื่นตกระกำลำบาก หรือคำอธิษฐานของเราเพื่อสวัสดิภาพของคนอื่นที่เราพูดอาจจะไม่ค่อยจริงใจ เราอาจตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับบุคคลที่มีความคลุมเครือหรือน่าสงสัย การตั้งข้อสังเกตนั้นเราอย่างเพิ่ง “ด่วนสรุปข้อมูลที่ได้รับมา” หนึ่งในความเสียหายอย่างยิ่งเกี่ยวกับรากขมขื่น คือ ความเจ็บปวดที่ไม่เพียงเกิดกับตัวบุคคล แต่ส่งผลกระทบต่อพระกายของพระคริสต์ด้วย ผู้เขียนหนังสือฮีบรูเตือนเราว่ารากนั้นสามารถทำให้คน “เป็นอันมาก” เสียไป ในหมู่พวกเราไม่มีใครที่เป็น “ผู้พิทักษ์แต่เพียงลำพัง” ท่าทีและการกระทำของเราส่งผลกระทบต่อคนอื่นอย่างรุนแรงในบางครั้ง ชุมชนของคริสเตียนทั้งหมดตายหรือละทิ้งพันธกิจของตน ก็เนื่องมาจากพิษของความขมขื่นที่เริ่มต้นจากรากๆ เดียว เราไม่สามารถทำลายรากที่มีปัญหาโดยการทุบยอดของหน่อที่โผล่พ้นดินขึ้นมา และเราก็ไม่สามารถทำลาย […]

Journey into Light Thailand © 2016 Frontier Theme
ปิดโหมดสีเทา