Category: บทความหนุนใจ

บทความหนุนใจ

“หนึ่งปาก..แต่สองหู” (กรุณาคลิ๊กอ่านที่หัวเรื่อง)

เคยคิดบ้างไหมคับว่า ทำไมคนเราถึงต้องมี “  หนึ่งปากแต่สองหู ” แสดงว่าพระเจ้าผู้ทรงเนรมิตสร้างมีพระประสงค์ อย่างใดอย่างหนึ่ง สำหรับการใช้อวัยวะทั้งสองดังกล่าวนี้ เพราะอวัยวะทั้งหลายที่มีอยู่ในตัวเรานั้น ล้วนแต่มีหน้าที่ทำงานประสานกัน เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อตัวเราเองทั้งสิน

“อุทาหรณ์สอนชีวิต” (กรุณาคลิ๊กอ่านที่หัวเรื่อง)

“ความแตกต่างระหว่างผู้ชนะกับผู้แพ้” ผู้ชนะ- เมื่อพบว่ามีข้อผิดพลาดจะพูดว่า “ฉันทำผิดเอง” ผู้แพ้- เมื่อพบข้อผิดพลาดจะพูดว่า “ไม่ใช่ความผิดของฉัน” ผู้ชนะ- จะเผชิญกับปัญหา และลงมือแก้ปัญหานั้น ผู้แพ้- จะทำในทางตรงกันข้าม คือหลีกเลี่ยงปัญหานั้น ผู้ชนะ- จะลงมือทำงานให้ปรากฏผลงาน เป็นรูปธรรม ผู้แพ้- จะให้แต่คำสัญญาคือ มีแต่ลมปาก แต่ไม่ลงมือทำ ผู้ชนะ- จะพูดว่าฉันทำได้ดี แต่ยังไม่ดีพอเท่ากับที่ฉันต้องการ ผู้แพ้- จะพูดว่ายังมีคนอื่นอีกหลายคนที่มีผลงานแย่กว่าเขา ผู้ชนะ- จะยอมรับนับถือคนที่มีความสามารถเหนือกว่า และจะเรียนรู้จากเขาเหล่านั้น ผู้แพ้-จะทำในทางตรงกันข้ามและจะพยายามหาข้อผิดพลาดของคนที่เหนือกว่าเขา ผู้ชนะ- ต้องมีวิธีที่จะทำให้ดีขึ้นได้เสมอ ผู้แพ้- จะพูดว่า “นี่คือหนทางเดียวเท่านั้นที่จะทำได้” โดย : อาจารย์อำนวย  เรืองชาญ นักจัดรายการวิทยุ “เพื่อคุณกำลังใจ” องค์การก้าวไปสู่ความสว่าง

“คนไม่เห็นแก่ตัว” (กรุณาคลิ๊กอ่านที่หัวเรื่อง)

ความเห็นแก่ตัว เป็นสิ่งที่นำความทุกข์มาสู่ตัวเราเอง  ยิ่งกว่านั้น คนที่เห็นแก่ตัว ยังเป็นที่มาของการทุจริตในเรื่องต่างๆได้ เพราะคนที่เห็นแก่ตัว มักจะทำอะไรก็ได้ ที่จะทำผลประโยชน์ให้เขาได้ คนประเภทนี้ ชีวิตจะจมปลักอยู่กับความมัวเมา โลภและลุ่มหลงเพราะความเห็นแก่ตัว ไม่คิดจะทำอะไรเพื่อคนอื่น หรือแม้แต่สังคมที่เขาอาศัยอยู่ก็ตาม คนดังกล่าวนี้ สังคมจะรังเกียจไม่ยอมคบหาด้วย ตรงกันข้ามกับคนที่เห็นแก่คนอื่น หรือส่วนรวม มักจะเป็นที่รักใคร่ของคนส่วนมาก ลองมาดูเรื่องของคนที่ไม่เห็นแก่ตัวบ้าง มีคนยกตัวอย่างของบรรดาผู้ที่มีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์มายกย่อง เพราะคนเหล่านั้น ได้ทำคุณประโยชน์เพื่อสังคมส่วนรวม จนเป็นที่ชื่นชมของคนรุ่นหลัง  พวกเขาล้วนแต่เป็นผู้เสียสละ ความสุขและความเป็นอยู่ส่วนตัว หรือแม้แต่ชีวิตก็ยอมสละ เพื่อชาติบ้านเมืองได้ เพราะยึดประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน ดังนั้นหากใครก็ตามที่ยังเดินออกนอกหลักการดังกล่าวแล้ว เขาจะเป็นคนที่ยังเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนมากกว่าส่วนรวม ชีวิตก็เต็มไปด้วยกิเลสตัณหา อันเกิดจากความเห็นแก่ตัว มีคนบอกว่าความเห็นแก่ตัว ยังสะท้อนไปยังชีวิตส่วนตัวอีกด้วย เช่นในเรื่องของความรัก ก็ต้องระวังเช่นกัน คนที่กำลังมองหาใครสักคนที่เขาจะรัก อยู่ร่วมชีวิตด้วยนั้น คุณอาจจะไปเจอคนที่มีความรักอยู่สองประเภทก็ได้  หรืออาจจะเจอหนึ่งหรือไม่ก็สองประเภทที่เป็นรักที่ “เห็นแก่ตัว” และ “รักที่เสียสละ” ถ้าเจอรักที่เห็นแก่ตัวแล้ว เขาจะไม่สนใจอะไรทั้งนั้น เขาจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ซึ่งคนที่เขารักเท่านั้น ส่วนคนที่รักแบบเสียสละนั้น เขาพร้อมและยินดีที่จะเสียสละคนที่ตนรัก เพื่อให้คนรักได้สิ่งที่ดีที่สุด โดยไม่ได้เอาตัวเองเป็นตัววัด เพื่อจะได้ครอบครองคนที่ตนรักเพียงอย่างเดียวเท่านั้น คนที่ไม่เห็นแก่ตัว จะไม่มีความกลัวต่อความสูญเสียส่วนตนเองเลย ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เขาพร้อมที่จะเสียสละเพื่อคนอื่น […]

“ขนมปัง 5 ก้อนกับปลา 2 ตัว” (กรุณาคลิ๊กอ่านที่หัวเรื่อง)

เรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับการอัศจรรย์ของพระเยซูคริสต์ที่ได้ประจักษ์ผู้คนมากมายในช่วง 3 ปีแห่งพระราชกิจของพระองค์นั้น มีมากมายหลายเรื่องที่ได้ถูกบันทึกไว้ในพระคริสต์ธรรมคัมภีร์กว่า 2000 ปีแล้ว

“รอวันพรุ่งนี้ก่อน” (กรุณาคลิ๊กอ่านที่หัวเรื่อง)

คนเรานั้นชอบผลัดวันประกันพรุ่ง.. เวลาจะทำอะไรหรือคิดจะทำอะไรก็ตามมักจะพูดว่า “เดี๋ยวค่อยทำ..รอวันพรุ่งนี้ก่อน” บางคนพูดจริงแต่บางคนพูดเพราะเห็นว่ายังมีวันเวลาที่พอจะรอได้ ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนอะไร ตอนเป็นเด็กผมเองก็มักจะพูดอย่างนี้เสมอ เมื่อถูกใช้ให้ทำอะไรจะต้องพูดออกมาเสมอว่า “เดี๋ยว เอาไว้พรุ่งนี้ แล้วจะทำ” พูดจนติดปาก แล้วก็เลยกลายเป็นความเคยชิน ส่วนผลของความเสียหายนั้น การผลัดวันประกันพรุ่ง ทำให้เสียทั้งโอกาสและเวลาไปอย่างหน้าเสียดาย เพราะแทนที่จะได้ใช้วันนี้ทำให้เสร็จ เพื่อวันพรุ่งนี้จะได้เอาไปทำอย่างอื่น ที่อาจจะมีความสำคัญกว่าได้ แล้วเราเองก็ยังไม่รู้ว่า อะไรจะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้ หรือพรุ่งนี้อาจจะไม่มีสำหรับเรา หรือสิ่งที่เราตั้งใจจะทำเลยก็ได้ นี่จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่เราเสียเวลาเสียโอกาส เพราะคำว่า “รอวันพรุ่งนี้ก่อน” ไปแล้วไม่รู้เท่าไรต่อเท่าไร ฉะนั้นวันนี้ถ้าจะทำอะไร ก็ต้องลงมือทำโดยไม่มีการผลัดวัน ไม่ต้องรอฤกษ์งามยามดีเหมือนบางคน ฤกษ์ดีที่สุดก็คือวันนี้ ที่พูดเช่นนี้ ไม่ได้หมายความว่า จะต้องผลีพลามทำโดยขาดความพร้อม หรือความรอบคอบ เพราะความพร้อมและความรอบคอบต้องมาก่อนเสมอ เพียงแต่ไม่อยากจะให้มีการผลัดวัน เพื่อใช้เป็นข้ออ้างเพื่อถ่วงเวลาเท่านั้น การผลัดวันประกันพรุ่ง อาจจะทำให้พลาดโอกาส ที่จะทำในสิ่งที่พร้อมจะทำได้ เพราะชีวิตและวันเวลาของเรา ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น จะมีก็แต่พระเจ้าผู้เดียวเท่านั้น เพราะพระองค์ทรงทราบกำหนดเวลาในโลกนี้ของเราทุกคน แต่สำหรับเรานั้น เราจะอยู่จะไปเมื่อไร ไม่มีใครจะบอกได้ว่า ชีวิตจะสิ้นสุดลงเมื่อใด เมื่อวันนี้เรายังอยู่ ก็อย่าคิดที่จะไปรอวันพรุ่งนี้ ที่เรายังไม่รู้ว่าจะมีพรุ่งนี้สำหรับเราอีกหรือไม่? ด้วยเหตุนี้ เราจึงต้องบริหารวันเวลาที่ยังมีอยู่ให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่ากับวันเวลาที่กำลังผ่านไปทุกวินาที บางคนบอกว่า สมมุติว่าถ้ามนุษย์เรารู้วันเวลาของตนว่า […]

Journey into Light Thailand © 2016 Frontier Theme
ปิดโหมดสีเทา