Category: บทความหนุนใจ

บทความหนุนใจ

“เพิ่มคุณค่าให้ชีวิต” (กรุณาคลิ๊กอ่านที่หัวเรื่อง)

ถ้าหากเราได้ตระหนักถึงคุณค่าของชีวิตแล้ว สิ่งที่เราจะต้องทำอย่างจริงจังก็คือ สร้างความแข็งแกร่งให้กับชีวิตอย่างจริงจังเพิ่มขึ้น วันนี้มีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่ใช้ชีวิตอย่างไร้คุณค่า ชีวิตของผู้คนจะตกต่ำอย่างไรก็ไม่เคยคิดที่จะปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้ชีวิตเกิดคุณค่าเท่าที่ควร มิหนำซ้ำบางคนที่เกิดความเซ็งกับชีวิตมากๆ ก็ประชดชีวิตด้วยการพูดว่า “แล้วแต่เวรกรรม อะไรจะเกิดมันต้องเกิด ปล่อยให้เป็นเรื่องของบุญวาสนาจะพาไป” ก็เพราะอย่างนี้เอง คำว่าการเพิ่มคุณค่าให้กับชีวิตจึงไม่ค่อยจะมีความสำคัญ ต้องหันมาทำความเข้าใจกันใหม่ครับ คุณค่าของชีวิตที่พระเจ้าได้มอบให้กับเรานั้นมีอยู่มากมาย แต่เราไม่มีและไม่เห็นก็เพราะเราไม่ได้ค้นหาแล้วนำออกมาใช้ต่างหาก ยิ่งบางคนที่ชอบประเมินคุณค่าของตนเองต่ำจนทำให้คิดไปว่าตนนั้นไม่มีคุณค่าอะไรเลย สู้คนอื่นไม่ได้ เมื่อเขาคิดอย่างนี้ก็เลยทำให้คนๆ นั้น หันไปใช้ชีวิตในอีกด้านหนึ่งที่มีแต่คำว่าทำไม่ได้ หรือเป็นไปไม่ได้เต็มไปหมด ไม่ว่าสิ่งนั้นจะยากหรือง่ายก็ตาม เขาก็จะพูดว่าทำไม่ได้และเป็นไปไม่ได้ที่จะทำ ทั้งนี้ก็เพราะความเข้าใจผิดว่า เขาไม่มีคุณค่าพอที่จะทำให้สำเร็จได้นั่นเอง ให้เรามาเริ่มต้นสร้างและเพิ่มคุณค่าให้กับชีวิตของเรากันใหม่ เพื่อให้กลับคืนสู่ความเป็นจริงของชีวิตอีกครั้ง เพื่อความสุขสำเร็จ และความเป็นคนที่มีคุณค่าเหมือนกับคนอื่นๆ เขา แล้วความสุขที่คุณจะได้รับจากความสำเร็จ ก็จะเป็นรางวัลชีวิตของคุณอีกครั้ง อย่าปล่อยชีวิตให้พ้นไปวันๆ โดยที่คุณไม่ได้ทำอะไรให้เกิดคุณค่าขึ้นมาเลย อย่ามองตนเองในด้านลบ ให้มองในด้านบวก แล้วคุณก็จะเห็นและค้นพบคุณค่าของชีวิตได้ชัดเจนยิ่งขึ้น เพราะการมองในแง่ลบมันจะทำให้คุณเห็นภาพอีกด้านหนึ่ง ที่ทำให้เราเข้าใจผิดว่าเรานั้นไม่มีคุณค่าอะไรเลย แล้วความคิดผิดๆ นี้ก็จะฝังใจคุณจนทำให้มีความเชื่อตามความเข้าใจผิดๆ นั้น ตามภาพลบที่คุณเห็นนั้น สิ่งนี้เองก็เป็นเหตุอันหนึ่งที่ทำให้หลายๆ คนหลงทางอยู่ในทุกวันนี้ ดังนั้น ขอให้มั่นใจว่าคุณเองก็มีคุณค่าอันเป็นของประทานจากพระเจ้าเหมือนกับคนอื่น บางทีคุณอาจจะมีมากและดีกว่าคนบางคนด้วยซ้ำ เพียงแต่คุณต้องมั่นใจ และค้นหาคุณค่าที่มีอยู่ให้พบ และใช้คุณค่านั้นให้เกิดผลต่อชีวิตของคุณและคนอื่น ทิ้งความเข้าใจผิดๆ ที่เคยมีมาก่อน แล้วเริ่มหันมาเพิ่มคุณค่าให้กับชีวิต […]

“หนึ่งปาก..แต่สองหู” (กรุณาคลิ๊กอ่านที่หัวเรื่อง)

เคยคิดบ้างไหมคับว่า ทำไมคนเราถึงต้องมี “  หนึ่งปากแต่สองหู ” แสดงว่าพระเจ้าผู้ทรงเนรมิตสร้างมีพระประสงค์ อย่างใดอย่างหนึ่ง สำหรับการใช้อวัยวะทั้งสองดังกล่าวนี้ เพราะอวัยวะทั้งหลายที่มีอยู่ในตัวเรานั้น ล้วนแต่มีหน้าที่ทำงานประสานกัน เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อตัวเราเองทั้งสิน

“อุทาหรณ์สอนชีวิต” (กรุณาคลิ๊กอ่านที่หัวเรื่อง)

“ความแตกต่างระหว่างผู้ชนะกับผู้แพ้” ผู้ชนะ- เมื่อพบว่ามีข้อผิดพลาดจะพูดว่า “ฉันทำผิดเอง” ผู้แพ้- เมื่อพบข้อผิดพลาดจะพูดว่า “ไม่ใช่ความผิดของฉัน” ผู้ชนะ- จะเผชิญกับปัญหา และลงมือแก้ปัญหานั้น ผู้แพ้- จะทำในทางตรงกันข้าม คือหลีกเลี่ยงปัญหานั้น ผู้ชนะ- จะลงมือทำงานให้ปรากฏผลงาน เป็นรูปธรรม ผู้แพ้- จะให้แต่คำสัญญาคือ มีแต่ลมปาก แต่ไม่ลงมือทำ ผู้ชนะ- จะพูดว่าฉันทำได้ดี แต่ยังไม่ดีพอเท่ากับที่ฉันต้องการ ผู้แพ้- จะพูดว่ายังมีคนอื่นอีกหลายคนที่มีผลงานแย่กว่าเขา ผู้ชนะ- จะยอมรับนับถือคนที่มีความสามารถเหนือกว่า และจะเรียนรู้จากเขาเหล่านั้น ผู้แพ้-จะทำในทางตรงกันข้ามและจะพยายามหาข้อผิดพลาดของคนที่เหนือกว่าเขา ผู้ชนะ- ต้องมีวิธีที่จะทำให้ดีขึ้นได้เสมอ ผู้แพ้- จะพูดว่า “นี่คือหนทางเดียวเท่านั้นที่จะทำได้” โดย : อาจารย์อำนวย  เรืองชาญ นักจัดรายการวิทยุ “เพื่อคุณกำลังใจ” องค์การก้าวไปสู่ความสว่าง

“คนไม่เห็นแก่ตัว” (กรุณาคลิ๊กอ่านที่หัวเรื่อง)

ความเห็นแก่ตัว เป็นสิ่งที่นำความทุกข์มาสู่ตัวเราเอง  ยิ่งกว่านั้น คนที่เห็นแก่ตัว ยังเป็นที่มาของการทุจริตในเรื่องต่างๆได้ เพราะคนที่เห็นแก่ตัว มักจะทำอะไรก็ได้ ที่จะทำผลประโยชน์ให้เขาได้ คนประเภทนี้ ชีวิตจะจมปลักอยู่กับความมัวเมา โลภและลุ่มหลงเพราะความเห็นแก่ตัว ไม่คิดจะทำอะไรเพื่อคนอื่น หรือแม้แต่สังคมที่เขาอาศัยอยู่ก็ตาม คนดังกล่าวนี้ สังคมจะรังเกียจไม่ยอมคบหาด้วย ตรงกันข้ามกับคนที่เห็นแก่คนอื่น หรือส่วนรวม มักจะเป็นที่รักใคร่ของคนส่วนมาก ลองมาดูเรื่องของคนที่ไม่เห็นแก่ตัวบ้าง มีคนยกตัวอย่างของบรรดาผู้ที่มีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์มายกย่อง เพราะคนเหล่านั้น ได้ทำคุณประโยชน์เพื่อสังคมส่วนรวม จนเป็นที่ชื่นชมของคนรุ่นหลัง  พวกเขาล้วนแต่เป็นผู้เสียสละ ความสุขและความเป็นอยู่ส่วนตัว หรือแม้แต่ชีวิตก็ยอมสละ เพื่อชาติบ้านเมืองได้ เพราะยึดประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน ดังนั้นหากใครก็ตามที่ยังเดินออกนอกหลักการดังกล่าวแล้ว เขาจะเป็นคนที่ยังเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนมากกว่าส่วนรวม ชีวิตก็เต็มไปด้วยกิเลสตัณหา อันเกิดจากความเห็นแก่ตัว มีคนบอกว่าความเห็นแก่ตัว ยังสะท้อนไปยังชีวิตส่วนตัวอีกด้วย เช่นในเรื่องของความรัก ก็ต้องระวังเช่นกัน คนที่กำลังมองหาใครสักคนที่เขาจะรัก อยู่ร่วมชีวิตด้วยนั้น คุณอาจจะไปเจอคนที่มีความรักอยู่สองประเภทก็ได้  หรืออาจจะเจอหนึ่งหรือไม่ก็สองประเภทที่เป็นรักที่ “เห็นแก่ตัว” และ “รักที่เสียสละ” ถ้าเจอรักที่เห็นแก่ตัวแล้ว เขาจะไม่สนใจอะไรทั้งนั้น เขาจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ซึ่งคนที่เขารักเท่านั้น ส่วนคนที่รักแบบเสียสละนั้น เขาพร้อมและยินดีที่จะเสียสละคนที่ตนรัก เพื่อให้คนรักได้สิ่งที่ดีที่สุด โดยไม่ได้เอาตัวเองเป็นตัววัด เพื่อจะได้ครอบครองคนที่ตนรักเพียงอย่างเดียวเท่านั้น คนที่ไม่เห็นแก่ตัว จะไม่มีความกลัวต่อความสูญเสียส่วนตนเองเลย ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เขาพร้อมที่จะเสียสละเพื่อคนอื่น […]

“ขนมปัง 5 ก้อนกับปลา 2 ตัว” (กรุณาคลิ๊กอ่านที่หัวเรื่อง)

เรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับการอัศจรรย์ของพระเยซูคริสต์ที่ได้ประจักษ์ผู้คนมากมายในช่วง 3 ปีแห่งพระราชกิจของพระองค์นั้น มีมากมายหลายเรื่องที่ได้ถูกบันทึกไว้ในพระคริสต์ธรรมคัมภีร์กว่า 2000 ปีแล้ว

Journey into Light Thailand © 2016 Frontier Theme
ปิดโหมดสีเทา