“เพราะฉะนั้น โดยพระเจ้าท่านจึงไม่ใช่ทาสอีกต่อไปแต่เป็นบุตร และถ้าเป็นบุตรแล้ว ท่านก็เป็นทายาท”

สำหรับบรรดาผู้เชื่อในพระเจ้าแล้ว พระองค์ทรงประทานสถานะใหม่แก่ผู้เชื่อในพระคริสต์คือ การเป็นบุตรของพระองค์ อาจารย์เปาโลได้อธิบายถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ว่า พระเจ้าจะทรงเปลี่ยนผู้เชื่อจากการอยู่ใต้ธรรมบัญญัติและการเป็นทาสของบาป มาสู่การได้รับการไถ่โดยโดยพระเยซูคริสต์ ว่าท่านไม่ใช่ทาสอีกต่อไป ซึ่งหมายถึงคนเหล่านั้นจะได้รับการหลุดพ้นจากพันธนาการและความกลัวแบบทาส และพระเจ้าทรงยกฐานะขึ้นให้เป็นบุตรของพระเจ้าผู้สูงสุดผ่านทางพระวิญญาณบริสุทธิ์ และเมื่อเรามีฐานะเป็นบุตรอย่างสมบูรณ์แล้ว เราจึงกลายเป็นทายาทร่วมกับพระคริสต์ที่มีสิทธิอันชอบธรรมในการรับมรดกฝ่ายวิญญาณคือ ความรอด สันติสุข และชีวิตนิรันดร์ที่พระองค์ทรงสัญญาไว้ ดังนั้น คริสเตียนทุกคนจะไม่ให้หันกลับไปหาบทบัญญัติเดิมอันเป็นเหมือนแอกของความเป็นทาส แต่ให้ดำเนินชีวิตอย่างสง่างามและมั่นใจในเสรีภาพแห่งความเป็นบุตรที่รักของพระเจ้าสืบไป โดยดำเนินชีวิตตามแบบที่พระเยซูคริสต์ทรงดำเนินตามพระทัยของพระเจ้าพระบิดา ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ขอบพระคุณพระองค์สำหรับการทรงไถ่อันยิ่งใหญ่ผ่านทางพระเยซูคริสต์ ที่ทรงปลดปล่อยข้าพระองค์ให้พ้นจากพันธนาการแห่งบาปและความกลัว ขอพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงโปรดเทความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมเข้ามาในจิตใจของข้าพระองค์ ว่าบัดนี้ข้าพระองค์ไม่ใช่ทาสอีกต่อไป แต่ทรงเมตตารับข้าพระองค์เข้าสู่ครอบครัวของพระองค์ในฐานะบุตรและเป็นทายาทผู้มีสิทธิ์ในพระพรและชีวิตนิรันดร์ ขอพระองค์ทรงโปรดนำย่างเท้าและค้ำชูจิตใจของข้าพระองค์ในทุกๆ วัน ให้ข้าพระองค์ดำเนินชีวิตอย่างสมกับฐานะบุตรของพระองค์ โดยมีพระเยซูคริสต์ทรงเป็นต้นแบบในชีวิต ขอทรงประทานกำลัง สติปัญญา…

Continue reading

“แต่พระองค์จะทรงพระพิโรธ และลงพระอาชญาแก่คนที่มักยกตนข่มท่าน และไม่ประพฤติตามสัจจะ แต่ประพฤติชั่ว”

นี่เป็นคำเตือนสติจากเปาโลเกี่ยวกับความยุติธรรมและการพิพากษาอันเที่ยงธรรมของพระเจ้า ว่าพระเจ้าทรงปราศจากความลำเอียง และพระองค์จะทรงพระพิโรธและลงพระอาชญาอย่างยุติธรรมต่อผู้ที่เลือกเดินในทางแห่งบาป โดยเฉพาะคนที่มักยกตนข่มท่าน เห็นแก่ตัว มักใหญ่ใฝ่สูง และผู้ที่ปฏิเสธไม่ยอมดำเนินชีวิตตามสัจจะหรือความจริงของพระเจ้า แต่กลับหันไปเลือกที่ประพฤติชั่วตามอำเภอใจตนเอง แม้ผู้นั้นจะมีความรู้ในธรรมบัญญัติและความมั่นใจในตัวเองก็ตาม แต่จะไม่สามารถช่วยตนเองให้ใครรอดพ้นจากการพิพากษาได้ หากหัวใจของเขายังดื้อดึงและเต็มไปด้วยการกบฏ ดังนั้นมนุษย์ทุกคนจึงต้องตระหนักถึงผลลัพธ์อันร้ายแรงของการดำเนินชีวิตที่แยกจากความจริงของพระเจ้า แล้วกลับใจใหม่ต่อพระพักตร์พระเจ้าหันมาดำเนินตามพระวจนะของพระเจ้าก่อนที่จะสายเกินไป ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ผู้ทรงสูงสุดและเที่ยงธรรม ขอพระองค์ทรงโปรดสำรวจและชำระจิตใจภายในของข้าพระองค์ในเวลานี้ ขอทรงปกป้องจิตใจและการกระทำของข้าพระองค์ให้ห่างไกลจากความหยิ่งผยอง ความทะนงตน หรือการหลงระเริงในความรู้ สติปัญญา และความสามารถที่ข้าพระองค์มีอยู่ เพราะแท้จริงแล้วสิ่งเหล่านั้นล้วนเป็นพระพรที่มาจากพระหัตถ์ของพระองค์ทั้งสิ้น ขอทรงอย่าให้ข้าพระองค์เป็นคนที่ยกตนข่มท่านหรือดำเนินชีวิตด้วยความเย่อหยิ่งเลย ขอพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงโปรดประทานใจที่ถ่อมลง และสร้างความสำนึกในส่วนลึกของหัวใจอยู่เสมอว่า พระวจนะของพระองค์นั้นประเสริฐ เลิศล้ำ และสำคัญยิ่งกว่าสิ่งใดในโลก ขอทรงประทานความยำเกรงพระเจ้าและความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะเชื่อฟังและกระทำตามพระดำรัสของพระองค์ในทุกๆ วัน…

Continue reading

“พระองค์จะสนพระทัยในคำอธิษฐานของคนสิ้นเนื้อประดาตัว และจะไม่ทรงดูหมิ่นคำอธิษฐานของเขา”

พระเจ้าทรงเปี่ยมด้วยความเมตตาต่อมนุษย์ทุกคนที่กำลังเผชิญกับความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสจนรู้สึกเหมือนว่าตนเองเป็นคนสิ้นเนื้อประดาตัว ที่ไร้ที่พึ่งพิงและหมดหนทางในสายตาโลก พระเจ้าทรงตรัสและยืนยันว่า พระองค์จะไม่ทรงทอดทิ้งผู้ที่ถ่อมใจและยอมจำนนต่อพระองค์ แต่พระองค์จะทรงเงี่ยพระกรรณฟัง ทรงสนพระทัย ในเสียงร้องทูลจากส่วนลึกของหัวใจที่แตกสลายของทุกคนที่ร้องต่อพระองค์  โดยไม่ทรงดูหมิ่นหรือมองข้ามความเจ็บปวดเหล่านั้นเลย แม้ในยามที่มนุษย์รู้สึกไร้ค่าและสูญสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ในสายพระเนตรของพระเจ้า คำอธิษฐานของพวกเขายังคงมีคุณค่าและมีความหมายเสมอ พระเจ้ารับฟังและพร้อมที่จะเข้าส่วนในการรื้อฟื้นชีวิตของผู้ที่เข้ามาพึ่งพาพระองค์ด้วยใจจริงทุกเวลา ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ผู้ทรงเป็นศิลาและที่ลี้ภัยอันมั่นคง ในยามที่ความทุกข์ยากลำบากอย่างแสนสาหัสประดังเข้ามา จนข้าพระองค์รู้สึกเหมือนเป็นคนสิ้นเนื้อประดาตัว ไร้กำลัง และมืดแปดด้าน ขอพระองค์โปรดทรงเอื้อมพระหัตถ์อันทรงฤทธิ์เข้ามาโอบอุ้มและนำทางจิตใจของพวกข้าพระองค์ด้วยเถิด ขอทรงโปรดพยุงข้าพระองค์ขึ้นจากหลุมลึกแห่งความเหี่ยวเฉา และเปลี่ยนเสียงคร่ำครวญให้เป็นเสียงร้องทูลขอความช่วยเหลือด้วยความไว้วางใจในพระองค์ ขอพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงขับไล่ความกลัวและความมืดมน เพื่อข้าพระองค์จะไม่จมดิ่งลงไปในความสิ้นหวัง แต่จะมีความหวังใจอันเต็มเปี่ยมในพระเมตตาคุณอันไม่รู้สิ้นสุดของพระองค์ ขอทรงเตือนสติข้าพระองค์เสมอว่าพระองค์ไม่เคยดูหมิ่นน้ำตาหรือละเลยเสียงอธิษฐานของผู้ที่แหลกสลาย ขอทรงโปรดประทานกำลังใหม่ สันติสุขที่เกินความเข้าใจ และความมั่นใจว่าพระองค์ทรงกำลังรื้อฟื้นชีวิตของข้าพระองค์อยู่เสมอ เพียงข้าพระองค์เข้ามาหาพระองค์และร้องทูลต่อพระองค์ ข้าพระองค์จึงเข้ามาอธิษฐานทูลขอต่อพระองค์ด้วยความหวังใจในพระนามพระเยซูคริสต์เจ้า…

Continue reading

“จงระวังให้ดี อย่าให้ใครขาดจากพระคุณของพระเจ้า และอย่าให้มีรากขมขื่นงอกขึ้นมา ก่อความยุ่งยากให้และทำให้หลายคนเป็นมลทิน”

ชุมชนคริสเตียนหรือบรรดาผู้เชื่อในพระเจ้าจำเป็นต้องร่วมมือกันดูแลเอาใจใส่ความเชื่อของกันและกัน โดยอย่าปล่อยให้ใครหลงลืมหรือละทิ้งพระคุณของพระเจ้า ซึ่งเป็นรากฐานแห่งความรอดและการดำเนินชีวิต คริสเตียนทุกคนมีหน้าที่ปกป้อง ดูแลหมู่คณะไม่ให้เกิดรากขมขื่นภายใน ซึ่งหมายถึงความโกรธแค้น ความไม่พอใจ หรือการกบฏต่อพระเจ้าที่ถูกซ่อนไว้ในใจ เพราะหากสิ่งเหล่านี้งอกงามขึ้นมา มันจะไม่เพียงทำลายชีวิตฝ่ายวิญญาณของคนๆ นั้นเอง แต่จะลุกลามกลายเป็นความขัดแย้งที่สร้างความวุ่นวาย กัดเซาะความบริสุทธิ์ ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของคนส่วนใหญ่ในคริสตจักรด้วย ดังนั้น จึงเป็นความรับผิดชอบร่วมกันในการรักษาความรัก ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ที่มีความรักของพระเจ้าเป็นศูนย์กลางไว้เสมอ ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระคุณและความรักอันยิ่งใหญ่ ขอพระวิญญาณบริสุทธิ์โปรดทรงเทความรักและการเยียวยาลงมาเหนือชุมชนคริสตจักรทุกที่และทุกแห่ง ขอพระองค์ทรงเปิดตาใจฝ่ายวิญญาณของพวกข้าพระองค์ทุกคนให้มองเห็นพระคุณอันล้นเหลือและมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีต่อเรา เพื่อที่พวกข้าพระองค์จะสามารถมองดูกันและกันด้วยสายตาแห่งความเมตตา อดทนอดกลั้น และพร้อมที่จะให้อภัยอย่างที่พระองค์ทรงโปรดประทานแก่เรา ขอพระองค์ทรงถอนรากขมขื่น ความโกรธเคือง และความขุ่นข้องหมองใจทั้งสิ้นออกจากจิตใจของพวกข้าพระองค์ ขอทรงอย่าให้เมล็ดพันธุ์แห่งความแตกแยกได้มีโอกาสงอกงามขึ้นมาทำลายความบริสุทธิ์และสร้างความยุ่งยากในคริสตจักรเลย ขอทรงโปรดประทานใจที่ถ่อมลงและยอมจำนนต่อพระองค์…

Continue reading

“แขนงทุกแขนงในเราที่ไม่ออกผล พระองค์ก็ทรงตัดทิ้งเสีย และแขนงทุกแขนงที่ออกผล พระองค์ก็ทรงลิดเพื่อให้ออกผลมากขึ้น”

พระเยซูทรงเปรียบพระองค์เองเป็น “เถาองุ่นแท้” และผู้เชื่อเป็น “แขนง” ส่วนพระบิดาทรงเป็นผู้ดูแลสวนองุ่น พระองค์ทรงสอนว่า ชีวิตของผู้เชื่อต้องติดสนิทอยู่กับพระคริสต์จึงจะเกิดผลฝ่ายจิตวิญญาณได้ หากแขนงใดไม่ติดสนิทกับเถาและไม่เกิดผล ก็ย่อมสูญเสียจุดประสงค์และถูกตัดออกไป ส่วนแขนงที่ออกผลแล้ว พระเจ้าก็ยังทรง “ลิด” หรือขัดเกลา เพื่อให้เกิดผลมากยิ่งขึ้น การลิดแขนงอาจเปรียบได้กับการตีสอน การปรับปรุงชีวิต การขจัดนิสัย ความคิด หรือสิ่งต่างๆ ที่ขัดขวางการเติบโตฝ่ายวิญญาณ แม้บางครั้งกระบวนการนี้อาจทำให้เกิดความเจ็บปวดหรือความยากลำบาก แต่มีเป้าหมายเพื่อให้ชีวิตของผู้เชื่อเกิดผลมากขึ้นเพื่อถวายเกียรติแด่พระเจ้า ให้เราตรวจสอบตนเองว่า เรากำลังดำเนินชีวิตติดสนิทกับพระคริสต์หรือไม่ ยินดีให้พระเจ้าทรงเปลี่ยนแปลงชีวิตของเราหรือไม่ เพราะพระองค์ไม่ได้ทรงเพียงต้องการให้เรามีชีวิตเท่านั้น แต่ทรงต้องการให้เราเกิดผลอย่างอุดมสมบูรณ์ พระเจ้าทรงปรารถนาให้ผู้เชื่อเกิดผลฝ่ายวิญญาณมากยิ่งขึ้นในการถวายพระเกียรติแด่พระองค์ ข้าแต่พระบิดาเจ้า ผู้ทรงเป็นผู้ดูแลสวนองุ่นที่ดีและเปี่ยมด้วยพระปัญญา…

Continue reading