“พระเจ้าได้ทรงบันดาลให้พระองค์คืนพระชนม์ ด้วยทรงกำจัดความเจ็บปวดแห่งความตายเสีย เพราะว่าความตายจะครอบงำพระองค์ไว้ไม่ได้ “

ความเจ็บปวดและความตายครอบงำมนุษย์ทุกคน ตั้งแต่การล้มลงในความบาปของมนุษย์ครั้งแรก ความบาปได้เข้ามาในโลก ผลของความบาปคือ ความทุกข์ ความเจ็บปวด ความเสื่อมสลายของชีวิต และความตาย มนุษย์ทุกคนจึงอยู่ภายใต้ความจริงนี้ ไม่มีใครหลีกเลี่ยงความตายทางร่างกายได้ แต่ความตายไม่สามารถครอบงำพระเยซูได้ แม้พระองค์จะทรงรับสภาพมนุษย์และยอมรับความทุกข์ รวมทั้งการสิ้นพระชนม์บนกางเขน แต่ความตายไม่สามารถครอบงำพระองค์ไว้ได้ พระองค์ทรงฟื้นคืนพระชนม์ในวันที่สาม ทรงสำแดงว่าความตายไม่มีอำนาจเหนือพระองค์ พระองค์ทรงมีอำนาจเหนือชีวิตและความตาย การเป็นขึ้นมาของพระเยซูไม่ใช่เป็นเพียงการอัศจรรย์ แต่เป็นชัยชนะฝ่ายจิตวิญญาณต่างหาก ความบาปถูกชำระ อำนาจของความตายถูกทำลาย ความหวังใหม่เกิดขึ้นสำหรับมนุษย์ทุกคนที่เชื่อในพระองค์ ข้าแต่พระเจ้าผู้สูงสุด ข้าพระองค์เข้ามาอยู่ต่อหน้าพระพักตร์พระองค์ด้วยใจที่ถ่อมลง ขอบพระคุณพระองค์สำหรับความรักมั่นคงที่ทรงมีต่อข้าพระองค์ ข้าพระองค์ทูลขอในพระนามของพระเยซูคริสต์พระบุตร ผู้ทรงมีชัยเหนือความตายและอุมงค์ที่ฝังร่างของพระองค์ไว้ ขอพระองค์ทรงโปรดกำจัดความเจ็บปวด ความเศร้าโศก และความตายทั้งสิ้น…

Continue reading

“จงละความกระวนกระวายของท่านไว้กับพระองค์ เพราะว่าพระองค์ทรงห่วงใยท่านทั้งหลาย”

ความกระวนกระวายไม่ได้ช่วยอะไร แต่ความห่วงใยจากพระเจ้าทรงช่วยได้ เมื่อเรามอบทุกสิ่งไว้ให้พระองค์ เพราะความกระวนกระวายไม่สามารถแก้ปัญหาได้ความกังวล จะต่ออายุของคนให้ยาวขึ้นสักเล็กน้อยก็ไม่ได้ ความกังวลไม่ได้เพิ่มทางออกแต่เพิ่มทางตัน ทำให้ใจอ่อนล้าและสับสน แต่พระเจ้าทรงห่วงใยมนุษย์มากยิ่งนัก การมอบทุกสิ่งไว้กับพระเจ้า ด้วยการอธิษฐานขอทางออกผ่านความไว้วางใจ ผ่านการยอมให้พระเจ้าทรงนำทาง เพราะรู้ว่าพระเจ้าทรงควบคุมทุกสิ่ง ความกระวนกระวายก็จะหายไปแล้วพบทางออกจากพระเจ้าแน่นอน ข้าแต่พระเจ้า พระผู้ทรงรักและห่วงใยข้าพระองค์ ในเวลาที่หัวใจของข้าพระองค์เต็มไปด้วยความว้าวุ่น สับสน กระวนกระวาย ข้าพระองค์ขอวางภาระและความกังวลทุกอย่างไว้ที่พระบาทของพระองค์ ขอทรงเปลี่ยนความหวั่นไหวให้เป็นความเชื่อ ขอทรงเปลี่ยนความสับสนให้เป็นความกระจ่างแจ้ง ขอพระองค์ทรงเติมสันติสุขที่เกินความเข้าใจลงในจิตใจของข้าพระองค์ ขอทรงอย่าให้ความคิดจิตใจข้าพระองค์จดจ่อที่ขนาดของปัญหา แต่ขอทรงให้จิตใจของข้าพระองค์จดจ่อที่ความรัก พระสัญญา และความห่วงใยของพระองค์ที่มีต่อข้าพระองค์เสมอมา ข้าพระองค์เชื่อว่าไม่มีสิ่งใดที่ยากเกินไปสำหรับพระองค์ และในความอ่อนแรงของข้าพระองค์ พระคุณของพระองค์นั้นมีเพียงพอเสมอ ขอชีวิตของข้าพระองค์อยู่ในความห่วงใยของพระองค์ตลอดไป…

Continue reading

พระเยซูตรัสกับเขาว่า “เพราะท่านได้เห็นเราท่านจึงเชื่อหรือ ผู้ที่ไม่เห็นเราแต่เชื่อก็เป็นสุข”

หลังจากที่เขาได้เห็นพระเยซูผู้ทรงฟื้นคืนพระชนม์ พระองค์ได้ทรงสำแดงให้สาวกเห็นความแตกต่างระหว่างความเชื่อที่เกิดจากการเห็นกับความเชื่อที่เกิดจากความไว้วางใจว่าเห็นด้วยตาแล้วจึงเชื่อเป็นธรรมชาติของมนุษย์ โดยปกติแล้วมนุษย์มักจะเชื่อสิ่งที่ตนเองเห็นหรือพิสูจน์ได้ โธมัสก็มีท่าทีเช่นเดียวกันเขาบอกว่า หากไม่ได้เห็นรอยตะปูและไม่ได้แตะต้องพระองค์ เขาจะไม่เชื่อ นี่เป็นลักษณะธรรมดาของมนุษย์ แต่พระเยซูทรงสอนว่า ยังมีความเชื่ออีกระดับหนึ่งที่ลึกกว่าคือ เชื่อแม้ยังไม่ได้เห็น ความเชื่อนี้เกิดจากความไว้วางใจในพระเจ้า เชื่อพระวจนะของพระองค์ เชื่อและยอมรับความจริงฝ่ายจิตวิญญาณ ผู้เชื่อในยุคต่อมาส่วนใหญ่ไม่ได้เห็นพระเยซูด้วยตา แต่เชื่อจากพระวจนะและพยานหลักฐาน และพระองค์ทรงเรียกผู้เชื่อแบบนี้ว่า ผู้ที่เป็นสุข ข้าแต่พระเจ้า พระผู้ทรงพระชนม์อยู่ ข้าพระองค์เข้ามาต่อเบื้องพระพักตร์พระองค์ด้วยหัวใจปรารถนาที่จะรู้จักพระองค์ให้มากยิ่งขึ้น ขอพระองค์ทรงโปรดเมตตาเปิดตาใจฝ่ายวิญญาณของข้าพระองค์ ทรงให้ข้าพระองค์ได้สัมผัสและมองเห็นพระสิริและความรักของพระองค์ที่รายล้อมอยู่รอบตัวข้าพระองค์ แม้ในยามที่ดวงตาเนื้อหนังของข้าพระองค์มองไม่เห็นหนทาง แต่ขอทรงให้จิตวิญญาณของข้าพระองค์มั่นใจในการสถิตอยู่ของพระองค์เสมอ ขอทรงโปรดประทานความเชื่อที่มั่นคงให้แก่ข้าพระองค์ เป็นความเชื่อที่ไม่สั่นคลอนไปตามสิ่งที่มองเห็นด้วยสายตามนุษย์ แต่เป็นความเชื่อที่วางใจในพระสัญญาและพระลักษณะของพระองค์อย่างสุดหัวใจ เป็นหวังใจ เป็นความมั่นใจว่าสิ่งที่ข้าพระองค์ยังไม่เห็นนั้นมีจริง ขอทรงให้ความวางใจในพระองค์ปลดปล่อยข้าพระองค์จากความกังวล…

Continue reading

พระเยซูตรัสกับเขาอีกว่า “สันติสุขจงดำรงอยู่กับท่านทั้งหลายเถิด พระบิดาทรงใช้เรามาฉันใด เราก็ใช้ท่านทั้งหลายไปฉันนั้น”

สันติสุขแท้มาจากการพบพระคริสต์ ซึ่งพระเยซูคริสต์ได้ทรงตรัสแก่สาวกถึงสันติสุขเช่นนี้ ซึ่งเป็นสันติสุขที่ไม่ได้มาจากสถานการณ์ภายนอก แต่เกิดจากการที่พระคริสต์ทรงประทับอยู่กับพวกเขา เป็นสันติสุขที่เกิดจากการรู้ว่าพระเจ้าทรงใช้พวกเขา พวกเขามีพันธกิจที่ได้รับมอบหมายจากพระเจ้าย่อมเป็นสิ่งที่พิเศษกว่าสิ่งอื่นใด เมื่อมนุษย์รู้ว่าชีวิตของตนมีเป้าหมายจากพระเจ้าย่อมเกิดสันติสุขภายในจิตใจ เพราะพวกเขารู้ว่านี่คือตำแหน่งงานที่พิเศษที่สุดในชีวิตของมนุษย์ คือเป็นคนงานที่พระเจ้าทรงเรียกใช้ แม้จะทราบจากพระเจ้าว่า เป็นการงานที่ต้องเผชิญกับความยากลำบาก เผชิญการต่อต้าน แต่พวกเขาล้วนเต็มใจ ภูมิใจ และมั่นใจในพระสัญญาที่พระเยซูทรงให้ไว้แก่พวกเขาคือ พระองค์จะทรงประทานสันติสุขแท้ให้และพระองค์จะทรงสถิตอยู่กับพวกเขาเสมอไป ข้าแต่พระเจ้า พระบิดาผู้สถิตในสวรรค์ ข้าพระองค์เข้ามาเข้าเฝ้าพระองค์ด้วยหัวใจที่เต็มด้วยความปีติยินดี สรรเสริญพระองค์สำหรับสันติสุขแท้ที่เกินความเข้าใจ ซึ่งทรงประทานให้แก่ข้าพระองค์ผ่านทางพระเยซูคริสต์เจ้า เป็นความสงบนิ่งท่ามกลางพายุ และเป็นความชื่นชมยินดีที่โลกไม่สามารถให้ได้ ขอบพระคุณพระองค์ที่ทรงพระเมตตาเลือกสรรข้าพระองค์ ผู้เป็นเพียงภาชนะดินแต่อยู่ในสายพระเนตรของพระองค์เสมอ ขอบพระคุณที่ทรงวางใจและเรียกใช้ข้าพระองค์ในการพันธกิจการงานของพระองค์ ซึ่งข้าพระองค์ถือว่าเป็นเกียรติและเป็นหน้าที่อันสูงสุดในชีวิตที่จะได้ปรนนิบัติพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่ ข้าพระองค์มั่นใจในพระสัญญาที่ว่าพระองค์จะทรงอยู่กับข้าพระองค์เสมอไป ไม่ว่าพระองค์จะทรงนำข้าพระองค์ไปที่ใด หรือเผชิญกับภารกิจแบบไหน…

Continue reading

“พระองค์ไม่อยู่ที่นี่ แต่ทรงเป็นขึ้นมาแล้ว จงระลึกถึงคำที่พระองค์ได้ตรัสกับท่านทั้งหลาย เมื่อพระองค์ยังอยู่ในแคว้นกาลิลี”

บรรทมอยู่ในอุโมงค์พระเยซูของข้า คอยอยู่จนถึงเวลาเสด็จออกมา พระเยซูทรงคืนจากตาย ชัยชนะซาตานซึ่งคอยทำลายทรงเป็นผู้มีฤทธิ์เหนืออาณาจักรมารร้าย ทรงครอบครองอยู่กับผู้บริสุทธิ์ทั้งหลาย เป็นขึ้นแล้ว เป็นขึ้นแล้ว พระเยซูทรงเป็นขึ้นแล้ว พระเยซูทรงเป็นขึ้นแล้ว เป็นวลีที่สำคัญสำหรับบรรดาสาวกและผู้เชื่อวางใจในพระองค์ได้กล่าวและระลึกถึงเสมอในช่วงเทศกาลอีสเตอร์ เพราะนั่นคือ การประกาศถึงการที่พระเยซูคริสต์ทรงฟื้นคืนพระชนม์จากความตายหลังจากถูกตรึงบนกางเขน บรรทมในอุโมงค์ และเสด็จออกมาในวันที่สามตามพระคัมภีร์ เป็นสัญลักษณ์ของชัยชนะเหนือความตายและความบาป แสดงถึงชัยชนะของพระเยซูคริสต์เหนือความตายและซาตาน การร้องเพลงสรรเสริญและนมัสการด้วยบทเพลงนี้เป็นการประกาศและยอมรับพระองค์ในฐานะผู้พิชิตความตาย ข้าแต่พระเยซูคริสต์ องค์พระผู้เป็นเจ้า ข้าพระองค์ขอน้อมใจสรรเสริญยกย่องพระนามอันสูงสุดของพระองค์ ขอสรรเสริญพระองค์ผู้ทรงมีชัยชนะเหนือความบาปและอำนาจแห่งความตาย ทรงเป็นผู้พิชิตความตาย ทรงฟื้นคืนพระชนม์ในวันที่สาม ชัยชนะของพระองค์มิใช่เพียงเรื่องราวในอดีต แต่เป็นความหวังใจอันนิรันดร์ของข้าพระองค์ในวันนี้ ขอบพระคุณพระองค์ที่ทรงยอมวายพระชนม์เพื่อรับโทษบาปแทนข้าพระองค์ ขอบพระคุณที่พระองค์ทรงเป็นผลแรกแห่งการเป็นขึ้นจากความตาย เพื่อยืนยันว่าความตายในโลกนี้ไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นประตูสู่ชีวิตใหม่ที่พระองค์ทรงจัดเตรียมไว้ ข้าพระองค์เชื่อมั่นว่า…

Continue reading