ธรรมชีวิตประจำวันพุธที่ 7 มกราคม 2026 “เข้าสนิทกับพระคริสต์”

โรม 6:1-11 – ถ้าเช่นนั้นแล้วเราจะว่าอย่างไร ควรเราจะอยู่ในบาปต่อไป เพื่อให้พระคุณมีมากยิ่งขึ้นหรือ อย่าให้เป็นอย่างนั้นเลย พวกเราที่ตายต่อบาปแล้วจะมีชีวิตในบาปต่อไปอย่างไรได้ ท่านไม่รู้หรือว่าเราทั้งหลายที่ได้รับบัพติศมาเข้าในพระเยซูคริสต์ก็ได้รับบัพติศมานั้นเข้าในความตายของพระองค์ เหตุฉะนั้น เราจึงถูกฝังไว้กับพระองค์แล้ว โดยการรับบัพติศมาเข้าส่วนในการตายนั้น เพื่อว่าเมื่อพระคริสต์ได้ทรงถูกชุบให้เป็นขึ้นมาจากความตายโดยเดชพระสิริของพระบิดาแล้ว เราก็จะได้ดำเนินตามชีวิตใหม่ด้วยเหมือนกัน เพราะว่าถ้าเราเข้าสนิทกับพระองค์แล้วในการตายอย่างพระองค์ เราก็จะเข้าสนิทกับพระองค์ในการเป็นขึ้นมาอย่างพระองค์ได้ทรงเป็นขึ้นมาจากความตายด้วย เราทั้งหลายรู้แล้วว่าตัวเก่าของเรานั้นได้ถูกตรึงไว้กับพระองค์แล้ว … เราจะไม่เป็นทาสของบาปอีกต่อไป เพราะว่าผู้ที่ตายแล้วก็พ้นจากบาป แต่ถ้าเราตายแล้วกับพระคริสต์ เราเชื่อว่าเราจะมีชีวิตอยู่กับพระองค์ด้วย เราทั้งหลายรู้อยู่ว่าพระคริสต์ที่ทรงถูกชุบให้เป็นขึ้นมาจากตายนั้นแล้วจะหาตายอีกไม่ ความตายหาครอบงำพระองค์ต่อไปไม่ ด้วยว่าซึ่งพระองค์ได้ทรงตายนั้นพระองค์ได้ทรงตายต่อบาปหนเดียวเป็นพอ แต่ซึ่งพระองค์ทรงชีวิตอยู่นั้น พระองค์ทรงชีวิตสนิทกับพระเจ้า เหมือนกันเช่นนั้นแหละท่านทั้งหลายจงถือว่าท่านได้ตายต่อบาป และมีชีวิตสนิทกับพระเจ้าในพระเยซูคริสต์ เปาโลทำให้ข้าพเจ้าแปลกใจเล็กน้อยเมื่อท่านพูดถึงความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดระหว่างเรากับพระคริสต์…

Continue reading

ธรรมชีวิตประจำวันอังคารที่ 6 มกราคม 2026 “เงียบสงบ”

ลูกา 2:19, 52 – ฝ่ายนางมารีย์ก็เก็บบรรดาสิ่งเหล่านั้นไว้ในใจและรำพึงอยู่ … พระเยซูก็ได้จำเริญขึ้นในด้านสติปัญญา ในด้านร่างกาย และเป็นที่ชอบจำเพาะพระเจ้า และต่อหน้าคนทั้งปวงด้วย (ลูกา 2:19, 52) แล้วต่อไปล่ะ ช่วงเวลาที่เหลือในชีวิตวัยเด็กของพระเยซูดูเหมือนจะเงียบสงบ ยกเว้นการเดินทางไปเยรูซาเล็มครั้งหนึ่ง (ดู ลูกา 2:41-52) พระเยซูทรงเรียนรู้สิ่งต่างๆ ที่เด็กทุกคนเรียนรู้ได้ เช่น การดูแลความต้องการของพระองค์เอง การทำงานบ้าน และการช่วยเหลืองานบ้าน มารีย์อาจสอนพระองค์ให้ทำอาหาร (ดู ยอห์น 21:9-13) พระองค์อาจทรงเรียนรู้การมีเพื่อนในละแวกบ้าน…

Continue reading

ธรรมชีวิตประจำวันจันทร์ที่ 5 มกราคม 2026 “การกลับบ้าน”

มัทธิว 2:19-20, 23 – ครั้นเฮโรดสิ้นพระชนม์แล้ว ทูตองค์หนึ่งของพระเป็นเจ้ามาปรากฏในความฝันแก่โยเซฟที่ประเทศอียิปต์สั่งว่า “จงลุกขึ้นพากุมารกับมารดามายังแผ่นดินอิสราเอล เพราะผู้ที่เป็นภัยต่อชีวิตของกุมารนั้นตายแล้ว” … ไปอาศัยในเมืองหนึ่งชื่อนาซาเร็ธ … ข้าพเจ้าสงสัยว่าพระเยซูในวัยเด็กจะรู้สึกอย่างไรเมื่อได้ยินพ่อแม่ของพระองค์วางแผนจะกลับบ้าน เพราะแม้พระองค์จะทรงยังเล็กอยู่ แต่อียิปต์คงรู้สึกเหมือนเป็น “บ้าน” สำหรับพระองค์ พระองค์คงยังไม่ถึงสองขวบเมื่อพวกเขาออกจากเบธเลเฮม พระองค์ทรงจำได้ไหม และพระองค์ก็ไม่เคยทรงเห็นกาลิลี สิ่งที่พระเยซูทรงรู้ตั้งแต่ยังทรงเป็นเด็กเล็กๆ คือ การผสมผสานระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของครอบครัวพระองค์กับวัฒนธรรมของเพื่อนเล่นชาวอียิปต์ของพระองค์ แต่พระเจ้าทรงยังต้องการพระองค์ในอิสราเอล และนั่นคือ สถานที่ซึ่งครอบครัวของพระองค์เดินทางไป หากคุณลองคิดดูแล้ว ภาพที่พระเยซูทรงดำเนินไปในวัยผู้ใหญ่ก็นับว่าไม่เลวทีเดียว เพราะตลอดหลายปีที่พระองค์ทรงเทศนาและรักษาโรค พระองค์มักจะทรงเคลื่อนไหวอยู่เสมอ พระองค์ทรงตรัสว่า…

Continue reading

ธรรมชีวิตประจำวันอาทิตย์ที่ 4 มกราคม 2026 “กล่าวโทษ”

มัทธิว 2:16 – ครั้นเฮโรดเห็นว่าพวกโหราจารย์หลอกท่าน ก็กริ้วโกรธยิ่งนัก จึงใช้คนไปฆ่าเด็กผู้ชายทั้งหลายในบ้านเบธเลเฮมและที่ใกล้เคียงทั้งสิ้นตั้งแต่อายุสองขวบลงมา ซึ่งพอดีกับเวลาที่ท่านได้ทราบจากพวกโหราจารย์นั้น คำถามนี้เคยทำให้ข้าพเจ้ากังวลใจว่าพระเจ้าจะทรงยอมให้เด็กเล็กๆ เหล่านี้ตายได้อย่างไร ในเมื่อพระบุตรของพระองค์เสด็จไปอียิปต์อย่างปลอดภัยแล้ว ตามหลักการเหตุและผลแล้วการโทษพระเจ้านั้นไม่สมเหตุผล เฮโรดต่างหากที่เป็นคนทำความชั่ว ไม่ใช่พระเจ้า แต่การพูดแบบนั้นก็ไม่ได้ช่วยอะไร เหมือนกับว่าเราคาดหวังให้เฮโรดในโลกนี้ประพฤติเช่นนั้น ดังนั้น เมื่อพวกเขาทำ เราก็แค่เสียใจและก้าวต่อไปโดยไม่แปลกใจ แต่ไม่ใช่กับพระเจ้า เราคาดหวังสิ่งดี ๆ จากพระองค์ และเมื่อเราเห็นความชั่วร้ายอันน่าสะพรึงกลัวเกิดขึ้น เราก็ร้องตะโกนด้วยความตกใจและกล่าวโทษ นั่นไม่สมเหตุสมผล แต่ก็เป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ ข้าพเจ้าผ่านพ้นเรื่องนี้ไปได้ก็ตอนที่ตระหนักว่าแท้จริงแล้ว พระเจ้าไม่ได้ทรงช่วยพระเยซูให้พ้นจากความตาย แต่พระองค์ทรงเลื่อนความตายออกไป เด็กทารกคนสุดท้ายของเบธเลเฮมก็ตายเช่นกัน…

Continue reading

ธรรมชีวิตประจำวันเสาร์ที่ 3 มกราคม 2026 “อันตราย”

มัทธิว 2:13-15 – ครั้นเขาไปแล้วก็มีทูตองค์หนึ่งของพระเป็นเจ้าได้มาปรากฏแก่โยเซฟในความฝันแล้วบอกว่า “จงลุกขึ้นพากุมารกับมารดาหนีไปประเทศอียิปต์ และคอยอยู่ที่นั่นจนกว่าเราจะบอกเจ้า เพราะว่าเฮโรดจะแสวงหากุมารเพื่อจะประหารชีวิตเสีย” ในเวลากลางคืนโยเซฟจึงลุกขึ้นพากุมารกับมารดาไปยังประเทศอียิปต์ และได้อยู่ที่นั่นจนเฮโรดสิ้นพระชนม์ ทั้งนี้เกิดขึ้นเพื่อจะให้สำเร็จตามพระวจนะของพระเป็นเจ้า ซึ่งได้ตรัสไว้โดยผู้เผยพระวจนะว่า “เราได้เรียกบุตรของเราให้ออกมาจากอียิปต์” คืนนั้นคงเป็นคืนที่น่ากลัวมาก ข้าพเจ้าเห็นโยเซฟปลุกมารีย์ กระซิบกระซาบเพื่อไม่ให้พระเยซูตื่น พวกเขาคงจะเก็บของให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้โดยใช้แสงตะเกียง หรือบางทีอาจจะทิ้งของบางอย่างไว้ข้างหลัง แล้วทั้งสามคนก็ออกเดินทาง พ่อแม่ที่ดีจะไม่รีรอเมื่อลูกตกอยู่ในอันตราย และพระเจ้าก็จะไม่ทรงรีรอเช่นกันเมื่อเราตกอยู่ในอันตราย เมื่อพระองค์ทรงเห็นว่าเราละทิ้งพระองค์และยอมตกอยู่ภายใต้อำนาจของมาร แม้แต่ในตอนเริ่มต้นของโลก พระองค์ก็ทรงสัญญาว่าจะส่งพระผู้ช่วยให้รอดมาให้เรา (ดู ปฐมกาล 3:15) แล้วพระองค์ก็ทรงเสด็จมาเป็นพระผู้ช่วยให้รอดเพื่อช่วยกู้เรา เพราะพระองค์ทรงรักเรามาก พระองค์จึงได้ทรงบังเกิดท่ามกลางเราเป็นทารกมนุษย์ คือพระเยซู…

Continue reading