ธรรมชีวิตประจำวันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม 2026 “ผู้ทำงานเหน็ดเหนื่อยและแบกภาระหนักจงมาหาเรา”

“บรรดาผู้ทำงานเหน็ดเหนื่อยและแบกภาระหนัก จงมาหาเรา และเราจะให้ท่านทั้งหลาย หายเหนื่อยเป็นสุข” โอ พระสุรเสียงที่เป็นพรของพระเยซูซึ่งมาสู่จิตใจที่เป็นทุกข์ พระสุรเสียงนี้ประกาศถึงคำอวยพร การอภัยโทษ พระคุณ และสันติสุข ประกาศถึงความปิติยินดีที่ไม่มีวันสิ้นสุดและประกาศถึงความรักที่ไม่อาจจืดจาง” รอบตัวเรามีเสียงมากมายที่คอยแย่งความสนใจของเรา บางเสียงเราได้ยิน ในขณะที่บางเสียงเราเห็นผ่านทางข้อความหรือโซเชียลมีเดียรูปแบบอื่น ๆ หลายเสียงเป็นเสียงที่น่ารับฟังและเราชื่นชมกับคำพูดหนุนใจจากเพื่อนและครอบครัว แต่เสียงอื่นกลับเต็มไปด้วยความโกรธ การทะเลาะเบาะแว้ง การกล่าวโทษ หรือการหลอกลวง แต่มีอยู่หนึ่งเสียงที่เราปรารถนาจะได้ยินอย่างมาก นั่นคือ พระสุรเสียงที่เป็นพรซึ่งตรัสเรียกสาวกกลุ่มแรกที่ทะเลสาบกาลิลีว่า “จงตามเรามา” พวกสาวกมีสิทธิพิเศษมากที่ได้ยินพระสุรเสียงของพระเยซูเมื่อพระองค์ตรัสเรียกเขาให้เป็นสาวกของพระองค์ คนเหล่านั้นได้ยินพระสุรเสียงที่เป็นพรในขณะที่พระผู้ช่วยให้รอดทรงสอนประชาชนตามเนินเขา ในเมือง และในพื้นที่ทุรกันดาร เมื่อพระเยซูทรงสั่งให้ลมและคลื่นสงบ ทะเลและพายุก็เชื่อฟังพระสุรเสียงของพระผู้สร้างของตน…

Continue reading

ธรรมชีวิตประจำวันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม 2026 “เราจะไปไหนต่อจากที่นี่”

มาลาคี 3:7 – [พระเจ้าตรัส] “เจ้าได้หันเหไปเสียจากกฎเกณฑ์ของเราและมิได้รักษาไว้ ตั้งแต่ครั้งสมัยบรรพบุรุษของเจ้า พระเจ้าจอมโยธาตรัสว่า เจ้าจงกลับมาหาเรา และเราจะกลับมาหาเจ้าทั้งหลาย แต่เจ้ากล่าวว่า ‘เราทั้งหลายจะกลับมาสถานใด’” ช่วงเวลาแห่งความทุกข์ยากได้มาเยือนอิสราเอลเมื่อพระเจ้าตรัสถ้อยคำเหล่านี้ ชาตินั้นตกอยู่ในสภาพเสื่อมทราม การนมัสการพระเจ้าขาดความซื่อตรง และชีวิตความเป็นอยู่ภายในครอบครัวก็เต็มไปด้วยความวุ่นวายสับสน กระนั้นก็ตาม แม้พวกเขาจะขาดความสำนึกในพระคุณและเอาแต่ใจตนเองเป็นที่ตั้ง แต่องค์พระผู้เป็นเจ้าก็มิได้ทรงทอดทิ้งประชากรของพระองค์ไปเสียทีเดียว ความรักและความเมตตาอันมั่นคงนิรันดร์ผลักดันให้พระองค์ ผู้ไม่ทรงพอพระทัยในความตายของคนบาป (ดู เอเสเคียล 33:11) ทรงวิงวอนขอให้ชนชาติที่หลงผิดนั้น “จงกลับมาหาเรา!” น่าเศร้าที่ผู้คนซึ่งเคยใกล้ชิดกับพระเจ้ามากที่สุดกลับปฏิเสธการทรงเรียกให้กลับใจด้วยท่าทีที่แสดงถึงความไม่เชื่ออย่างชัดเจน อีกทั้งยังถามกลับอย่างลำพองใจว่า “เราทั้งหลายจะกลับมาสถานใด” คำถามนี้เสมือนจะสื่อว่า “เรามีข้อบกพร่องอะไรกันหรือ…

Continue reading

ธรรมชีวิตประจำวันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม 2026 “จงเบ่งบานในที่ที่คุณถูกปลูกไว้ “

ปฐมกาล 39:21-22ข, 23 – แต่ว่าพระเจ้าทรงสถิตอยู่กับโยเซฟ และทรงสำแดงความรักมั่นคงแก่เขา ทรงโปรดให้พัศดีเมตตาปรานีเขา พัศดีก็มอบนักโทษทั้งปวงที่ในเรือนจำไว้ในความดูแลของโยเซฟ … พัศดีไม่ได้เอาใจใส่การงานใด ๆ ที่โยเซฟดูแล เพราะเหตุพระเจ้าทรงสถิตอยู่กับท่าน และการงานใด ๆ ที่ท่านกระทำพระเจ้าก็ทรงโปรดให้เจริญ” “จงเบ่งบานในที่ที่คุณถูกปลูกไว้” นี่เป็นคำแนะนำที่ผมได้รับเมื่อตอนที่อยู่ในวัยหนุ่ม คำแนะนำนี้วาดภาพผู้คนว่าเป็นเหมือนพืชพันธุ์หรือต้นไม้ที่มีความสามารถอันน่าอัศจรรย์ในการเติบโตได้แม้ในสถานการณ์ที่ดูเป็นไปไม่ได้ ลองนึกภาพยอดอ่อนสีเขียวที่เบ่งบานออกมาจากรอยต่อปูนที่ผุกร่อนหรือแทรกตัวออกมาจากรอยร้าวบนทางเท้า เพราะถูกสร้างขึ้นโดยพระเจ้า ต้นไม้ พืชพันธุ์ และเมล็ดต่าง ๆ ไม่ได้รีบเร่ง แต่สิ่งเหล่านี้จะหาทางเติบโตจนได้ ในข้อพระคัมภีร์จากหนังสือปฐมกาล เราได้ยินเรื่องราวที่พระเจ้าทรงทำให้โยเซฟเจริญรุ่งเรืองในสภาพแวดล้อมที่แร้นแค้นที่สุด แม้พี่ชายของเขาได้ขายเขาไปเป็นทาสในอียิปต์…

Continue reading

ธรรมชีวิตประจำวันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม 2026 “จงมาหาเรา”

มัทธิว 11:25-30 – ขณะนั้นพระเยซูทูลว่า “ข้าแต่พระบิดา ผู้เป็นเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์และโลก ข้าพระองค์สรรเสริญพระองค์ ที่พระองค์ได้ทรงปิดบังสิ่งเหล่านี้ไว้จากผู้มีปัญญาและผู้ฉลาด แต่ได้สำแดงให้ผู้น้อยรู้ ข้าแต่พระบิดา พระองค์ทรงเห็นชอบดังนั้น พระบิดาของเรา ได้ทรงมอบสิ่งสารพัดให้แก่เรา และไม่มีใครรู้จักพระบุตร นอกจากพระบิดาและไม่มีใครรู้จักพระบิดานอกจากพระบุตร และผู้ที่พระบุตรประสงค์จะสำแดงให้รู้ บรรดาผู้ทำงานเหน็ดเหนื่อยและแบกภาระหนัก จงมาหาเรา และเราจะให้ท่านทั้งหลาย หายเหนื่อยเป็นสุข จงเอาแอกของเราแบกไว้ แล้วเรียนจากเรา เพราะว่าเราสุภาพและใจอ่อนน้อม และจิตใจท่านทั้งหลายจะได้พัก ด้วยว่าแอกของเราก็พอเหมาะ และภาระของเราก็เบา” สิ่งหนึ่งที่แปลกที่สุดเกี่ยวกับพระเยซูคือ วิธีการที่พระองค์ทรงเชื้อเชิญทุกคนให้เข้ามาหาพระองค์ ไม่ใช่เพียงแค่คนรวยและผู้มีอำนาจ หรือผู้ที่เฉลียวฉลาดและมีการศึกษาสูงเท่านั้น…

Continue reading

ธรรมชีวิตประจำวันพุธที่ 1 กรกฎาคม 2026 “น่าหงุดหงิด”

โรม 7:14-25ก – เรารู้ว่าธรรมบัญญัตินั้นเป็นมาโดยฝ่ายพระวิญญาณ แต่ว่าข้าพเจ้าเป็นมนุษย์ถูกขายไว้ให้อยู่ใต้บาป ข้าพเจ้าไม่เข้าใจการกระทำของข้าพเจ้าเอง เพราะว่าข้าพเจ้าไม่ทำสิ่งที่ข้าพเจ้าปรารถนาที่จะทำ แต่กลับทำสิ่งที่ข้าพเจ้าเกลียดชังนั้น เหตุฉะนั้น ถ้าข้าพเจ้าทำสิ่งที่ข้าพเจ้าไม่ปรารถนาที่จะทำ และข้าพเจ้ายอมรับว่าธรรมบัญญัตินั้นดี ฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงมิใช่ผู้กระทำ แต่ว่าบาปซึ่งอยู่ในตัวข้าพเจ้านั่นเองเป็นผู้ทำ ด้วยว่าในตัวข้าพเจ้าคือในตัวของข้าพเจ้าไม่มีความดีประการใดอยู่เลย เพราะว่าเจตนาดีข้าพเจ้าก็มีอยู่ แต่ซึ่งจะกระทำการดีนั้นข้าพเจ้าหาได้กระทำไม่ ด้วยว่าการดีนั้นซึ่งข้าพเจ้าปรารถนาทำ ข้าพเจ้าไม่ได้กระทำ แต่การชั่วซึ่งข้าพเจ้ามิได้ปรารถนาทำ ข้าพเจ้ายังทำอยู่ ถ้าแม้ข้าพเจ้ายังทำสิ่งซึ่งข้าพเจ้าไม่ปรารถนาจะทำ ก็ไม่ใช่ตัวข้าพเจ้าเป็นผู้กระทำ แต่บาปซึ่งอยู่ในตัวข้าพเจ้านั่นเองเป็นผู้กระทำ ดังนั้น ข้าพเจ้าจึงเห็นว่าเป็นกฎธรรมดาอย่างหนึ่งคือเมื่อใดที่ข้าพเจ้าตั้งใจจะกระทำความดี ความชั่วก็พร้อมที่จะผุดขึ้น เพราะว่าส่วนลึกในใจของข้าพเจ้านั้น ข้าพเจ้าชื่นชมในธรรมบัญญัติของพระเจ้า แต่ข้าพเจ้าเห็นมีกฎอีกอย่างหนึ่งอยู่ในกายของข้าพเจ้า…

Continue reading