ธรรมชีวิตประจำวันศุกร์ประเสริฐที่ 3 เมษายน 2026 “เรื่องราวความรัก”

ลูกา 23:44-46 – เวลานั้นประมาณเวลาเที่ยง ก็บังเกิดมืดมัวทั่วแผ่นดิน จนถึงบ่ายสามโมง ดวงอาทิตย์ก็มืดไป ม่านในพระวิหารก็ขาดตรงกลาง พระเยซูทรงร้องเสียงดังตรัสว่า “พระบิดาเจ้าข้า ข้าพระองค์ฝากวิญญาณจิตของข้าพระองค์ไว้ในพระหัตถ์ของพระองค์” ตรัสอย่างนั้นแล้วก็สิ้นพระชนม์ วันศุกร์ประเสริฐคือ เรื่องราวเกี่ยวกับการสิ้นพระชนม์ของพระเจ้า นี่คือเรื่องราวของพระเจ้าผู้ทรงสร้างทุกสิ่ง และผู้ทรงไม่มีวันตาย แต่พระองค์ทรงสิ้นพระชนม์โดยตั้งพระทัย ทรงสละพระชนม์ชีพบนไม้กางเขน พระองค์ทรงกลายเป็นมนุษย์โดยตั้งพระทัย เพื่อเหตุผลนี้โดยเฉพาะเพื่อที่พระองค์จะทรงทนทุกข์และสิ้นพระชนม์ เพราะศัตรูของพระองค์ต้องการพระองค์ ศัตรูเหล่านั้นคือใคร ก็คือข้าพเจ้าและคุณนั่นเอง ทุกคนที่หันหลังให้พระองค์และไปแสวงหาสิ่งที่ตัวเองต้องการแทน ใช้เวลาไม่นานเลยที่เราจะทำลายโลก ชีวิต และตัวตนของเราเอง แต่เราไม่สามารถนำตัวเองกลับคืนมาได้ แต่พระเจ้าทรงทำได้ และพระองค์ก็ทรงทำแล้ว…

Continue reading

ธรรมชีวิตประจำวันพฤหัสบดีศักดิ์สิทธิ์ที่ 2 เมษายน 2026 “ที่จับต้องได้”

มัทธิว 26:26-29 – ระหว่างอาหารมื้อนั้น พระเยซูทรงหยิบขนมปังมา และเมื่อถวายสาธุการแล้วทรงหักส่งให้แก่เหล่าสาวกตรัสว่า “จงรับกินเถิด นี่เป็นกายของเรา” แล้วพระองค์จึงทรงหยิบถ้วยโมทนาพระคุณและส่งให้เขา ตรัสว่า “จงรับไปดื่มทุกคนเถิด ด้วยว่านี่เป็นโลหิตของเรา อันเป็นโลหิตแห่งพันธสัญญา ซึ่งต้องหลั่งออกเพื่อยกบาปโทษคนเป็นอันมาก เราบอกท่านทั้งหลายว่า เราจะไม่ดื่มน้ำผลแห่งเถาองุ่นต่อไปอีกจนวันนั้นมาถึง คือวันที่เราจะดื่มกันใหม่กับพวกท่านในแผ่นดินแห่งพระบิดาของเรา” ข้าพเจ้าดีใจเหลือเกินที่พระเยซูทรงมอบบางสิ่งที่เป็นของพระองค์ให้เราได้สัมผัสและลิ้มรสก่อนที่จะทรงสิ้นพระชนม์ ทรงคืนพระชนม์ และทรงกลับสู่สวรรค์ เพราะบางครั้งข้าพเจ้าต้องการมากกว่าแค่คำพูดและเรื่องราว ข้าพเจ้าต้องการบางสิ่งที่สื่อสารกับร่างกายของข้าพเจ้า ประสาทสัมผัสทั้งห้าของข้าพเจ้า บางสิ่งที่บอกว่า “นี่คือของจริง คุณสามารถสัมผัสและจับต้องได้ด้วยตัวเอง” และนั่นคือสิ่งที่พิธีมหาสนิทและพิธีบัพติศมาทำเพื่อข้าพเจ้า พระเยซูทรงมอบพระองค์เองให้แก่เราในลักษณะนี้ เพราะพระองค์ทรงรู้จักเรา เพราะพระองค์ทรงสร้างเรา…

Continue reading

ธรรมชีวิตประจำวันพุธที่ 1 เมษายน 2026 “สำเร็จแล้ว”

ยอห์น 19:30 – เมื่อพระเยซูทรงรับน้ำส้มองุ่นแล้ว พระองค์ตรัสว่า “สำเร็จแล้ว” และทรงก้มพระเศียรลงสิ้นพระชนม์ อะไรที่สำเร็จแล้ว ที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ ความทุกข์ทรมานของพระเยซูได้จบสิ้นลงแล้ว เพราะพระองค์ทรงมอบพระวิญญาณของพระองค์แด่พระเจ้าและสิ้นพระชนม์ แต่ข้าพเจ้าคิดว่าพระองค์ทรงหมายถึงมากกว่านั้น พระเยซูทรงทำภารกิจทั้งหมดในชีวิตของพระองค์เสร็จสิ้นแล้ว ทุกสิ่งที่พระองค์เสด็จมาในโลกนี้เพื่อทรงทำไม่ว่าจะเป็นการปฏิสนธิและการประสูติในฐานะทารกมนุษย์ ช่วงเวลาหลายปีที่ทรงเติบโตในครอบครัวธรรมดาๆ จากนั้นก็การปฏิบัติศาสนกิจ งานหนักทั้งหมดในการสอน การรักษาโรค และการดูแลผู้คนที่เหมือนแกะที่ไม่มีผู้เลี้ยง และหลายปีของการฝึกฝนเหล่าสาวกที่ยังคงเข้าใจผิด ผู้ที่จะกลายเป็นรากฐานของคริสตจักร ผู้รับผิดชอบในการนำข่าวสารของพระเยซูพระผู้ช่วยให้รอดของเราไปสู่ทั่วโลก ทั้งหมดนั้นเสร็จสิ้นแล้วในตอนนี้ แต่ยังมีมากกว่านั้นอีก เพราะพระเจ้าทรงเห็นช่วงเวลานี้ก่อนที่พระองค์จะทรงสร้างโลกและมนุษย์ ก่อนที่เราจะตกอยู่ในบาป และพระองค์ก็ยังทรงเลือกที่จะกระทำสิ่งนี้ด้วยความรัก ผ่านทางอับราฮัม อิสอัค และยาโคบ…

Continue reading

ธรรมชีวิตประจำวันอังคารที่ 31 มีนาคม 2026 “น้ำส้มองุ่น”

ยอห์น 19:28-30ก – หลังจากนั้น พระเยซูทรงทราบว่าทุกสิ่งสำเร็จแล้ว เพื่อให้เป็นจริงตามพระธรรม พระองค์จึงตรัสว่า “เรากระหายน้ำ” มีภาชนะใส่น้ำส้มองุ่นวางอยู่ที่นั่น เขาจึงเอาฟองน้ำชุบน้ำส้มองุ่นใส่ปลายไม้หุสบชูขึ้นให้ถึงพระโอษฐ์ของพระองค์ เมื่อพระเยซูทรงรับน้ำส้มองุ่นแล้ว… ข้าพเจ้าสงสัยเกี่ยวกับน้ำส้มองุ่นที่พวกเขาถวายพระองค์ เพราะเราตีความได้สองทาง ทางแรกคือการเยาะเย้ย เหมือนอย่างที่ปรากฏในสดุดี 69:21 ซึ่งอาจเป็นพระคัมภีร์ที่พระเยซูทรงทำให้สำเร็จ หรือทางที่สองคือ การแสดงความเมตตาเพราะน้ำส้มองุ่นที่ว่านั้นน่าจะเป็นเหล้าปอสกา ซึ่งเป็นเหล้าที่ทหารโรมันดื่ม และรสชาติก็ควรจะเป็นอย่างนั้น พวกเขาแบ่งปันเหล้าของตัวเองให้พระองค์ เพื่อให้พระองค์ทรงรู้สึกสบายขึ้นสักเล็กน้อย ไม่ว่ากรณีใด พระเยซูก็ทรงยอมรับ นั่นเป็นสิ่งสุดท้ายที่พระองค์ทรงทำก่อนสิ้นพระชนม์ ทำไม ข้าพเจ้าคิดว่าเชื่อมโยงกับสิ่งที่พระองค์ตรัสหลังจากที่ทรงให้มหาสนิทแก่เหล่าสาวกเป็นครั้งแรก พระองค์ตรัสว่า “เพราะเราบอกท่านทั้งหลายว่า…

Continue reading

ธรรมชีวิตประจำวันจันทร์ที่ 30 มีนาคม 2026 “ความมืด”

มัทธิว 27:45-46 – แล้วก็บังเกิดมืดมัวทั่วแผ่นดิน ตั้งแต่เวลาเที่ยงวันจนถึงบ่ายสามโมง ครั้นประมาณบ่ายสามโมง พระเยซูทรงร้องเสียงดังว่า “เอลี เอลี ลามาสะบักธานี” แปลว่า “พระเจ้าของข้าพระองค์ พระเจ้าของข้าพระองค์ ไฉนทรงทอดทิ้งข้าพระองค์เสีย” ข้าพเจ้าดีใจที่พระเยซูทรงร้องทูลต่อพระเจ้าเช่นนั้นว่า “พระเจ้าของข้าพระองค์ พระเจ้าของข้าพระองค์ ไฉนทรงทอดทิ้งข้าพระองค์เสีย” เพราะข้าพเจ้าคิดว่าพวกเราทุกคนที่ใช้ชีวิตยืนยาวพอ จะต้องผ่านช่วงเวลาที่หัวใจของเราพูดเช่นเดียวกัน เมื่อเราสูญเสียคนที่เรารักไปเพราะความตายหรือความสัมพันธ์ที่แตกหัก เมื่อเราได้รับการวินิจฉัยโรคที่ร้ายแรง เมื่อเราต้องเผชิญกับความชั่วร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่าตลอดทั้งปี และเราทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว ในเวลานั้น เราจึงร้องทูลต่อพระเจ้าในความมืดมิด เพราะเราไม่มีใครอื่นที่จะร้องทูลขอความช่วยเหลือได้ พระเยซูทรงรู้จักความมืดมิดของเรา เพราะพระองค์ทรงเคยอยู่ในความมืดมิดนั้นมาก่อน พระองค์ทรงรู้ว่าการอธิษฐานแล้วไม่ได้รับคำตอบนั้นเป็นอย่างไร…

Continue reading