Category: บทความหนุนใจ

บทความหนุนใจ

“โลกแห่งความเป็นจริง” (กรุณาคลิ๊กอ่านที่หัวเรื่อง)

ถ้าหากว่าเราจะยอมรับความจริงแล้ว โลกที่เราพูดเสมอว่า มีความสวยงามน่าอยู่ เป็นโลกแห่งความหวังของเราทุกคน ที่จะมีชีวิตอยู่อย่างมีความสุขนั้น เป็นความจริง เพราะโลกแรกเริ่มนั้น เป็นเสมือนบ้านที่พระเจ้าสร้างมาให้เป็นบ้านที่อยู่อาศัยของมวลมนุษย์ทุกคน มีความพร้อมทุกอย่างที่จะอำนวยความสุขสบายให้แก่เราอย่างเหลือเฟือ พระเจ้าผู้ได้ชื่อว่าทรงเป็น “ความรัก” ดังนั้นทุกสิ่งที่มาจากพระองค์ ก็ต้องเป็นสิ่งดีๆที่เกิดจากความรักของพระองค์ทั้งนั้น แต่ที่โลกแห่งความเป็นจริงได้ แปรเปลี่ยนไปกลายเป็นโลกที่ไม่มีความแน่นนอน แล้วก็เต็มไปด้วยความทุกข์ยากลำบากสารพัด จนทำให้เกิดวาทะของคำว่า “เบื่อโลก” ระนาดดังไปทั่วสังคมของมนุษย์ อันเป็นผลที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์เอง โดยมนุษย์ได้ฝืนคำสั่งของพระเจ้า ด้วยการเปลี่ยนแปลงโลกแห่งความอุดมสมบูรณ์ที่ปราศจากพิษภัยที่เคยมีแต่ความสงบราบรื่นร่มเย็น ให้กลายเป็นโลกที่หาความสงบสุขปลอดภัยไม่ได้อีกต่อไป นี่จึงเป็นที่มาของโลกแห่งความจริงของวันนี้ ที่มนุษย์เป็นผู้สร้างใหม่ตามความต้องการของตนเอง โดย : อาจารย์อำนวย  เรืองชาญ นักจัดรายการวิทยุ “เพื่อคุณกำลังใจ” องค์การก้าวไปสู่ความสว่าง

“คนหลงทาง” (กรุณาคลิ๊กอ่านที่หัวเรื่อง)

มีการเปรียบชีวิตคนไว้ว่า.. “ คนเราทุกคนเปรียบเหมือนนักเดินเรือ ” แล่นรอบมหาสมุทรที่ไม่สามารถจะหยุดเรือขึ้นฝั่งได้ บ่อยครั้งที่ต้องปล่อยตัวให้ล่องลอยไปตามสายน้ำ.. บางครั้งรู้สึกท้อแท้สิ้นหวัง เพราะมีกำลังไม่พอ น้อยครั้งที่มองเห็นฝั่ง แต่ลืมว่าจะบังคับเรือให้เข้าฝั่งได้อย่างไร คนที่น่าสงสาร ก็น่าจะเป็นประเภทที่หลงทาง วนเรืออยู่อย่างนั้นตลอดชีวิต สุดท้ายก็จมหายไปกับกระแสน้ำ เวลาที่เราหลงทาง เราจะทำอย่างไร? จะหาทางออกหรือจะปล่อยชีวิตไปตามยะถากรรม เพราะเวลาที่หลงทางนั้น เขาจะเกิดว้าวุ่นใจ ที่ต้องดิ้นรนหาทางออกให้กับตัวเองไม่ได้ ครั้นพยายามดิ้นหนักเข้าก็หมดกำลัง แล้วก็เกิดท้อแท้ใจ สุดท้ายก็หมดหวัง ดังนั้นเมื่อเราหลงทาง เราจะต้องตั้งคำถามสุดท้ายว่าจะหาทางออกต่อไปอย่างไร หรือว่าจะปล่อยชีวิตให้เป็นไปตามยะถากรรม สังคมคนเรามีคนอยู่ 2 ประเภทคือ คนที่ยังมีความหวัง ก็จะเสาะแสวงหาทางออกให้ตัวเองต่อไป ส่วนอีกพวกหนึ่ง พอหลงทาง เขาก็จะรู้สึกเบื่อหน่ายชีวิต เพราะเขาคิดว่าพยายามไปก็ไม่มีประโยชน์ เจอแต่ความมืดมนไม่เห็นทางที่จะทำให้เกิดความหวังอะไรได้เลย เขาจึงตัดสินใจ ปล่อยชีวิตไปตามยถากรรม สำหรับคนพวกแรก ก็ยังนับว่ามีสติปัญญาและกำลังใจ ที่ยังไม่ยอมแพ้ชีวิต แต่ประเภทหลังนั้นน่าสงสาร เพราะบั้นปลายสุดท้ายนั้น เขาคือผู้แพ้อย่างสิ้นเชิง บางทีคุณอาจจะเป็นในคน 2 ประเภทนี้ แม้วันนี้คุณเองยังไม่ได้เจอกับปัญหาที่หนักใดๆก็ตาม แต่ในวันข้างหน้านั้นใครจะไปคาดเดาได้ว่ามันอาจจะเกิดขึ้นกับเราเองก็ได้ เพราะคนหลงทางวันนี้ได้กลายเป็นปัญหาของสังคม เป็นวงกว้างไปแล้ว จนเกือบจะพูดได้ว่าคนที่ไม่เคยหลงทางนั้นหายากมากแทบจะไม่มีเลยก็ว่าได้ ที่น่าห่วงที่สุด ก็คงจะได้แก่คนที่หลงทางไปแล้ว และหายไปเลย […]

“ชีวิตกับวันเวลา” (กรุณาคลิ๊กอ่านที่หัวเรื่อง)

เรามักจะพูดอยู่บ่อยๆว่า “วันเวลามันผ่านไปเร็วเหลือเกิน ทำอะไรยังไม่ทันจะเสร็จก็หมดวันแล้ว” นี่คือความรู้สึกของแต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน เพราะบางคนก็บอกว่า วันเวลาเดินไปตามปกติไม่เคยมีวันหยุด และก็ไม่มีใครหยุดวันเวลาได้ แม้นาฬิกาจะหยุดเดินแต่ก็ไม่มีผลต่อเวลาที่ไม่เคยหยุด วันเวลาที่ผ่านไปในแต่ละวันนั้น ก็มีผลต่อชีวิตเราทุกคน หมดไปวันเดือนหรือปี อายุที่วัดกันด้วยวันเวลา ก็ส่งผลทำให้เราแก่ตามไปด้วยโดยไม่มีหยุดยั้ง วันนี้เราจึงต่างก็ต้องนับวันเวลาไปจนกระทั่งวันสุดท้ายของชีวิต ด้วยเหตุนี้ เราจึงต้องบริหารวันเวลาที่มีอยู่ในแต่ละวัน ให้เกิดประโยชน์สูงสุดเท่าทีเราจะทำได้ บริหารวันเวลาในชีวิตส่วนตัว ชีวิตการทำงาน และชีวิตที่มีความรับผิดชอบต่อผู้คนและต่อสังคม การปล่อยเวลาให้ผ่านไปหรือหมดไปอย่างเปล่าประโยชน์ โดยไม่ทำอะไรให้เป็นประโยชน์ ด้วยการผัดวันประกันพรุ่งอย่างคนบางคนนั้น.. แล้วเมื่อถึงวันนั้นที่วันและเวลาหมดลง เราก็ไม่มีทางใดที่จะทำให้วันเวลามันย้อนกลับมาเป็นของเราได้อีก ฉะนั้นเราจึงไม่ควรจะให้เกิดขึ้นในชีวิตของเรา เพราะทุกช่วงของวัยและชีวิต ต่างก็ต้องผูกติดกับวันเวลาที่เราจะนำมาใช้ให้ก่อเกิดสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อชีวิตทุกชีวิต อย่างหลีกเลี่ยงเป็นอื่นไม่ได้ ซึ่งก็น่าเสียดายสำหรับคนบางคนที่ไม่ได้เห็น หรือให้ความสำคัญในคุณค่าของวันเวลาที่เขาได้รับเท่าๆกับคนทุกคน แต่กว่าจะกลับตัวได้ทุกอย่างก็สายเกินไป และทุกๆวันเราจะต้องถามตัวเองเสมอว่า ในแต่ละวันนั้นเราได้ใช้เวลาทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเราเอง ต่อครอบครัว ต่อสังคมทั่วๆไป ที่เราอาศัยอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดมากน้อยแค่ไหน หากเรายังไม่ได้ทำอะไรให้เป็นชิ้นเป็นอัน หรือปล่อยเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ วันนี้ก็ยังไม่สายที่จะเริ่มต้นได้ ยิ่งกว่านั้นต้องระลึกอยู่เสมอว่า ชีวิตที่เราจะได้อยู่ในโลกนี้ มันอาจจะเป็นเพียงระยะเวลาสั้นๆเท่านั้น จึงจำเป็นต้องบริหารเวลาที่เรามีอยู่ให้คุ้มกับเวลาที่ไม่รู้ว่ามันจะหมดลงเมื่อไร และสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่านั้นก็คือ จากวันเวลาที่ผ่านมาเราได้รับอะไรบ้าง ที่จะเป็นความหวังให้กับชีวิตในวันนี้และวันข้างหน้า เราพบความสำเร็จบ้างไหม?  เรามีความสุขกับวันเวลาที่ผ่านไปบ้างหรือไม่? หรือมีแต่ความทุกข์ที่คอยดึงชีวิตให้ต่ำลงจนหมดความหวัง กลายเป็นคนที่ขาดความสุขและหมดหวังในชีวิต คำถามเหล่านี้ เราจะต้องหาคำตอบให้ชัดเจน เพื่อจะได้นำมาปรับปรุงชีวิตให้เดินคู่ไปกับวันเวลาอย่างมีคุณค่าต่อไป เพื่อสร้างความหวังและเป้าหมายแห่งความมั่นคงของชีวิตให้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่ากับวันเวลาที่พระเจ้าได้มอบให้เราทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน […]

“ถึงจะช้าก็ยังพบความสำเร็จได้” (กรุณาคลิ๊กอ่านที่หัวเรื่อง)

เป็นที่ยอมรับโดยทั่วกันว่า คนที่ทำงานได้เร็ว คิดเร็ว ทำเร็ว และสำเร็จเร็ว ย่อมจะเป็นที่ยกย่องจากผู้คนทั่วไป คนทำอะไรๆ ได้เร็วนั้น จะเป็นคนที่มีการวางแผนล่วงหน้าที่ดีรัดกุม มีความพร้อมและมีส่วนประกอบอื่นๆ วางไว้แล้วอย่างสมบูรณ์แบบ งานที่คนนั้นๆ ได้ทำจึงสำเร็จเป็นผลงานออกมาได้อย่างสมบูรณ์ครบถ้วนไม่มีที่ติเกิดผลได้จริง แต่ถ้าหากว่าคนนั้นขาดการเตรียมพร้อมรวมทั้งตัวเขาเองก็ขาดประสบการณ์ และขาดการวางแผนที่ดี หากขืนใช้หลักด้วยความต้องการจะทำให้เสร็จเร็วแล้ว ความผิดพลาดและไม่ประสบความสำเร็จล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงอาจจะเกิดขึ้นได้ สรุปแล้วหากทุกคนสามารถทำอะไรได้อย่างรวดเร็วทันใจและทันเวลา ก็เป็นสิ่งที่น่ายกย่องทั้งยังจะเป็นที่พอใจของทุกคนด้วย อันนี้ใครที่อยากจะให้คนทำอะไรๆให้เร็วตามความต้องการของตนแล้ว ก็ควรจะระวังด้วย บางคนทำสำเร็จเร็วแต่ผลงานออกมาแย่ ส่วนบางคนเป็นคนละเอียด ทำเสร็จช้าแต่ผลงานที่ออกมาดีไม่มีที่ติ.. คนสองแบบนี้ เราก็คงต้องเลือกแล้วว่าเราอยากจะให้เสร็จเร็วได้เร็ว แต่ผลงานแย่ หรือที่คุณอยากจะได้ก็คือเสร็จตามเวลาแต่ผลงานแย่ ส่วนอีกคนช้าแต่ผลงานออกมาดี อันนี้คือจะได้ผลงานแต่ไม่ได้ตามเวลาที่ต้องการ ต้องตัดสินว่าจะเอาผลงานดีหรือจะเอาตามเวลาที่คุณต้องการเป็นหลัก เคยเห็นคนทำงานประเภท “ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม” จริงๆแล้วบางคนที่ดูเหมือนจะเป็นคนช้านั้น ไม่ใช่ที่ เขาช้าเพราะความละเอียด รอบคอบในการทำงานที่เขาต้องการผลงานให้ออกมาดีที่สุด ซึ่งต้องใช้เวลาบ้าง แต่สุดท้ายงานนั้นก็จะออกมาดีไม่มีที่ติ ช่างทาสีบ้านคนหนึ่งที่เลือกเขาให้มาทาสีบ้าน เวลาถามเขาจะตอบคำถามอย่างช้าๆ ทั้งนี้ก็เพราะเขาต้องคิดเพื่อให้คำตอบถูกต้องแน่นอนที่สุด เวลาลงมือทาสี เขาทำไปแล้วหยุดดูความเรียบร้อยความสวยงาม แล้วเขาก็ลงมือต่อทำจนงานเสร็จ ผลที่ได้รับก็คืองานมีความสวยงามเรียบร้อยสมบูรณ์แบบ แม้จะช้าบ้างแต่ก็เป็นผลงานที่เรียบร้อยพอใจของทั้งสองฝ่าย เพราะบางคนและในบางครั้งก็ต้องใช้เวลา หากเร่งรัดผลงานก็อาจจะออกมาไม่ดีหรือผิดพลาดได้ จะเร่งก็ต้องเร่งในสิ่งในสิ่งที่ควรจะเร่ง และหากจะต้องช้า ก็ควรช้า หากตั้งใจจริงจะช้าเร็วผลลัพธ์ก็คงไม่ต่างกัน บางทีช้าๆ […]

“ที่พึ่งในยามยาก” (กรุณาคลิ๊กอ่านที่หัวเรื่อง”)

เมื่อเกิดปัญหาหรือพบกับความยากลำบากในชีวิต ปัญหาที่เจออยู่เสมอคือ ขาดที่พึ่งยามยาก บางคนถึงกับบอกว่า ใครที่ตกอยู่ในสภาพนี้ ชีวิตจะมีแต่ความท้อแท้หมดสิ้นความหวัง เพราะคนรอบข้างที่เราหวังพึ่งอาศัย จะเมินหน้าหนีหายไปหมด ยิ่งวันนี้คนส่วนมากจะกลายเป็นคนแล้งน้ำใจไปหมด หรือไม่ก็จะตกอยู่ในสภาพเจอความยากลำบากเข้าบ้างเหมือนกัน สรุปแล้วยามลำบากหรือมีปัญหานั้น จะหวังให้คนอื่นยื่นมือเข้ามาช่วยก็คงยาก   วันนี้ถ้าคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่กำลังประสบปัญหารุมเร้าชีวิต จนเกิดความท้อแท้ทุกข์ใจ ขออย่าได้ถอดใจหรือสิ้นหวัง ให้พิจารณาข้อความอันเป็นคำมั่นสัญญาของพระเยซูคริสต์ที่ให้ไว้แก่เราทุกคน ที่จะได้มีความหวัง เหมือนเช่นกับผู้คนอีกมากมายที่ได้พบความหวังที่มาจากพระเยซูคริสต์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพระคุณและความรักต่อเราทุกคน และทรงพร้อมจะเป็นที่พึ่งของเราได้ในทุกปัญหาและทุกสภาวการณ์ของชีวิต   พระสัญญาดังกล่าวนี้มีดังนี้ “เพราะเขาผูกพันกับเราด้วยความรัก เราจะช่วยกู้เขา เราจะป้องกันเขาไว้เพราะเขารู้จักนามของเรา เมื่อเขาร้องทูลเรา เราจะตอบเขา เราจะอยู่กับเขาในยามลำบากเราจะช่วยให้เขาพ้นและให้เกียรติเขา” (สดุดี 91:4-16)          นี่คือคำมั่นสัญญาของพระเยซูคริสต์ ผู้ทรงพระชนต์อยู่ในวันนี้และสืบๆไปเป็นนิตย์ เพราะพระองค์ทรงเป็นพระเจ้าที่เต็มไปด้วยความรัก ทรงพร้อมที่จะช่วยเราให้พ้นภัยและความทุกข์ยากลำบากทั้งหลาย  คำสัญญาดังกล่าวนี้คนทุกยุคทุกสมัยต่างก็ได้พิสูจน์ความจริงข้อนี้มาแล้วทั้งนั้น เงื่อนไขสำหรับทุกคนที่จะรับความช่วยเหลือจากพระเจ้านั้นก็เพียงให้เรายอมรับด้วยความเชื่อว่า พระเยซูคริสต์ทรงเป็นพระเจ้า รับพระองค์เข้ามาอยู่ในชีวิตของทุกคน ให้พระองค์เป็นหลักประกันในชีวิตเท่านั้น คุณจะมีสิทธ์ที่จะทูลขอต่อพระเจ้าได้ ดังข้อยืนยันที่ได้ทรงตรัสไว้ดังนี้ว่า “ทุกสิ่งที่ท่านขอด้วยความเชื่อท่านจะได้..” ยิ่งกว่านั้นก่อนที่จะเสด็จกลับสู่สวรรค์พระองค์ได้ตรัสแก่บรรดาสาวกและผู้เชื่อและศรัทธาในพระองค์ว่า.. “เราจะอยู่กับท่านทั้งหลายเสมอไปเป็นนิตย์จนกว่าจะสิ้นโลก” ดังนั้นยามใดที่คุณมีปัญหาขาดที่พึ่งมีความทุกข์ร้อนในชีวิต พระคุณและความเมตตา และความรักของพระเจ้าจะเป็นคำตอบสำหรับคุณเสมอ ต่างไปจากมนุษย์ที่อาจจะทำให้เราผิดหวัง แต่สำหรับพระเจ้า พระองค์จะไม่ทรงทอดทิ้งเราในทุกสถานการณ์ของชีวิต เพราะไม่มีสิ่งใดที่จะมากีดกั้นความรักของพระเจ้าที่ทรงมีต่อเราทุกคนได้ นี่จึงเป็นที่พึ่งในยามยากของมนุษย์ทุกคน โดย : อาจารย์อำนวย  เรืองชาญ นักจัดรายการวิทยุ […]

Journey into Light Thailand © 2016 Frontier Theme
ปิดโหมดสีเทา