พระเยซูตรัสกับเขาอีกว่า “สันติสุขจงดำรงอยู่กับท่านทั้งหลายเถิด พระบิดาทรงใช้เรามาฉันใด เราก็ใช้ท่านทั้งหลายไปฉันนั้น”

สันติสุขแท้มาจากการพบพระคริสต์ ซึ่งพระเยซูคริสต์ได้ทรงตรัสแก่สาวกถึงสันติสุขเช่นนี้ ซึ่งเป็นสันติสุขที่ไม่ได้มาจากสถานการณ์ภายนอก แต่เกิดจากการที่พระคริสต์ทรงประทับอยู่กับพวกเขา เป็นสันติสุขที่เกิดจากการรู้ว่าพระเจ้าทรงใช้พวกเขา พวกเขามีพันธกิจที่ได้รับมอบหมายจากพระเจ้าย่อมเป็นสิ่งที่พิเศษกว่าสิ่งอื่นใด เมื่อมนุษย์รู้ว่าชีวิตของตนมีเป้าหมายจากพระเจ้าย่อมเกิดสันติสุขภายในจิตใจ เพราะพวกเขารู้ว่านี่คือตำแหน่งงานที่พิเศษที่สุดในชีวิตของมนุษย์ คือเป็นคนงานที่พระเจ้าทรงเรียกใช้ แม้จะทราบจากพระเจ้าว่า เป็นการงานที่ต้องเผชิญกับความยากลำบาก เผชิญการต่อต้าน แต่พวกเขาล้วนเต็มใจ ภูมิใจ และมั่นใจในพระสัญญาที่พระเยซูทรงให้ไว้แก่พวกเขาคือ พระองค์จะทรงประทานสันติสุขแท้ให้และพระองค์จะทรงสถิตอยู่กับพวกเขาเสมอไป ข้าแต่พระเจ้า พระบิดาผู้สถิตในสวรรค์ ข้าพระองค์เข้ามาเข้าเฝ้าพระองค์ด้วยหัวใจที่เต็มด้วยความปีติยินดี สรรเสริญพระองค์สำหรับสันติสุขแท้ที่เกินความเข้าใจ ซึ่งทรงประทานให้แก่ข้าพระองค์ผ่านทางพระเยซูคริสต์เจ้า เป็นความสงบนิ่งท่ามกลางพายุ และเป็นความชื่นชมยินดีที่โลกไม่สามารถให้ได้ ขอบพระคุณพระองค์ที่ทรงพระเมตตาเลือกสรรข้าพระองค์ ผู้เป็นเพียงภาชนะดินแต่อยู่ในสายพระเนตรของพระองค์เสมอ ขอบพระคุณที่ทรงวางใจและเรียกใช้ข้าพระองค์ในการพันธกิจการงานของพระองค์ ซึ่งข้าพระองค์ถือว่าเป็นเกียรติและเป็นหน้าที่อันสูงสุดในชีวิตที่จะได้ปรนนิบัติพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่ ข้าพระองค์มั่นใจในพระสัญญาที่ว่าพระองค์จะทรงอยู่กับข้าพระองค์เสมอไป ไม่ว่าพระองค์จะทรงนำข้าพระองค์ไปที่ใด หรือเผชิญกับภารกิจแบบไหน…

Continue reading

“พระองค์ไม่อยู่ที่นี่ แต่ทรงเป็นขึ้นมาแล้ว จงระลึกถึงคำที่พระองค์ได้ตรัสกับท่านทั้งหลาย เมื่อพระองค์ยังอยู่ในแคว้นกาลิลี”

บรรทมอยู่ในอุโมงค์พระเยซูของข้า คอยอยู่จนถึงเวลาเสด็จออกมา พระเยซูทรงคืนจากตาย ชัยชนะซาตานซึ่งคอยทำลายทรงเป็นผู้มีฤทธิ์เหนืออาณาจักรมารร้าย ทรงครอบครองอยู่กับผู้บริสุทธิ์ทั้งหลาย เป็นขึ้นแล้ว เป็นขึ้นแล้ว พระเยซูทรงเป็นขึ้นแล้ว พระเยซูทรงเป็นขึ้นแล้ว เป็นวลีที่สำคัญสำหรับบรรดาสาวกและผู้เชื่อวางใจในพระองค์ได้กล่าวและระลึกถึงเสมอในช่วงเทศกาลอีสเตอร์ เพราะนั่นคือ การประกาศถึงการที่พระเยซูคริสต์ทรงฟื้นคืนพระชนม์จากความตายหลังจากถูกตรึงบนกางเขน บรรทมในอุโมงค์ และเสด็จออกมาในวันที่สามตามพระคัมภีร์ เป็นสัญลักษณ์ของชัยชนะเหนือความตายและความบาป แสดงถึงชัยชนะของพระเยซูคริสต์เหนือความตายและซาตาน การร้องเพลงสรรเสริญและนมัสการด้วยบทเพลงนี้เป็นการประกาศและยอมรับพระองค์ในฐานะผู้พิชิตความตาย ข้าแต่พระเยซูคริสต์ องค์พระผู้เป็นเจ้า ข้าพระองค์ขอน้อมใจสรรเสริญยกย่องพระนามอันสูงสุดของพระองค์ ขอสรรเสริญพระองค์ผู้ทรงมีชัยชนะเหนือความบาปและอำนาจแห่งความตาย ทรงเป็นผู้พิชิตความตาย ทรงฟื้นคืนพระชนม์ในวันที่สาม ชัยชนะของพระองค์มิใช่เพียงเรื่องราวในอดีต แต่เป็นความหวังใจอันนิรันดร์ของข้าพระองค์ในวันนี้ ขอบพระคุณพระองค์ที่ทรงยอมวายพระชนม์เพื่อรับโทษบาปแทนข้าพระองค์ ขอบพระคุณที่พระองค์ทรงเป็นผลแรกแห่งการเป็นขึ้นจากความตาย เพื่อยืนยันว่าความตายในโลกนี้ไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นประตูสู่ชีวิตใหม่ที่พระองค์ทรงจัดเตรียมไว้ ข้าพระองค์เชื่อมั่นว่า…

Continue reading

คนทั้งปวงจึงถามว่า “ท่านเป็นบุตรของพระเจ้าหรือ” พระองค์ตรัสแก่เขาว่า “ก็ท่านว่าแล้วว่าเราเป็น”

หลังจากพระเยซูทรงถูกจับกุมในสวนเกทเสมนี พระองค์ทรงถูกนำตัวมาหน้าสภาในช่วงเช้ามืด เหล่าผู้นำศาสนาพยายามหาข้ออ้างเพื่อเอาผิดพระองค์ โดยประเด็นหลักที่พวกเขาต้องการคือ การให้พระองค์ทรงยอมรับว่า ทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้า ซึ่งในทางศาสนายิวขณะนั้นถือเป็นการหมิ่นประมาทพระเจ้าอย่างร้ายแรง พวกเขาทั้งหมดจึงถามว่า ถ้าอย่างนั้นท่านก็เป็นบุตรของพระเจ้าหรือ? พระองค์ทรงตรัสแก่เขาว่า ก็ท่านบอกแล้วว่าเราเป็น ซึ่งเป็นการยืนยันว่าพระองค์ทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้าอย่างแท้จริง พระองค์ทรงเป็นทางนั้น เป็นความจริง และเป็นชีวิต ไม่มีผู้ได้ไปถึงพระเจ้าได้นอกจากจะมาทางพระองค์เท่านั้น ข้าแต่พระยาห์เวห์ พระเจ้าผู้สูงสุด ข้าพระองค์ขอสรรเสริญและโมทนาพระคุณพระองค์ สำหรับความรักอันยิ่งใหญ่ที่ทรงประทานพระบุตรองค์เดียวคือ พระเยซูคริสต์ ลงมาท่ามกลางเรา ข้าพระองค์ขอยกย่องสรรเสริญพระเยซูเจ้า ผู้ทรงเปี่ยมด้วยสัจจะและความกล้าหาญ พระองค์ผู้ทรงยืนยันด้วยพระโอษฐ์ของพระองค์เองต่อหน้าสภาในกรุงโรมและโลกนี้ว่า พระองค์ทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้า พระองค์ไม่ได้ทรงปฏิเสธพระนามอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์แม้ต้องเผชิญกับความตาย แต่ทรงสำแดงความเป็นพระเจ้าอย่างสมบูรณ์เพื่อความรอดของข้าพระองค์ทั้งหลาย ข้าพระองค์เชื่อและยอมรับด้วยสุดใจว่า พระองค์ทรงเป็นทางนั้น…

Continue reading

…“โอพระบิดาของข้าพระองค์ ถ้าเป็นได้ขอให้ถ้วยนี้เลื่อนพ้นไปจากข้าพระองค์เถิด แต่อย่างไรก็ดี อย่าให้เป็นไปตามใจปรารถนาของข้าพระองค์ แต่ให้เป็นไปตามพระทัยของพระองค์”

“อย่าให้เป็นไปตามใจปรารถนาของข้าพระองค์ แต่ให้เป็นไปตามพระทัยพระองค์” เป็นคำอธิษฐานที่พระเยซูทรงตรัสต่อพระบิดาในสวน ก่อนที่พระองค์จะทรงถูกจับและถูกตรึงกางเขน คำตรัสนี้มีความหมายที่เล็งถึง การยอมจำนนต่อพระประสงค์ของพระเจ้า แม้พระเยซูทรงทราบว่าพระองค์กำลังจะต้องเผชิญความทุกข์อย่างมาก แต่พระองค์ทรงเลือกที่จะ ยอมตามพระประสงค์ของพระเจ้ามากกว่าความต้องการของพระองค์เอง จึงแสดงถึงการวางใจและเชื่อฟังอย่างสมบูรณ์ที่มีต่อพระบิดา อีกทั้งยังเป็นการแสดงถึงความเป็นมนุษย์ของพระเยซูว่า พระองค์ทรงรู้สึกถึงความทุกข์ ความเจ็บปวด และความกลัวเหมือนมนุษย์ทั่วไป แต่แม้จะมีความรู้สึกนั้น พระองค์ก็ยังทรงเลือกทำตามพระทัยของพระเจ้า ทรงยอมให้พระทัยของพระเจ้าสำเร็จ การที่พระเยซูทรงยอมตามพระทัยพระเจ้านำไปสู่การทนทุกข์ การสิ้นพระชนม์ และการฟื้นคืนพระชนม์ ซึ่งเป็นทางแห่งความรอดของมนุษย์ทุกคน ข้าแต่พระเยซูคริสต์เจ้าที่รัก พระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่ ข้าพระองค์เข้ามาอยู่ต่อเบื้องพระพักตร์พระองค์ด้วยหัวใจที่เต็มด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ขอบพระคุณพระองค์ที่ทรงยอมละทิ้งฤทธิ์อำนาจ พระเกียรติ พระสง่าราศี พระสิริในสวรรค์ เพื่อทรงเสด็จลงมาบังเกิดเป็นมนุษย์ ขอบพระคุณที่พระองค์ทรงเลือกที่จะยอมจำนนต่อพระทัยของพระบิดาอย่างสิ้นเชิง…

Continue reading

“ด้วยว่าบุตรมนุษย์นั้นจะต้องถูกอายัดไว้กับคนต่างชาติ และเขาจะเยาะเย้ยท่าน กระทำหยาบคายแก่ท่าน ถ่มน้ำลายรดท่าน”

เนื่องจากมนุษย์ทุกคนมีบาปและต้องรับโทษของบาปคือ ความตาย พระเยซูจึงทรงยอมรับโทษนั้นแทนมนุษย์ เปรียบเสมือนการจ่ายหนี้ที่มนุษย์ไม่มีปัญญาจ่ายคืนได้เอง เพื่อให้ผู้ที่เชื่อในพระองค์ได้รับการยกโทษและกลับคืนดีกับพระเจ้า เพื่อให้พระสัญญาและคำพยากรณ์สำเร็จเรื่องเมสสิยาห์หรือพระผู้ช่วยให้รอดที่พระเจ้าทรงสัญญาไว้ว่าจะส่งมา การถูกเยาะเย้ยคือ การทำลายเกียรติยศศักดิ์ศรี พระเยซูทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้าแต่ยอมรับความอับอายเพื่อเป็นแบบอย่างของความถ่อมใจและการเชื่อฟังพระบิดาจนถึงที่สุด เพื่อสอนว่าชัยชนะที่แท้จริงไม่ได้มาจากการใช้กำลัง แต่มาจากการยอมสละตนเอง เป็นการสำแดงว่าพระเจ้าทรงรักมนุษย์มากเพียงใด ถึงขนาดที่ยอมให้พระบุตรองค์เดียวของพระองค์ต้องผ่านความเจ็บปวดและการดูถูกเหยียดหยาม เพื่อเปิดประตูสู่ชีวิตนิรันดร์ให้กับมนุษย์ทุกคน พระองค์ทรงยอมรับความอับอาย เพื่อให้เราได้รับเกียรติ พระองค์ทรงยอมรับความตาย เพื่อให้เราได้รับชีวิตนิรันดร์ ข้าแต่พระเจ้า พระบิดาผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตา ข้าพระองค์โมทนาขอบพระคุณพระองค์ สำหรับความรักอันอัศจรรย์ที่ทรงประทานแก่ข้าพระองค์ ขอบพระคุณที่พระองค์มิได้ทรงทอดทิ้งข้าพระองค์ไว้ในทางแห่งความพินาศ แต่ได้ทรงประทาน พระเยซูคริสต์เจ้าพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ลงมาในโลกนี้ ทรงยอมสละพระสิริรุ่งโรจน์เพื่อมารับความอับอายแทนข้าพระองค์ ทรงยอมถูกอายัด ถูกเยาะเย้ยถากถาง และทรงยอมถูกประหารบนไม้กางเขนอย่างเจ็บปวด ทั้งที่พระองค์ทรงบริสุทธิ์และปราศจากความผิด…

Continue reading