“การงานของเนื้อหนังนั้นเห็นได้ชัด คือการล่วงประเวณี การโสโครก การลามก”

พระเจ้าทรงประทานกายฝ่ายเนื้อหนังและกายฝ่ายจิตวิญญาณให้แก่มนุษย์ทุกคน แม้พระองค์จะทรงแยกการงานฝ่ายเนื้อหนังกับการงานฝ่ายจิตวิญญาณออกจากกันและทรงบอกถึงผลลัพธ์ของการงานทั้งสองไว้อย่างชัดเจน แต่ทั้งสองก็ยังเกี่ยวข้องกันสำหรับการพิจารณาถึงผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นแก่มนุษย์ทุกคน แน่นอนว่า การงานของเนื้อหนังย่อมตอบสนองกับความต้องการในฝ่ายเนื้อหนังที่ยังมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความสะดวกสบายในทุกๆ ด้านของร่ายกายและชีวิตในโลกนี้  ส่วนฝ่ายจิตวิญญาณนั้นพระเจ้าก็ได้ทรงกำหนดไว้ด้วยว่า แม้เรือนกายจะสิ้นสุดลงแต่กายฝ่ายจิตวิญญาณยังคงดำรงอยู่ เมื่อถึงเวลาของพระเจ้าพระองค์ก็จะทรงพิจารณาพิพากษาคุณและโทษของแต่ละคน ตามการกระทำของแต่ละคนที่ได้ประพฤติไว้ในโลกนี้ทั้งฝ่ายกายเนื้อหนังและจิตวิญญาณที่สอดคล้องกันที่ได้ดำเนินอยู่ในชีวิตของเราทุกคน อันส่งผลถึงผลลัพธ์ที่ตามมา ข้าแต่พระเจ้า ขอบพระคุณพระองค์ที่ทรงบอกข้าพระองค์ทั้งหลายให้ทราบถึงการงานของเนื้อหนังและการงานในฝ่ายจิตวิญญาณแก่ข้าพระองค์ไว้อย่างชัดเจน รวมไปถึงผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นด้วยในวันเวลาแห่งพระองค์คือ ในวันแห่งการพิพากษา ข้าแต่พระเจ้า ในทุกๆ วันของข้าพระองค์ ขอพระองค์ทรงโปรดเมตตาทรงสถิตและทรงนำชีวิตของข้าพระองค์ขอให้ข้าพระองค์มีกำลังสามารถดำเนินชีวิตทั้งในฝ่ายกายที่เป็นเนื้อหนังและฝ่ายจิตวิญญาณให้สอดคล้องถูกต้องตามน้ำพระทัยและพระประสงค์ของพระองค์ เพื่อข้าพระองค์จะไม่ลุ่มหลงตกลงไปในการงานฝ่ายเนื้อหนังที่พระองค์ไม่ทรงพอพระทัย แต่ขอให้เป็นไปตามการทรงนำของพระองค์เพื่อเกิดผลในฝ่ายจิตวิญญาณอันเป็นการถวายพระเกียรติแด่พระองค์เถิด ข้าพระองค์กราบทูลและทูลขอต่อพระองค์ในพระนามพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน การงานของเนื้อหนังนั้นเห็นได้ชัด คือการล่วงประเวณี การโสโครก การลามก – กาลาเทีย…

Continue reading

“เพราะคนชอบธรรมจะไม่ถดถอย คนจะระลึกถึงเขาอยู่เป็นนิตย์”

ทรงชอบธรรมเป็นพระลักษณะที่เป็นนิรันดร์กาลของพระเจ้าผู้สูงสุด ที่ไม่มีผู้ใดชอบธรรมนอกจากพระองค์ เพราะทุกคนเป็นคนบาปและเสื่อมจากพระสิริของพระเจ้า แม้จะมีคนดีคนซื่อสัตย์บ้างก็ตาม แต่นั่นก็ไม่ได้ช่วยให้มนุษย์เป็นคนชอบธรรมได้ด้วยการกระทำหรือด้วยการประพฤติด้วยตนเองนั้นก็หามิได้ มีเพียงการได้รับความชอบธรรมจากพระเจ้าผู้ทรงประทานให้ผ่านทางความเชื่อและไว้วางใจในพระองค์ ผ่านทางความเชื่อและไว้วางใจในพระเยซูพระบุตร ผ่านทางความเชื่อและไว้วางใจในพระวิญญาณบริสุทธิ์ ซึ่งเป็นหนึ่งเดียวกันในองค์ตรีเอกานุภาพ ผู้นั้นพระเจ้าจึงทรงนับว่าเป็นคนชอบธรรม แล้วพระองค์จะทรงระลึกถึงผู้นั้นและนับเป็นผู้ชอบธรรมในสายพระเนตรของพระองค์ ข้าแต่พระเจ้า ขอบพระคุณพระองค์ที่ทรงประทานความชอบธรรมแก่ข้าพระองค์ อันเป็นความชอบธรรมในสายพระเนตรของพระองค์เมื่อพระองค์ทรงมองมายังข้าพระองค์ อีกทั้งพระองค์ยังทรงประทานพระสัญญาแก่ข้าพระองค์ตามความชอบธรรมของพระองค์ถึงการดำรงอยู่กับพระองค์เป็นนิตย์โดยไม่ถดถอย ข้าพระองค์ขอบพระคุณพระองค์ที่พระองค์ทรงให้ข้าพระองค์เป็นคนชอบธรรมในพระนามพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน เพราะคนชอบธรรมจะไม่ถดถอย คนจะระลึกถึงเขาอยู่เป็นนิตย์ – สดุดี 112:6

Continue reading

“สรรพสิ่งอันดีทุกอย่างซึ่งพระเจ้าทรงสัญญาต่อประชาชน อิสราเอลนั้นก็ไม่ขาดสักสิ่งเดียวสำเร็จทั้งสิ้น”

สรรเสริญ ยกย่องพระเจ้าพระผู้ทรงสัตย์ซื่อ สัตย์จริง ทรงรักษาพระสัญญาให้เป็นไปตามพระดำรัสทุกประการเพราะไม่มีสิ่งใดที่พระองค์ประทานพระสัญญาแล้วจะไม่เป็นจริง สิ่งเหล่านี้ได้พิสูจน์แล้วในทุกยุคทุกสมัยทุกวันเวลาที่ผ่านมาและจะเป็นไปอย่างนั้นแน่นอน ข้าแต่พระเจ้า ขอพระองค์ทรงโปรดเมตตาทรงนำให้ข้าพระองค์อยู่ในพระสัญญาแห่งรักของพระองค์ตลอดไปด้วยเถิด แม้ในวันนี้ข้าพระองค์จะต้องอยู่ในพายุลมและฝน ข้าพระองค์ทูลขอต่อพระองค์ให้ผ่านพ้นได้ ข้าแต่พระบิดา ใจข้าพระองค์หวั่นไหว ข้าพระองค์เหนื่อยล้า มองไม่เห็นทาง ทั้งความผิดหวังทำให้ท้อใจ ขอพระองค์ทรงโปรดเมตตาให้ข้าพระองค์จะยึดมั่นและติดตามพระองค์ไปจนถึงวันข้างหน้า แม้จะเป็นอย่างไรเมื่อพระองค์ทรงนำทางใดข้าพระองค์พร้อมจะยอมทำตามเพราะข้าพระองค์จะร้องสรรเสริญพระองค์ เพราะข้าพระองค์มั่นใจในรักเที่ยงแท้และพระสัญญาของพระองค์ ข้าพระองค์เชื่อวางใจในพระสัญญานิรันดร์ของพระองค์ตลอดไปในพระนามพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน สรรพสิ่งอันดีทุกอย่างซึ่งพระเจ้าทรงสัญญาต่อประชาชน อิสราเอลนั้นก็ไม่ขาดสักสิ่งเดียวสำเร็จทั้งสิ้น – โยชูวา 21:45

Continue reading

“แต่จงให้ผู้นั้นทูลขอด้วยความเชื่อ อย่าสงสัยเลย เพราะว่าผู้ที่สงสัยเป็นเหมือนคลื่นในทะเลซึ่งถูกลมพัดซัดไปมา ผู้นั้นจงอย่าคิดว่าจะได้รับสิ่งใดจากพระเจ้าเลย”

เชื่อเถิดเท่านั้น เชื่อเท่านั้นเดี๋ยวนี้ ทรงช่วยท่านได้ ทรงช่วยได้เดี๋ยวนี้ ความเชื่อเป็นการยอมรับหรือเชื่อมั่นในบางสิ่งบางอย่างว่าเป็นความจริงโดยไม่จำเป็นต้องมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์พิสูจน์ได้ ซึ่งอาจมาจากการไตร่ตรองเหตุผล หรือเพียงแค่ความรู้สึก ซึ่งสิ่งนี้มีอิทธิพลต่อความคิด การตัดสินใจ และพฤติกรรมของมนุษย์ในสังคม ความเชื่อในพระเจ้านั้นเป็นความเชื่อมั่นอย่างลึกซึ้งในพระผู้เป็นเจ้าหรือพลังอำนาจเหนือธรรมชาติที่มองไม่เห็น โดยเชื่อว่าพระองค์ทรงมีอำนาจสูงสุดและทรงสร้างสรรพสิ่งในจักรวาล ความเชื่อนี้ไม่ใช่แค่การยอมรับ แต่รวมถึงการวางใจในฤทธิ์อำนาจของพระเจ้า และเชื่อว่าพระองค์จะทรงกระทำการตามที่ทรงสัญญาไว้ แม้จะไม่ได้เห็นด้วยตาตนเองก็ตาม เป็นการยอมรับว่ามีพระเจ้าอยู่จริงและเชื่อมั่นในพระองค์ เชื่อมั่นในฤทธิ์อำนาจของพระเจ้าและเชื่อว่าพระองค์จะทรงกระทำการตามแผนการของพระองค์ ข้าแต่พระเจ้า ขอบพระคุณพระองค์ที่ทรงประทานความเชื่อแก่ข้าพระองค์ผ่านชีวิตจิตวิญญาณที่อยู่ภายในข้าพระองค์ ผ่านการทรงนำทรงช่วยจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่ทรงทำงานภายในจิตใจ ในความคิด ทำให้ข้าพระองค์ยอมรับด้วยจิตใจและจิตวิญญาณภายในว่า พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าเที่ยงแท้พระองค์เดียว ผู้ทรงสำแดงพระองค์ผ่านพระวจนะของพระองค์ ผ่านพระเยซูคริสต์พระบุตร และผ่านพระวิญญาณบริสุทธิ์ ขอพระองค์ทรงให้ข้าพระองค์มั่นคงในความเชื่อนี้ตลอดไป ข้าพระองค์ทูลขอต่อพระองค์ในพระนามพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน…

Continue reading

“ในการต่อสู้กับบาปนั้น ท่านทั้งหลายยังไม่ได้สู้จนถึงกับต้องเสียโลหิตเลย”

สรรเสริญ สรรเสริญ พระเจ้าผู้สูงสุด ขอพระเกียรติพระสิริเป็นของพระองค์ เพราะพระองค์ทรงประทานพระเยซูพระบุตรของพระองค์ให้เข้ามาในโลกเพื่อทรงช่วยข้าพระองค์ทั้งหลายให้มีชัยชนะโดยพระบุตรนั้นทั้งสิ้น พระเยซูพระบุตรทรงต่อสู้กับทุกสิ่งแทนข้าพระองค์ทั้งในฝ่ายร่างกายและในฝ่ายจิตวิญญาณ โดยเฉพาะการต่อสู้กับความผิดบาปที่เกิดขึ้นและมีอยู่ในชีวิตของข้าพระองค์ทั้งหลาย พระองค์ทรงให้พระโลหิตของพระองค์ได้หลั่งออกที่บนกางเขนเพื่อชดใช้ความบาปของข้าพระองค์ พระองค์ทรงสละพระชนม์ชีพของพระองค์ในความเป็นมนุษย์ร้อยเปอร์เซ็นต์เต็มเพื่อให้ข้าพระองค์ได้มีชีวิตใหม่ในพระองค์ที่ปราศจากบาปอันเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่เหนือความตาย เป็นความมีชัยกว่าชัยชนะใดในโลกนี้ โดยที่ข้าพระองค์มิต้องเสียสิ่งใดเลย เพียงยอมรับเชื่อวางใจในพระบุตรก็จะได้รับชัยชนะโดยทันทีไม่ต้องจ่ายค่าอะไรเลย ข้าแต่พระเจ้าที่รัก พระองค์ทรงรักข้าพระองค์ก่อน อีกทั้งยังทรงช่วยข้าพระองค์ให้มีชัยชนะเหนือการต่อสู้กับศัตรูหมู่มารและอำนาจของความผิดบาปซึ่งไม่มีมนุษย์คนใดสมารถต่อสู้และมีชัยเหนืออำนาจนี้ได้ มีเพียงพระเยซูพระบุตรองค์เดียวของพระองค์เท่านั้นที่ทรงกระทำได้และพระองค์ทรงมีชัยชนะแล้ว อีกทั้งยังทรงประทานชัยชนะนี้แก่ข้าพระองค์โดยที่ข้าพระองค์ไม่ต้องจ่ายหรือเสียค่าอะไรเลย เพียงข้าพระองค์จะยอมรับด้วยปากและเชื่อด้วยใจว่า พระเยซูพระบุตรทรงเป็นพระเจ้า สิทธิอำนาจแห่งชัยชนะเหนือความบาปนี้พระองค์ก็ทรงประทานแก่ทุกคนที่เชื่อเช่นนั้น ข้าพระองค์จึงเข้ามาเพื่อสรรเสริญขอบพระคุณอันใหญ่ยิ่งของพระองค์ที่ทรงประทานแก่ข้าพระองค์โดยไม่เสียอะไรเลยในพระนามพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน ในการต่อสู้กับบาปนั้น ท่านทั้งหลายยังไม่ได้สู้จนถึงกับต้องเสียโลหิตเลย – ฮีบรู 12:4

Continue reading