“..พระองค์ทรงฟังความปรารถนาของคนอ่อนสุภาพ จะทรงเสริมกำลังใจเขา…”
ในโลกปัจจุบันที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน การยกย่องคนเข้มแข็ง และความวุ่นวาย คนอธรรมที่หยิ่งผยองและข่มเหงผู้ที่ไม่มีทางสู้ ในวันที่เรารู้สึกว่าโลกไม่ยุติธรรม หรือเราเป็นเพียงคนตัวเล็กๆ จะทำอะไรได้ แต่ท่ามกลางความอยุติธรรมนั้น ผู้ที่ถ่อมใจลงต่อพระเจ้า ผู้ที่รู้ตัวว่าตนเองช่วยตัวเองไม่ได้และต้องการพึ่งพาพระองค์ รวมถึงผู้ที่ถูกกดขี่ข่มเหง พระเจ้าทรงฟังความปรารถนา ทรงใส่ใจและสดับฟังเสียงร้องจากส่วนลึกของหัวใจ แม้ว่าเสียงนั้นจะเบาหรือเป็นเพียงความปรารถนาที่ไม่ได้พูดออกมา พระองค์จะทรงให้กำลังภายในเพื่อให้เรายืนหยัดอยู่ได้ท่ามกลางมรสุม เราไม่ต้องตะโกนเพื่อให้เบื้องบนได้ยิน แต่ความจริงใจและการยอมรับความอ่อนแอของตนเองต่างหากที่เชื่อมต่อเรากับพระองค์ พระเจ้าอาจไม่ได้ทรงเปลี่ยนสถานการณ์ภายนอกในทันที แต่พระองค์จะทรงเปลี่ยนสภาพจิตใจของเราให้กล้าหาญและสงบพอที่จะรับมือกับมันได้ เพราะความอ่อนแอของเราไม่ใช่ขีดจำกัดของพระเจ้า แต่เป็นช่องทางที่พระองค์จะทรงสำแดงความรักและกำลังของพระองค์ การสื่อสารกับพระเจ้าด้วยใจที่ถ่อมและสัตย์จริงคือ กุญแจสำคัญที่ทำให้เราได้รับกำลังใจที่โลกนี้ให้ไม่ได้ ข้าแต่พระเจ้า ผู้ทรงเปี่ยมด้วยความเมตตา ข้าพระองค์เข้ามาอยู่ต่อเบื้องพระพักตร์พระองค์ในเวลานี้ ด้วยหัวใจที่ยอมรับว่าข้าพระองค์ต้องการพระองค์มากกว่าสิ่งใด ในโลกที่วุ่นวายและเต็มไปด้วยภาระหนัก ข้าพระองค์ขอถ่อมใจลงต่อหน้าพระองค์ ขอพระองค์ทรงโปรดสดับฟังความปรารถนาที่อยู่ลึกในใจของข้าพระองค์…





