“คนชั่วร้ายไม่เข้าใจความยุติธรรม แต่บรรดาผู้ที่แสวงหาพระเจ้าเข้าใจถี่ถ้วน”

ความไม่เข้าใจ เป็นลักษณะอาการที่ไม่รู้ความหมาย ไม่เข้าใจเนื้อหา หรือไม่เข้าใจเจตนาของเรื่องราวที่ได้รับรู้ ซึ่งสอดคล้องกับคำว่า ไม่รู้ ไม่รู้เรื่อง หรือมึนงง เป็นการที่สมองยังไม่สามารถประมวลผลข้อมูลนั้นให้เห็นภาพ หรือเข้าใจเหตุผลได้อย่างชัดเจน ไม่รู้ความหมายของเรื่องนั้นๆ หรือการไม่สามารถจับใจความได้ ฟังหรืออ่านข้อความแล้วไม่รู้เรื่อง ไม่สามารถทำความเข้าใจเหตุผลหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ ซึ่งตรงกันข้ามกับความเข้าใจดี โดยเฉพาะความเข้าใจอย่างถ้วนถี่หรือถี่ถ้วน ซึ่งหมายถึงเข้าใจอย่างละเอียดลออ รอบคอบ ไม่ตกหล่นเสียหาย พิจารณาอย่างถี่ถ้วนรอบคอบเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ เพื่อให้ได้สิ่งที่ถูกต้องแม่นยำ และเพื่อให้ได้มาซึ่งความจริง ความยุติธรรม แต่จะมีสักกี่คนที่จะเป็นเช่นนี้ได้ แน่นอนว่า หาได้ยากเพราะธรรมชาติบาปของมนุษย์ยังมีเรื่องอื่นๆ เข้ามาแทรกได้อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นความหยิ่งยโส ความลำเอียง ความอิจฉา…

Continue reading

“เพราะฉะนั้นบัดนี้พระเจ้าจอมโยธาจึงตรัสว่า จงพิจารณาดูว่าเจ้ามีความเป็นอยู่อย่างไร”

พิจารณา เป็นข้อบ่งชี้ว่าได้มีการตรวจตรา ตริตรอง สอบสวน หรือไตร่ตรองอย่างละเอียดรอบคอบ เป็นการใช้ความคิดทบทวนเรื่องราวหรือหลักฐานต่างๆ เพื่อให้เห็นจริงหรือเพื่อตัดสินใจ ในบริบทกฎหมายหรือราชการหมายถึง การศึกษาเรื่องราวอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจหรือดำเนินการ ผ่านการคิดทบทวนอย่างถี่ถ้วน มีการตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียด โดยใช้ความคิดวิเคราะห์ จนนำไปสู่การตัดสินใจ พระเจ้าทรงตรัสว่า จงพิจารณาดู ก็เพื่อให้เรามีการคิดวิเคราะห์ว่าทำไมจึงเป็นแบบนี้ ทำไมจึงเกิดแบบนั้น พิจารณาดูว่าดีหรือไม่ดี หรือพิจารณาดูว่าจะเลือกเอาหรือไม่ เลือกเป็นแบบไหนอย่างไร  นั่นก็เท่ากับว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่เราจำเป็นจะต้องพิจารณาดูให้ดีว่าสิ่งนั้นคืออะไรและผลของการเลือกเป็นอย่างไร หรือไม่ก็หมายถึงการมองย้อนหลังกลับไปว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างกับเราตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน บางครั้งเมื่อเราดำเนินชีวิตมาถึงจุดๆ หนึ่งก็มีความจำเป็นที่จะมองย้อนกลับไปพิจารณาว่า เพราะเหตุใดหรือทำไมเราจึงมายืนอยู่ในจุดนี้ได้นั้นมาจากสิ่งใด ใคร หรืออะไร สรรเสริญพระเจ้า เพราะทุกครั้งที่ข้าพระองค์ย้อนมองกลับไปในวันวาน ข้าพระองค์ได้เริ่มต้นมาอย่างไร…

Continue reading

“เพราะคนตลบตะแลงเป็นที่เกลียดชังต่อพระเจ้า แต่คนเที่ยงธรรมอยู่ในความไว้พระทัยของพระองค์”

คนตลบตะแลงคือ คนที่มีการพูดที่กลับไปกลับมาจนเชื่อถือไม่ได้ พลิกแพลงด้วยเล่ห์เหลี่ยมให้หลงเชื่อ ปลิ้นปล้อน กลับกลอก สับปลับ เป็นการสำแดงให้เห็นถึงการไม่จริงใจ เป็นคนหน้าไหว้หลังหลอก พูดอย่างทำอย่าง คนที่มีลักษณะเช่นนี้ย่อมเป็นที่รังเกียจของสังคม และมากกว่านั้นคนเช่นนี้เป็นที่เกลียดชังต่อพระเจ้า ส่วนผู้เที่ยงธรรมนั้นคือ ผู้ที่ตั้งตรงด้วยความเป็นธรรม ยุติธรรม เที่ยงตรง ไม่เอนเอียงกลับไปกลับมา ไม่เห็นแก่สินจ้างใดๆ เป็นคนที่ประพฤติชอบธรรม สัตย์ซื่อ คนเช่นนี้เป็นที่พอพระทัยของพระเจ้า มากกว่านั้น พระเจ้าได้ทรงวางใจในคนหล่านั้นที่จะใช้เขาไปในการรับผิดชอบการงานของพระองค์ซึ่งเป็นการงานที่มีค่าสูงสุด แล้ววันนี้เราดำเนินชีวิตแบบคนตลบตะแลงหรือในแบบของคนเที่ยงธรรม พระเจ้าทรงเป็นพระเจ้าแห่งความสัตย์จริง พระวจนะของพระองค์ซึ่งพระองค์ทรงตรัสออกมาจากพระโอษฐ์ของพระองค์นั้นล้วนสัตย์จริง เป็นจริง ไม่มีการหลอกลวงหรือตลบตะแลง ซ่อนเร้น อำพรางเพราะพระองค์ทรงเกลียดชังการมุสา ตลบตะแลง…

Continue reading

“ขอให้บรรดาผู้ที่หว่านด้วยน้ำตา ได้เกี่ยวด้วยเสียงโห่ร้องอย่างชื่นบาน”

การหว่านเป็นจุดเริ่มต้นของการนำไปสู่การเติบโต นำไปสู่การเกิดผลและการเก็บเกี่ยว เมื่อเริ่มต้นที่จะหว่านและปลูกแล้ว มีความจำเป็นที่เกิดขึ้นตามมาคือ การเลี้ยงดูเอาใจใส่ ซึ่งจะต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจ รดน้ำ พรวนดิน ใส่ปุ๋ย คอยระมัดระวังศัตรูพืชที่จะมารุกราน จำต้องอาบเหงื่อและเหนื่อย ลงทุนลงแรงอย่างสุดกำลังที่จะเลี้ยงดูจนกระทั่งพืชนั้นเติบใหญ่ขึ้นมาได้ และเมื่อพืชนั้นเติบโตเต็มที่แล้ว สิ่งที่เฝ้ารอก็คือ ผลของมัน การเก็บเกี่ยวผลจึงเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความชื่นบาน เต็มไปด้วยความยินดี เพราะในที่สุดผลที่ได้ก็คุ้มกับที่ลงทุนลงแรงไป แน่นอนว่า ไม่มีความสำเร็จใดที่ไม่มีการลงทุนในปัจจัยต่างๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งความสำเร็จ พระวจนะของพระเจ้าได้ชี้ให้เห็นถึงการรับใช้นั้น น้ำตาแห่งความทุกข์ระทมอัน ย่อมเกิดขึ้นได้จากการรับใช้และดำเนินในทางของพระเจ้า ซึ่งอาจต้องเผชิญกับปัญหาอุปสรรคนานาประการ แต่พระวจนะของพระเจ้าได้ให้ความหวังและกำลังใจแก่เราว่า อย่าหมดหวัง จงดำเนินต่อไป เพราะในที่สุดแล้วเราจะได้เกี่ยวเก็บด้วยเสียงโห่ร้องความชื่นบาน แล้วน้ำตาแห่งความชื่นบานของเราก็จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน…

Continue reading

“ข้าพระองค์ทราบแล้วว่า พระองค์ทรงกระทำทุกสิ่งได้ และพระประสงค์ของพระองค์ จะไม่หดหู่ไปได้เลย”

ทราบแล้ว เป็นการสำแดงถึงการรู้แล้ว ทราบเป็นอย่างดีว่าเป็นอย่างไร เพราะอะไร ทราบแล้วซึ่งเป็นคำสุภาพ (กริยา) บอกว่าได้รับรู้ข้อมูลหรือเรื่องราวที่แจ้งมาแล้ว มักใช้ในเอกสารทางการ การติดต่อสื่อสาร หรือเมื่อต้องการตอบกลับอย่างสุภาพว่าได้รับทราบคำสั่ง ได้รับข้อมูลเรียบร้อยแล้วเพื่อแสดงว่าผู้รับสารเข้าใจและรับรู้เรื่องที่ส่งมาแล้ว อีกทั้งยังเป็นการใช้คำที่ยกย่องผู้พูดหรือผู้ที่ส่งสารมา โดยทั่วไปหากคำเหล่านี้มาจากผู้ที่อยู่ในฐานะที่สูงกว่าผู้รับข่าวสารมักจะตอบสนองด้วยคำว่ารับทราบ ซึ่งหมายถึงเข้าใจคำสั่งและพร้อมที่จะดำเนินการตามนั้นต่อไป และสิ่งที่มนุษย์ทุกคนต้องรับทราบก็คือ ความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า ต้องรับทราบถึงพระประสงค์ของพระเจ้าที่มีต่อตนเองและต่อสรรพสิ่งทั้งปวงในโลกนี้ด้วย เพื่อเขาจะสามารถดำเนินชีวิตตามพระประสงค์ของพระเจ้าได้อย่างถูกต้อง ข้าแต่พระเจ้า ข้าพระองค์รับทราบแล้วว่าไม่มีอะไรที่ยากสำหรับพระเจ้า ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นได้สำหรับพระเจ้า ไม่มีเรื่องใดเกินกำลังสำหรับพระเจ้า ไม่มีสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่เป็นไปไม่ได้สำหรับพระเจ้า เพราะพระเจ้าคือพระองค์เอง ผู้ได้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลกด้วยฤทธานุภาพใหญ่ยิ่งของพระองค์และด้วยพระหัตถ์ซึ่งเหยียดออกของพระองค์ สำหรับพระองค์ไม่มีสิ่งใดที่ยากเกิน พระเจ้าผู้ทรงสำแดงความรักมั่นคงต่อมนุษย์ ข้าแต่พระเจ้า ผู้ใหญ่ยิ่งและทรงฤทธิ์ พระนามของพระองค์คือพระเยโฮวาห์จอมโยธา…

Continue reading