“ความรักของคนส่วนมากจะเยือกเย็นลง เพราะความอธรรมแผ่กว้างออกไป”

เยือกเย็นลง มีความหมายในสองบริบทด้วยกัน หนึ่งหมายถึง การลดลงที่นำไปสู่สิ่งที่ดีขึ้น สงบขึ้น เรียบร้อยขึ้น ในอีกความหมายหนึ่งเป็นความสัมพันธ์หรือความรู้สึก เช่น ความรัก ความเอื้ออารี หรือความกระตือรือร้นลดน้อยถอยลง จนกลายเป็นความเฉยชา จางหายไป หรือเห็นแก่ตัวมากขึ้น แต่ความรักของพระจ้าที่มีต่อมนุษย์นั้นไม่มีวันเปลี่ยนแปลงให้มากขึ้นหรือลดลง เพราะความรักของพระองค์เป็นความรักมั่นคงที่ดำรงเป็นนิตย์ ความรักมั่นคงของพระเจ้าเป็นความรักที่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับอารมณ์หรือการกระทำของมนุษย์ แต่ตั้งอยู่บนความซื่อสัตย์ของพระเจ้าเอง ทำให้มนุษย์สามารถเข้าถึงพระเจ้าและพบกับความหวังใจได้เสมอ สรรเสริญพระเจ้า  พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าผู้เปี่ยมล้นไปด้วยความรักและความรักของพระองค์ไม่เคยลดลง ไม่เคยเปลี่ยนแปลง ไม่เคยเยือกเย็นลง เพราะพระองค์ทรงรักข้าพระองค์ด้วยความรักมั่นคงดำรงเป็นนิตย์ ข้าแต่พระเจ้า ในโลกใบนี้กลับเต็มไปด้วยความเยือกเย็นแห่งความรัก ความรักถูกปรับลดลงไปอย่างมาก ทำให้ความอธรรมได้แผ่ขยายออกไปสู่จิตใจมนุษย์ ทำให้มนุษย์นั้นเต็มไปด้วยความยิ่งยโส เต็มไปด้วยความเกลียดชัง…

Continue reading

“ความเกลียดชังเร้าให้เกิดการวิวาท แต่ความรักให้อภัยการละเมิดทุกอย่าง”

ความเกลียดชังเป็นอารมณ์เชิงลบที่รุนแรง นำมาซึ่งผลกระทบทั้งทางร่างกาย จิตใจ และสังคม นอกจากนี้ยังสามารถส่งต่อและแพร่กระจายได้ง่าย นำมาซึ่งความเกลียดชังส่งผลไปถึงทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ก่อให้เกิดความเครียด ความขุ่นมัวใจ ทำลายความสุขของตนเอง ทำให้เกิดการแบ่งแยก การไม่ยอมรับความเห็นต่าง ความต้องการทำลายหรือทำให้ผู้อื่นต่ำลง ซึ่งตรงข้ามกับความรักที่มักจะก่อให้เกิดการให้อภัย เกิดการเยียวยาความสัมพันธ์ที่ความรักและการให้อภัยนั้นเป็นของขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในความสัมพันธ์ของมนุษย์ พระเจ้าทรงเป็นต้นแบบแห่งความรักและการให้อภัยที่ดีที่สุดที่มนุษย์จำเป็นอย่างยิ่งที่จะดำเนินตามทุกอย่าง ข้าแต่พระเจ้า ในโลกที่กว้างใหญ่ใบนี้ ความรักที่ไม่มีเงื่อนไข ความรักมีคุณค่า ความรักที่พร้อมอภัย ความรักที่พร้อมยอมตาย คือความรักที่ยิ่งใหญ่ คือความรักที่อัศจรรย์มีอยู่ในพระองค์เท่านั้น ความรักของพระองค์มีพลังที่แสนยิ่งใหญ่ ทำให้ชีวิตที่เคยล้มเหลว ล้มลง เลวร้ายของผู้คนมากมายและชีวิตของข้าพระองค์ได้เปลี่ยนใหม่ ได้เริ่มใหม่ ได้ชีวิตใหม่ที่มีความหมายใหม่ ที่บนกางเขน…

Continue reading

“จิตใจของข้าพเจ้าว่า พระเจ้าทรงเป็นส่วนของข้าพเจ้า เหตุฉะนี้ข้าพเจ้าจะหวังในพระองค์”

การมีส่วน ไม่ว่าจะเป็นการมีส่วนในบุคคลหรือเรื่องราวสิ่งของต่างๆ นั้น ย่อมหมายถึงการเข้าไปเกี่ยวข้องพัวพัน หรือมีส่วนแบ่งในกิจกรรม การกระทำ หรือผลประโยชน์ใดๆ โดยอาจเป็นการร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมการพัวพัน หรือมีความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์นั้นๆ ยังรวมไปถึงการมีสิทธิ์ที่ได้รับผลตอบแทน หรือมีความรับผิดชอบในสิ่งนั้นๆ เช่น การได้มีส่วนร่วมในความคิด ร่วมตัดสินใจ มีส่วนร่วมในดำเนินการ การมีส่วนร่วมในโครงการ รวมไปถึงการมีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิ์ได้รับแบ่งทรัพย์สินในส่วนของผลประโยชน์ในกองมรดก ดังนั้น การมีส่วนจึงรวมถึงความรับผิดชอบทางกฎเกณฑ์ กฎหมาย ในความรับผิดและรับชอบด้วย ชีวิตเราอยู่ในพระองค์ กำลังเราอยู่ในพระองค์ ความหวังเราอยู่ในพระองค์ เราจึงสรรเสริญพระเจ้าผู้สูงสุด พระเจ้าผู้ทรงเป็นทุกส่วนในชีวิตข้าพระองค์ เพราะพระองค์ทรงเป็นผู้สร้าง จึงทรงเป็นเป็นเจ้าของชีวิตจิตวิญญาณที่แท้จริงในข้าพระองค์…

Continue reading

“เพราะว่าไม่มีสิ่งใดที่ซ่อนไว้ ซึ่งจะไม่ปรากฏแจ้ง และไม่มีสิ่งใดที่ปิดบังไว้ ซึ่งจะไม่ต้องแพร่งพราย”

ซ่อนไว้ เป็นลักษณะอาการที่สำแดงออกมาผ่านบุคลิกและการกระทำ โดยการแอบปิดบังหรือหลบซ่อนสิ่งของหรือบุคคลไว้ในที่ลับตา เพื่อไม่ให้เห็นหรือหาเจอ เป็นคำกริยาที่ใช้เพื่อรักษาความลับ ความปลอดภัย หรือเก็บรักษาไว้ โดยมีคำต่อท้ายด้วยคำว่าไว้ต่อท้าย อันเป็นการเน้นผลต่อเนื่องว่ามีการแอบหรือปิดบังสิ่งนั้นทำสำเร็จเรียบร้อยแล้ว การปกปิด ซ่อนเร้น ไม่เปิดเผยความจริง ทำให้ยากต่อการค้นหาความจริง หรือตัวตนที่แท้จริง ใช้เมื่อต้องการเก็บงำข้อมูล ข่าวสาร หรือพฤติกรรมบางอย่างไว้ไม่ให้ผู้อื่นได้รับรู้ โดยการซ่อนไว้ อำพรางไว้ ปกปิดไว้ ไม่ยอมเปิดเผย แม้มนุษย์มีความสามารถที่จะปกปิดซ่อนเร้นปิดบังบางสิ่งบางอย่างไว้จากผู้อื่น แต่มีความจริงในเรื่องนี้คือ ไม่มีมนุษย์คนใดสามารถปิดบังซ่อนเร้นอะไรไว้ให้พ้นจากสายพระเนตรของพระเจ้าได้เลยสักสิ่งเดียว ในพระเจ้าทรงประจักษ์แจ้งในทุกสิ่ง และในมนุษย์ไม่มีสิ่งใดปิดซ่อนไว้ให้พ้นจากพระเจ้าได้ ข้าแต่พระเจ้า พระองค์ทรงทราบทุกสิ่งในชีวิตของข้าพระองค์ เมื่อพระองค์ทรงมองมายังข้าพระองค์ทุกอย่างก็เปิดออกและกระจ่างแจ้งสำหรับพระองค์ ข้าแต่พระเจ้า…

Continue reading

“ชื่อเสียงดีเป็นสิ่งควรเลือกยิ่งกว่าความมั่งคั่งมากมาย และซึ่งเป็นที่โปรดปรานก็ดีกว่ามีเงินหรือทอง”

ชื่อเสียงดีเป็นสิ่งควรเลือกยิ่งกว่าความมั่งคั่งมากมาย นั้นหมายถึง การมีเกียรติยศ ศีลธรรม ความซื่อสัตย์ และเป็นที่เคารพยกย่องจากผู้อื่น มีคุณค่าและความสำคัญมากกว่าการมีทรัพย์สินเงินทองมากมายแต่ขาดคุณธรรม เพราะเกียรติยศเป็นสิ่งที่ยั่งยืนและซื้อไม่ได้ เพราะเงินทองอาจหมดไปได้ แต่ชื่อเสียงหรือความดีที่ทำไว้จะอยู่ตลอดไป ยังหมายถึงการเป็นที่ยอมรับและไว้วางใจนำมาซึ่งโอกาสและมิตรภาพที่ดีกว่าการมีแค่เงิน ในแง่มุมของความรู้สึกนั้นชื่อเสียงดีมักจะมีความสุขจากการทำสิ่งที่ถูกต้อง ชอบธรรม มีค่ามากกว่าความสุขชั่วคราวจากทรัพย์สิน ในทางกลับกัน คนที่รวยแต่ชื่อเสียงฉาวโฉ่ อาจได้รับความลำบากในภายหลัง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเงินไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทุกเรื่อง แน่นอนว่า เงินและทองเป็นสิ่งของที่มนุษย์แทบจะทุกคนต้องการที่จะมี เพราะเงินและทองสามารถสร้างบางสิ่งบางอย่างให้แก่ผู้เป็นเจ้าของได้ ทุกคนต่างก็มีความพยายามทำทุกสิ่งทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่งเงินทอง ยอมทำงานหนักเพื่อจะได้มาซึ่งเงินทอง แทบจะทั้งชีวิตก็จะใช้เวลาเพื่อให้ได้มาซึ่งเงินและทอง ถึงกระนั้นก็ยังมีสิ่งที่มีค่ามากกว่าเงินทองและความมั่งคั่งทั้งหลายคือ การมีซื่อเสียงดีก็ดีกว่า และยิ่งกว่านั้นยังมีสิ่งที่มีค่ามากกว่านี้อีกนั่นก็คือ มีชื่อเสียงดีและเป็นที่โปรดปรานของพระเจ้า สรรเสริญพระเจ้า พระผู้ทรงตั้งต้นการดีไว้แล้ว…

Continue reading