“พระองค์จะสนพระทัยในคำอธิษฐานของคนสิ้นเนื้อประดาตัว และจะไม่ทรงดูหมิ่นคำอธิษฐานของเขา”
พระเจ้าทรงเปี่ยมด้วยความเมตตาต่อมนุษย์ทุกคนที่กำลังเผชิญกับความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสจนรู้สึกเหมือนว่าตนเองเป็นคนสิ้นเนื้อประดาตัว ที่ไร้ที่พึ่งพิงและหมดหนทางในสายตาโลก พระเจ้าทรงตรัสและยืนยันว่า พระองค์จะไม่ทรงทอดทิ้งผู้ที่ถ่อมใจและยอมจำนนต่อพระองค์ แต่พระองค์จะทรงเงี่ยพระกรรณฟัง ทรงสนพระทัย ในเสียงร้องทูลจากส่วนลึกของหัวใจที่แตกสลายของทุกคนที่ร้องต่อพระองค์ โดยไม่ทรงดูหมิ่นหรือมองข้ามความเจ็บปวดเหล่านั้นเลย แม้ในยามที่มนุษย์รู้สึกไร้ค่าและสูญสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ในสายพระเนตรของพระเจ้า คำอธิษฐานของพวกเขายังคงมีคุณค่าและมีความหมายเสมอ พระเจ้ารับฟังและพร้อมที่จะเข้าส่วนในการรื้อฟื้นชีวิตของผู้ที่เข้ามาพึ่งพาพระองค์ด้วยใจจริงทุกเวลา ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ผู้ทรงเป็นศิลาและที่ลี้ภัยอันมั่นคง ในยามที่ความทุกข์ยากลำบากอย่างแสนสาหัสประดังเข้ามา จนข้าพระองค์รู้สึกเหมือนเป็นคนสิ้นเนื้อประดาตัว ไร้กำลัง และมืดแปดด้าน ขอพระองค์โปรดทรงเอื้อมพระหัตถ์อันทรงฤทธิ์เข้ามาโอบอุ้มและนำทางจิตใจของพวกข้าพระองค์ด้วยเถิด ขอทรงโปรดพยุงข้าพระองค์ขึ้นจากหลุมลึกแห่งความเหี่ยวเฉา และเปลี่ยนเสียงคร่ำครวญให้เป็นเสียงร้องทูลขอความช่วยเหลือด้วยความไว้วางใจในพระองค์ ขอพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงขับไล่ความกลัวและความมืดมน เพื่อข้าพระองค์จะไม่จมดิ่งลงไปในความสิ้นหวัง แต่จะมีความหวังใจอันเต็มเปี่ยมในพระเมตตาคุณอันไม่รู้สิ้นสุดของพระองค์ ขอทรงเตือนสติข้าพระองค์เสมอว่าพระองค์ไม่เคยดูหมิ่นน้ำตาหรือละเลยเสียงอธิษฐานของผู้ที่แหลกสลาย ขอทรงโปรดประทานกำลังใหม่ สันติสุขที่เกินความเข้าใจ และความมั่นใจว่าพระองค์ทรงกำลังรื้อฟื้นชีวิตของข้าพระองค์อยู่เสมอ เพียงข้าพระองค์เข้ามาหาพระองค์และร้องทูลต่อพระองค์ ข้าพระองค์จึงเข้ามาอธิษฐานทูลขอต่อพระองค์ด้วยความหวังใจในพระนามพระเยซูคริสต์เจ้า…




