ธรรมชีวิตประจำวันพุธที่ 29 เมษายน 2026 “องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงดีเลิศ!”

1 เปโตร 2:2-3, 9-10 – เช่นเดียวกับทารกแรกเกิด จงปรารถนาน้ำนมฝ่ายวิญญาณอันบริสุทธิ์ เพื่อโดยน้ำนมนั้นจะทำให้ท่านทั้งหลายเจริญขึ้นสู่ความรอด เพราะท่านได้ลิ้มรสพระกรุณาคุณขององค์พระผู้เป็นเจ้า … แต่ท่านทั้งหลายเป็นชาติที่พระองค์ทรงเลือกไว้แล้ว เป็นพวกปุโรหิตหลวง เป็นประชาชาติบริสุทธิ์ เป็นชนชาติของพระเจ้าโดยเฉพาะ เพื่อให้ท่านทั้งหลายประกาศพระบารมีของพระองค์ ผู้ได้ทรงเรียกท่านทั้งหลายให้ออกมาจากความมืด เข้าไปสู่ความสว่างอันมหัศจรรย์ของพระองค์ เมื่อก่อนท่านทั้งหลายไม่มีชาติ แต่บัดนี้ท่านเป็นชนชาติของพระเจ้าแล้ว เมื่อก่อนท่านทั้งหลายหาได้รับพระกรุณาไม่ แต่บัดนี้ท่านได้รับพระกรุณาแล้ว เด็กทารกนี่ก็ตลกดี เวลาหิวเขาก็อยากกินนมทันที และเขาก็ไปหาของกินในที่แปลกๆ ช่วงนั้นมีเด็กเกิดเยอะมากในคริสตจักรของเรา และเป็นอย่างนั้นอยู่หลายปีเลย คุณจะรู้ได้เลยว่าผู้ชายคนไหนในคริสตจักรอุ้มเด็กทารกระหว่างนมัสการ เพราะเสื้อของเขามีรอยเปียกเป็นวงกลมใหญ่ๆ เด็กทารกหิว และก็เลยหันไปหาคนใกล้ตัวที่สุดเพื่อดับความหิว!…

Continue reading

“จงปีติยินดีในพระเจ้า และพระองค์จะประทานตามใจปรารถนาของท่าน”

ความปีติยินดีในพระเจ้า เป็นความสุขลึกภายในที่มาจากการได้รู้จัก วางใจ และมีความสัมพันธ์กับพระเจ้า โดยไม่ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ภายนอก ซึ่งต่างจากความสุขทั่วไปที่ขึ้นอยู่กับเหตุการณ์ ความปีติยินดีในพระเจ้าเป็นการรู้ว่าพระเจ้าทรงรักเรา ไม่ว่าเราจะเป็นอย่างไรพระเจ้าทรงรักเสมอ เป็นการเชื่อมั่นในการยกโทษและมีความรอดบาป มีพระเจ้าทรงอยู่ด้วย เป็นความอิ่มเอมใจลึกๆ ที่โลกให้ไม่ได้ เป็นความปีติยินดีแม้เจอสถานการณ์ไม่ดี เพราะการวางใจในแผนการของพระเจ้าแม้ไม่เข้าใจแต่เชื่อว่าพระเจ้าทรงควบคุมอยู่และพึ่งพาพระวิญญาณบริสุทธิ์ ความปีติยินดีเช่นนี้เป็นผลของพระวิญญาณที่เราสร้างเองไม่ได้ แต่รับจากพระเจ้า ความปีติยินดีในพระเจ้าไม่ได้หมายความว่าไม่มีปัญหา แต่หมายความว่า แม้มีปัญหาเรายังมั่นใจว่าพระเจ้ายังทรงครอบครองและควบคุมอยู่แล้วพระเจ้าจะทรงประทานสิ่งดีแก่เรา จงชื่นชมยินดีในพระเจ้า อยู่ทุกเวลา จงชื่นชมยินดีในพระองค์ อยู่เสมอไป จงชื่นชมยินดีในพระเจ้า อยู่ทุกเวลา จงชื่นชมยินดีในพระองค์ พระเจ้าของเรา ข้าแต่พระเจ้า ในทุกๆ วันนี้มีเรื่องราวมากมายที่ทำให้ข้าพระองค์ทั้งหลายวิตกกังวล…

Continue reading

ธรรมชีวิตประจำวันอังคารที่ 28 เมษายน 2026 “กลัว”

กิจการ 6:7-8; 7:54ก, 55ก, 56-60 – การประกาศพระวจนะของพระเจ้าได้เจริญขึ้น และจำพวกศิษย์ก็ทวีขึ้นเป็นอันมากในกรุงเยรูซาเล็ม และพวกปุโรหิตเป็นอันมากก็ได้เชื่อในพระศาสนา ฝ่ายสเทเฟนประกอบด้วยพระคุณและฤทธิ์เดชจึงทำการมหัศจรรย์ และทำการเป็นนิมิตใหญ่ท่ามกลางประชากร … เมื่อเขาทั้งหลายได้ยินดังนั้นก็รู้สึกบาดใจ … ฝ่ายสเทเฟนประกอบด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ได้เขม้นดูสวรรค์ … แล้วท่านได้กล่าวว่า “ดูเถิด ข้าพเจ้าเห็นท้องฟ้าแหวกเป็นช่อง และบุตรมนุษย์ยืนอยู่เบื้องขวาพระหัตถ์ของพระเจ้า”แต่เขาทั้งหลายร้องเสียงดังและอุดหูวิ่งกรูกันเข้าไปยังสเทเฟน แล้วขับไล่ท่านออกจากกรุงและเอาหินขว้าง ฝ่ายคนที่เป็นพยานปรักปรำสเทเฟน ได้ฝากเสื้อผ้าของตนวางไว้ที่เท้าของชายหนุ่มคนหนึ่งชื่อเซาโล เขาจึงเอาหินขว้างสเทเฟน เมื่อกำลังอ้อนวอนองค์พระผู้เป็นเจ้าอยู่ว่า “ข้าแต่พระเยซูเจ้า ขอทรงโปรดรับจิตวิญญาณของข้าพระองค์ด้วย” สเทเฟนก็คุกเข่าลงร้องเสียงดังว่า “ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ขอโปรดอย่าทรงถือโทษเขาเพราะบาปนี้”…

Continue reading

“แต่ผู้ใดเล่าจะเล็งเห็นความผิดพลาดของตนได้ขอพระองค์ทรงชำระข้าพระองค์ให้พ้นจากความผิดที่ซ่อนเร้นอยู่”

ความผิดพลาดที่เลวร้ายอย่างหนึ่งคือ การที่ตนเองทำผิดแล้วยังไม่รู้ว่าตนเองผิด โดยคิดว่าสิ่งนั้นเป็นการกระทำที่ถูกต้องเป็นภาวะที่มนุษย์ “หลงผิด” และ “เข้าใจผิดว่าตนเองถูก” ซึ่งอันตรายยิ่งกว่าการทำผิดธรรมดา เพราะคนที่รู้ว่าตนเองผิด ยังมีโอกาสกลับใจ แต่คนที่คิดว่าตนถูก จะไม่เปลี่ยนแปลงสิ่งใด เมื่อคิดว่าตัวเองถูกก็จะไม่รู้สึกผิด จึงไม่เกิดการกลับใจหรือแก้ไข จากเรื่องเล็กกลายเป็นนิสัย จากนิสัยกลายเป็นตัวตน ไม่ยอมรับคำเตือน ไม่ฟังผู้อื่น ปฏิเสธการตรวจสอบตนเองคิดว่าทำดี แต่จริงๆ คือกระทำผิด เช่นคนที่โกหก มักจะบอกว่า ทำเพื่อความจำเป็น คนที่โกรธและทำร้ายคนอื่น มักจะบอกว่า เขาสมควรได้รับ คนที่เห็นแก่ตัว มักจะบอกว่า นี่คือสิทธิของฉัน ทั้งหมดคือ…

Continue reading