“ดูเถิด มนุษย์คนใดที่พระเจ้าทรงติเตือนก็เป็นสุข เพราะฉะนั้นอย่าดูหมิ่นการตีสอนขององค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ “
เอลีฟัส หนึ่งในเพื่อนของโยบ ซึ่งกำลังพยายามอธิบายความทุกข์ที่โยบเผชิญอยู่ แม้ว่าเอลีฟัสจะเข้าใจสาเหตุของความทุกข์ของโยบไม่ถูกต้องทั้งหมด แต่หลักการเรื่องการตีสอนของพระเจ้าที่ปรากฏในข้อนี้สอดคล้องกับคำสอนในพระคัมภีร์หลายตอน พระเจ้าทรงตีสอนผู้ที่พระองค์ทรงรัก ไม่ใช่เพื่อทำลาย แต่เพื่อแก้ไข สั่งสอน และนำชีวิตให้กลับเข้าสู่ทางที่ถูกต้อง ดังนั้น คำว่าเป็นสุขในที่นี้จึงไม่ได้หมายถึงการไม่มีปัญหา แต่หมายถึงผู้ที่ได้รับพระคุณจากพระเจ้าให้เรียนรู้ เติบโต และได้รับการเปลี่ยนแปลงผ่านการตีสอนของพระองค์ การตีสอนของพระเจ้าอาจมาในรูปของบทเรียน ความยากลำบาก หรือการตักเตือนที่ทำให้เราเห็นความผิดพลาดของตนเอง สำหรับผู้เชื่อในปัจจุบัน เมื่อเผชิญความทุกข์หรือสถานการณ์ที่ทำให้ต้องสำรวจชีวิตตนเอง เราไม่ควรรีบดูหมิ่นหรือปฏิเสธสิ่งที่พระเจ้ากำลังทรงสอน แต่ควรเข้ามาหาพระองค์ด้วยใจถ่อม ยอมให้พระองค์ทรงตรวจสอบและเปลี่ยนแปลงชีวิตของเรา เพราะการตีสอนของพระเจ้าเป็นหลักฐานแห่งความรักและความห่วงใยของพระองค์นั้น เพื่อจะรื้อฟื้น ขัดเกลา และนำเราให้เติบโตในความชอบธรรมและความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นกับพระองค์อีกครั้ง ข้าแต่พระเจ้าพระบิดา ขอพระองค์ทรงประทานจิตใจที่อ่อนโยนและพร้อมรับฟังพระสุรเสียงของพระองค์อยู่เสมอ ขอทรงอย่าให้ข้าพระองค์เป็นคนดื้อรั้นหรือปฏิเสธการตักเตือนของพระองค์…



