“ที่เกิดจากเนื้อหนังก็เป็นเนื้อหนัง และที่เกิดจากพระวิญญาณก็เป็นวิญญาณ”

นี่เป็นส่วนหนึ่งของการสนทนาระหว่างพระเยซูกับนิโคเดมัส ผู้นำศาสนาชาวยิวที่มาทูลถามเรื่องแผ่นดินของพระเจ้า พระเยซูทรงอธิบายถึงความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงระหว่างการเกิดฝ่ายเนื้อหนัง ซึ่งเป็นการเกิดทางกายภาพจากครรภ์มารดา กับการเกิดใหม่ฝ่ายวิญญาณ ซึ่งเป็นการบังเกิดใหม่โดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ พระองค์ทรงชี้ให้เห็นว่าธรรมชาติของมนุษย์ที่เกิดจากเนื้อหนังนั้นเต็มไปด้วยความจำกัดและบาป ไม่อาจเข้าใจหรือเข้าส่วนในแผ่นดินของพระเจ้าได้ด้วยความพยายามหรือเชื้อสายทางโลก การจะเข้าส่วนในสิ่งที่เป็นฝ่ายวิญญาณได้นั้นจำเป็นต้องได้รับการเปลี่ยนแปลงและชำระใหม่จากพระวิญญาณบริสุทธิ์ เป็นการรับชีวิตใหม่จากพระเจ้าที่ทรงประทานให้ผ่านความเชื่อในพระเยซูคริสต์เท่านั้น ข้าแต่พระเจ้า พระบิดาผู้ทรงสถิตในสวรรค์ ขอพระองค์โปรดทรงประทานการบังเกิดใหม่ฝ่ายจิตวิญญาณ ให้เกิดขึ้นอย่างแท้จริง ขอทรงรื้อฟื้นชีวิตเก่าที่เกิดจากเนื้อหนัง และประทานชีวิตใหม่เอี่ยมที่ถือกำเนิดจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ ขอทรงโปรดให้ข้าพระองค์ตายต่อความบาปและตัวเก่า เพื่อที่จะมีชีวิตอยู่เพื่อพระองค์ มีสติปัญญา มีสายตา และมีหัวใจใหม่ที่ปรารถนาจะทำตามน้ำพระทัยของพระองค์ในทุกๆ วัน ขอพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงเข้าครอบครองและสถิตอยู่ภายใน ทรงสั่งสอน นำทาง และขับเคลื่อนทุกย่างก้าวของข้าพระองค์ ขอให้ข้าพระองค์มีความไวต่อเสียงเตือนของพระองค์ และมีความเชื่อฟังอย่างสิ้นเชิงเพื่อจะดำเนินชีวิตได้อย่างถูกต้อง บริสุทธิ์ และเหมาะสมกับการเป็นบุตรของพระเจ้า…

Continue reading

ธรรมชีวิตประจำวันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม 2026 “การเข้าไปหาพระเยซู”

มัทธิว 14:22ก, 23ข-33 – ครั้นแล้วพระองค์ได้ตรัสให้เหล่าสาวกลงเรือข้ามฟากไปก่อน … และ … พระองค์เสด็จขึ้นไปบนภูเขาโดยลำพังเพื่ออธิษฐาน เวลาก็ดึกลง พระองค์ยังทรงอยู่ที่นั่นแต่ผู้เดียว ในขณะนั้นเรืออยู่กลางทะเลแล้ว และถูกคลื่นโคลงเพราะทวนลมอยู่ ครั้นเวลาสามยามเศษ พระองค์จึงทรงดำเนินบนน้ำทะเลไปยังเหล่าสาวก เมื่อเหล่าสาวกเห็นพระองค์ทรงดำเนินมาบนทะเลเขาก็ตกใจนัก ร้องอึงไปเพราะกลัว คิดว่าเป็นผี ในทันใดนั้นพระเยซูตรัสกับเขาว่า “ทำใจให้ดีไว้เถิด เราเอง อย่ากลัวเลย” ฝ่ายเปโตรจึงทูลตอบพระองค์ว่า “พระองค์เจ้าข้า ถ้าเป็นพระองค์แน่แล้ว ขอทรงโปรดบอกให้ข้าพระองค์เดินบนน้ำไปหาพระองค์” พระองค์ตรัสว่า “มาเถิด” เปโตรจึงลงจากเรือเดินบนน้ำไปหาพระเยซู แต่เมื่อเขาเห็นลมพัดแรงก็กลัว…

Continue reading

“ถ้าคนที่ไม่มีความเชื่อ จะเชิญท่านไปในงานเลี้ยงและท่านเต็มใจไป สิ่งที่เขาตั้งให้รับประทาน ก็รับประทานได้ ไม่ต้องถามอะไรโดยเห็นแก่ใจสำนึกผิดชอบ”

เมื่อคริสเตียนในเมืองโครินธ์มีปัญหาเรื่องการกินอาหารที่อาจเคยถูกนำไปกราบไหว้รูปเคารพมาก่อน อ.เปาโลจึงอธิบายถึงเรื่องเสรีภาพในพระคริสต์ที่ควบคู่กับความรักและความรับผิดชอบ โดยอธิบายว่าสิ่งที่พระเจ้าทรงสร้างล้วนทานได้ และคริสเตียนมีเสรีภาพที่จะไปร่วมงานเลี้ยงของคนต่างความเชื่อได้อย่างสนิทใจโดยไม่ต้องระแวงหรือคอยซักไซ้ไล่เลียงแหล่งที่มาของอาหารให้เป็นกังวล แต่อย่างไรก็ตาม เสรีภาพนี้ต้องอยู่ภายใต้หลักใจสำนึกผิดชอบด้วยคือ หากไม่มีใครทักท้วงก็กินได้เพื่อรักษาความสัมพันธ์อันดี แต่ถ้ามีผู้อื่นทักขึ้นมาว่าอาหารนั้นผ่านพิธีไหว้รูปเคารพ คริสเตียนก็ควรเลือกที่จะไม่กิน ไม่ใช่เพราะกลัวมลทินทางพิธีกรรม แต่เพื่อเห็นแก่จิตสำนึกของคนที่ทักท้วงและเพื่อไม่ให้เป็นเหตุให้ความเชื่อของผู้อื่นต้องสะดุดลงนั่นเอง ข้าแต่พระเจ้า ผู้ทรงเปี่ยมด้วยสติปัญญาและความรัก ขอพระองค์ทรงโปรดนำย่างก้าวและการดำเนินชีวิตของข้าพระองค์ในทุกๆ วัน ท่ามกลางสังคมที่หลากหลาย ทั้งในกลุ่มพี่น้องผู้เชื่อและผู้ที่ยังไม่รู้จักพระองค์ ขอทรงประทานความไวต่อเสียงของพระวิญญาณบริสุทธิ์ เพื่อให้ข้าพระองค์รู้ว่าสิ่งใดควรทำ สิ่งใดควรพูด และสิ่งใดควรละเว้น ในเวลาและสถานที่ที่เหมาะสม ขอทรงโปรดให้ข้าพระองค์ใช้เสรีภาพในพระคริสต์ด้วยความรัก มีจิตสำนึกที่เอื้อเฟื้อและแคร์ความรู้สึกของผู้อื่น ไม่เป็นเหตุที่ทำให้ผู้ใดต้องสะดุดหรือหลงจิตหลงทิศทางไปเพราะการกระทำของข้าพระองค์ ขอทรงให้ข้าพระองค์สามารถอยู่ร่วมกับผู้ที่ไม่เชื่อได้อย่างกลมกลืน แสดงออกถึงความจริงใจและความรักของพระองค์ผ่านการดำเนินชีวิตที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยพระคุณ ขอทรงให้ทุกการตัดสินใจ ท่าที และคำพูดของข้าพระองค์…

Continue reading

ธรรมชีวิตประจำวันพุธที่ 5 สิงหาคม 2026 “การยอมรับว่าพระเยซูทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า”

โรม 10:5-6ก, 8ก-13, 17 – โมเสสได้เขียนเรื่องความชอบธรรมซึ่งมีธรรมบัญญัติเป็นมูลฐานว่า คนใดที่ประพฤติตามจะได้ชีวิตโดยการประพฤตินั้น แต่ความชอบธรรมที่มีความเชื่อเป็นมูลฐานว่า … “ถ้อยคำนั้นอยู่ใกล้ท่าน อยู่ในปากของท่าน และอยู่ในใจของท่าน” (คือคำซึ่งก่อให้เกิดความเชื่อที่เราทั้งหลายประกาศอยู่นั้น) คือว่าถ้าท่านจะรับด้วยปากของท่านว่า พระเยซูทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า และเชื่อในจิตใจว่า พระเจ้าได้ทรงชุบพระองค์ให้เป็นขึ้นมาจากความตาย ท่านจะรอด ด้วยว่า ความเชื่อด้วยใจก็นำไปสู่ความชอบธรรม และการยอมรับสัจจะของพระเจ้าด้วยปากก็นำไปสู่ความรอด เพราะมีข้อพระคัมภีร์ว่า ผู้หนึ่งผู้ใดที่เชื่อในพระองค์จะไม่ได้รับความอับอาย เพราะว่าพวกยิวและพวกต่างชาตินั้นไม่ทรงถือว่าต่างกัน ด้วยว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าองค์เดียว ทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าของคนทั้งปวง และทรงโปรดอย่างบริบูรณ์แก่คนทั้งปวงที่ทูลขอต่อพระองค์ เพราะว่า ผู้ที่ร้องออกพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้าจะรอด” ……

Continue reading

ธรรมชีวิตประจำวันอังคารที่ 4 สิงหาคม 2026 “การปลอบโยนที่แปลก”

โยบ 38:4-8ก, 10ก, 11, 16-18 – [พระเจ้าตรัส] “เมื่อเราวางรากฐานของแผ่นดินโลกนั้น เจ้าอยู่ที่ไหน ถ้าเจ้ามีความเข้าใจก็บอกเรามา ผู้ใดได้กำหนดขนาดให้โลก แน่นอนละ เจ้าต้องรู้ซี หรือใครขึงเชือกวัดบนนั้น รากฐานของโลกจมไปอยู่บนอะไร หรือผู้ใดวางศิลามุมเอกของมัน ในเมื่อดาวรุ่งแซ่ซ้องสรรเสริญ และบรรดาบุตรพระเจ้าโห่ร้องด้วยความชื่นบาน หรือผู้ใดเอาประตูปิดทะเล … แล้วกำหนดเขตให้มัน … และกล่าวว่า ‘เจ้าไปได้ไกลแค่นี้แหละ อย่าเลยไปอีก และคลื่นคะนองของเจ้าหยุดเพียงแค่นี่แหละ’ … เจ้าเข้าไปในตาน้ำแห่งทะเลแล้วหรือ หรือเดินเข้าไปในซอกมหาสมุทรแล้วหรือ เขาเผยประตูความตายแก่เจ้าแล้วหรือ…

Continue reading