“ด้วยว่าบุตรมนุษย์นั้นจะต้องถูกอายัดไว้กับคนต่างชาติ และเขาจะเยาะเย้ยท่าน กระทำหยาบคายแก่ท่าน ถ่มน้ำลายรดท่าน”
เนื่องจากมนุษย์ทุกคนมีบาปและต้องรับโทษของบาปคือ ความตาย พระเยซูจึงทรงยอมรับโทษนั้นแทนมนุษย์ เปรียบเสมือนการจ่ายหนี้ที่มนุษย์ไม่มีปัญญาจ่ายคืนได้เอง เพื่อให้ผู้ที่เชื่อในพระองค์ได้รับการยกโทษและกลับคืนดีกับพระเจ้า เพื่อให้พระสัญญาและคำพยากรณ์สำเร็จเรื่องเมสสิยาห์หรือพระผู้ช่วยให้รอดที่พระเจ้าทรงสัญญาไว้ว่าจะส่งมา การถูกเยาะเย้ยคือ การทำลายเกียรติยศศักดิ์ศรี พระเยซูทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้าแต่ยอมรับความอับอายเพื่อเป็นแบบอย่างของความถ่อมใจและการเชื่อฟังพระบิดาจนถึงที่สุด เพื่อสอนว่าชัยชนะที่แท้จริงไม่ได้มาจากการใช้กำลัง แต่มาจากการยอมสละตนเอง เป็นการสำแดงว่าพระเจ้าทรงรักมนุษย์มากเพียงใด ถึงขนาดที่ยอมให้พระบุตรองค์เดียวของพระองค์ต้องผ่านความเจ็บปวดและการดูถูกเหยียดหยาม เพื่อเปิดประตูสู่ชีวิตนิรันดร์ให้กับมนุษย์ทุกคน พระองค์ทรงยอมรับความอับอาย เพื่อให้เราได้รับเกียรติ พระองค์ทรงยอมรับความตาย เพื่อให้เราได้รับชีวิตนิรันดร์ ข้าแต่พระเจ้า พระบิดาผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตา ข้าพระองค์โมทนาขอบพระคุณพระองค์ สำหรับความรักอันอัศจรรย์ที่ทรงประทานแก่ข้าพระองค์ ขอบพระคุณที่พระองค์มิได้ทรงทอดทิ้งข้าพระองค์ไว้ในทางแห่งความพินาศ แต่ได้ทรงประทาน พระเยซูคริสต์เจ้าพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ลงมาในโลกนี้ ทรงยอมสละพระสิริรุ่งโรจน์เพื่อมารับความอับอายแทนข้าพระองค์ ทรงยอมถูกอายัด ถูกเยาะเย้ยถากถาง และทรงยอมถูกประหารบนไม้กางเขนอย่างเจ็บปวด ทั้งที่พระองค์ทรงบริสุทธิ์และปราศจากความผิด…



