ธรรมชีวิตประจำวันพุธที่ 22 กรกฎาคม 2026 “ไม่มีวันแยกออกจากพระเยซู”

โรม 8:28-39 – เรารู้ว่าพระเจ้าทรงช่วยคนที่รักพระองค์ให้เกิดผลอันดีในทุกสิ่ง คือคนทั้งปวงที่พระองค์ได้ทรงเรียกตามพระประสงค์ของพระองค์ เพราะว่าผู้หนึ่งผู้ใดที่พระองค์ได้ทรงทราบอยู่แล้ว ผู้นั้นพระองค์ได้ทรงตั้งไว้ให้เป็นตามลักษณะพระฉาย แห่งพระบุตรของพระองค์ เพื่อพระบุตรนั้นจะได้เป็นบุตรหัวปีท่ามกลางพวกพี่น้องเป็นอันมาก และบรรดาผู้ที่พระองค์ได้ทรงตั้งไว้นั้น พระองค์ได้ทรงเรียกมาด้วย และผู้ที่พระองค์ได้ทรงเรียกมานั้น พระองค์ทรงโปรดให้เป็นผู้ชอบธรรม และผู้ที่พระองค์ทรงโปรดให้เป็นผู้ชอบธรรม พระองค์ก็ทรงโปรดให้มีศักดิ์ศรีด้วย ถ้าเช่นนั้นเราจะว่าอย่างไร ถ้าพระเจ้าทรงอยู่ฝ่ายเรา ใครจะขัดขวางเรา พระองค์ผู้มิได้ทรงหวงพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ แต่ได้ทรงโปรดประทานพระบุตรนั้นเพื่อประโยชน์แก่เรา ถ้าเช่นนั้นพระองค์จะไม่ทรงโปรดประทานสิ่งสารพัดให้เราทั้งหลายด้วยกันกับพระบุตรนั้นหรือ ใครจะฟ้องคนเหล่านั้นที่พระเจ้าได้ทรงเลือกไว้ พระเจ้าทรงโปรดให้พ้นโทษแล้ว ใครเล่าจะเป็นผู้ปรับโทษอีก พระเยซูคริสต์น่ะหรือ ผู้ทรงสิ้นพระชนม์แล้ว และยิ่งกว่านั้นอีกได้ทรงถูกชุบให้เป็นขึ้นมาจากความตาย ทรงสถิต ณ เบื้องขวาพระหัตถ์ของพระเจ้า…

Continue reading

“ทำไมท่านมองเห็นผงที่อยู่ในตาพี่น้องของท่าน แต่กลับมองไม่เห็นไม้ทั้งท่อนที่อยู่ในตาของตนเอง”

ก่อนการตัดสินผู้อื่นในเรื่องใดหรือสิ่งใดนั้น พระเยซูคริสต์ พระองค์ได้ทรงเตือนสาวกของพระองค์ว่า ไม่ให้รีบจับผิดหรือตำหนิผู้อื่น ขณะที่ตนเองยังมีความบกพร่องหรือบาปที่ไม่ได้รับการแก้ไข โดยเปรียบเที่ยบว่าผงที่อยู่ในตาพี่น้องเปรียบถึงความผิดเล็กน้อยของผู้อื่น ส่วนไม้ทั้งท่อนในตาของตนเองที่เปรียบถึงความผิดหรือจุดบกพร่องที่ร้ายแรงกว่า แต่กลับมองไม่เห็น แน่นอนว่า พระเยซูไม่ได้ทรงห้ามการตักเตือนผู้อื่น แต่ทรงสอนให้เราเริ่มต้นด้วยการกลับใจและแก้ไขชีวิตของตนเองก่อน แล้วจึงช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความรักและความถ่อมใจ ไม่ใช่ด้วยท่าทีแห่งการพิพากษา ขอให้เราหมั่นตรวจสอบจิตใจของตนเอง ยอมรับความบกพร่อง และพึ่งพาพระคุณของพระเจ้าอยู่เสมอ เพราะผู้ที่ถ่อมใจและรู้จักสำรวจตนเอง จะสามารถช่วยเหลือและหนุนใจผู้อื่นได้อย่างถูกต้องและเป็นที่พอพระทัยพระเจ้า ข้าแต่พระเจ้า ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตา ขอพระองค์ทรงอย่าให้ข้าพระองค์เป็นคนที่รีบร้อนตัดสินหรือจับผิดผู้อื่น แต่ขอทรงประทานจิตใจที่ถ่อมสุภาพและรู้จักสำรวจตนเองอยู่เสมอ ขอทรงให้ข้าพระองค์ระลึกว่าตนเองก็เป็นคนบาปที่ต้องพึ่งพาพระคุณของพระองค์ไม่ต่างจากผู้อื่น ขอทรงขจัดความหยิ่งผยองและอคติออกไปจากใจของข้าพระองค์ หากข้าพระองค์ต้องแนะนำหรือตักเตือนผู้ใด ขอพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงนำให้กระทำด้วยความรัก ความอ่อนโยน และสติปัญญาที่มาจากพระองค์ มิใช่ด้วยใจที่พิพากษาหรือต้องการยกตนเหนือผู้อื่น ขอทรงให้ชีวิตของข้าพระองค์สะท้อนพระลักษณะของพระคริสต์…

Continue reading

ธรรมชีวิตประจำวันอังคารที่ 21 กรกฎาคม 2026 “เพราะพระเจ้าทรงรักคุณ”

เฉลยธรรมบัญญัติ 7:6-9 – [โมเสสกล่าว] “เพราะว่าพวกท่านเป็นชนชาติบริสุทธิ์สำหรับพระเยโฮวาห์ พระเจ้าของท่าน พระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านทรงเลือกท่านออกจากชนชาติทั้งหลายที่อยู่บนพื้นโลกให้มาเป็นชนชาติในกรรมสิทธิ์ของพระองค์ ที่พระเจ้าทรงรักและทรงเลือกท่านทั้งหลายนั้น มิใช่เพราะท่านทั้งหลายมีจำนวนมากกว่าประชาชนชาติอื่น ด้วยว่าในบรรดาชนชาติทั้งหลาย ท่านเป็นจำนวนน้อยที่สุด แต่เพราะพระเจ้าทรงรักท่านทั้งหลาย และพระองค์ทรงรักษาคำปฏิญาณซึ่งพระองค์ทรงปฏิญาณไว้ กับบรรพบุรุษของท่านทั้งหลาย พระเจ้าจึงทรงพาท่านทั้งหลายออกมาด้วยพระหัตถ์อันทรงฤทธิ์ และทรงไถ่ท่านทั้งหลายให้พ้นจากแดนทาส จากหัตถ์ฟาโรห์กษัตริย์อียิปต์ เหตุฉะนี้พึงทราบเถิดว่า พระเยโฮวาห์พระเจ้าของพวกท่านเป็นพระเจ้า เป็นพระเจ้าสัตย์ซื่อผู้ทรงรักษาพันธสัญญาและความรักมั่นคง ต่อบรรดาผู้ที่รักพระองค์และรักษาพระบัญญัติของพระองค์ถึงพันชั่วอายุคน” ข้าพเจ้าชอบวิธีที่โมเสสพูดกับประชากรของพระเจ้า ข้อความตอนนี้มาจากการปราศัยครั้งสุดท้ายที่ท่านกล่าวแก่ชนชาติอิสราเอลก่อนจะเสียชีวิต โมเสสกำลังถ่ายทอดสิ่งสำคัญที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยหวังว่าพวกเขาจะจดจำสิ่งเหล่านั้นไว้ตลอดไป แล้วท่านบอกกับพวกเขาว่า “พระเจ้าของท่านทรงเลือกท่านออกจากชนชาติทั้งหลายที่อยู่บนพื้นโลกให้มาเป็นชนชาติในกรรมสิทธิ์ของพระองค์ ที่พระเจ้าทรงรักและทรงเลือกท่านทั้งหลายนั้น มิใช่เพราะท่านทั้งหลายมีจำนวนมากกว่าประชาชนชาติอื่น ด้วยว่าในบรรดาชนชาติทั้งหลาย…

Continue reading

“คนที่ดูหมิ่นพระวจนะก็ทำลายตนเอง แต่คนที่นับถือพระบัญญัติจะได้รับบำเหน็จ”

พระวจนะของพระเจ้าได้เปรียบเทียบอย่างชัดเจนระหว่างผลลัพธ์ของความโอหังและความยำเกรง ว่าพระวจนะและพระบัญญัตินั้นไม่ได้หมายถึงเพียงข้อบังคับ แต่คือสติปัญญาและคำสอนในการดำเนินชีวิตจากพระเจ้า คนที่ดูหมิ่นหรือเพิกเฉยต่อคำเตือนสติจากพระวจนะก็เท่ากับกำลังพาตัวเองไปสู่ความหายนะ และทำลายอนาคตของตนเองด้วยความประมาท ในทางตรงกันข้าม ผู้ที่เอาใจใส่ ให้ความเคารพ และปฏิบัติตามพระบัญญัติด้วยใจถ่อม ย่อมได้รับบำเหน็จหรือพระพรจากพระเจ้า ซึ่งไม่ใช่เพียงรางวัลในเชิงวัตถุ แต่คือชีวิตที่ปลอดภัย มีสันติสุข และเต็มไปด้วยสติปัญญาที่นำทางไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองอย่างแท้จริง ข้าแต่พระเจ้า ผู้ทรงพระคุณและพระพร ขอทรงโปรดอย่าให้ท่าทีแห่งความโอหัง การดูหมิ่น หรือการเพิกเฉยต่อพระวจนะของพระองค์เกิดขึ้นในใจของข้าพระองค์เลย ขอทรงทำลายความดื้อดึงและขอทรงโปรดประทานดวงใจที่อ่อนสุภาพ ยำเกรง และตระหนักในคุณค่าอันสว่างไสวแห่งพระคำของพระองค์อยู่เสมอ ขอพระองค์ทรงโปรดประทานกำลังและสติปัญญาแก่ข้าพระองค์ เพื่อให้มีใจที่เชื่อฟังและพร้อมที่จะกระทำตามพระบัญญัติของพระองค์ในทุกๆ วัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งธรรมบัญญัติแห่งความรักที่พระองค์ทรงมอบไว้ ขอทรงเจิมหัวใจของข้าพระองค์ให้เต็มล้นด้วยความรักแบบพระองค์ เพื่อที่ข้าพระองค์จะสามารถรักพระเจ้าสุดจิตสุดใจ และรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเองได้อย่างแท้จริง ขอทรงให้ชีวิตของข้าพระองค์เป็นผู้นำพระพรและสะท้อนความดีงามของพระองค์ออกไปผ่านความรักและการกระทำนี้ด้วยเถิด…

Continue reading

วันที่ 23 ก.ค. 69

รายการวิทยุ – เพราะคุณคือที่รัก รายการวิทยุ – เพื่อคุณกำลังใจ รายการวิทยุ – คลายกังวล

Continue reading