“เขาจะโบยตีและฆ่าท่านเสีย แล้วในวันที่สามท่านจะเป็นขึ้นมาใหม่”

ความตายเป็นการสิ้นสุดของชีวิต เป็นภาวะที่ชีวิตหยุดทำงาน ร่างกายไม่สามารถดำรงชีวิตต่อไปได้ หัวใจหยุดเต้น การหายใจหยุดลง สมองหยุดทำงาน ร่างกายก็ไม่สามารถดำรงชีวิตได้อีก จิตวิญญาณแยกออกจากร่างกาย เป็นจุดสิ้นสุดกิจกรรมต่างๆ ในโลกนี้ หลายคนคิดว่าเมื่อความตายมาถึงทุกอย่างก็สิ้นสุดลง ความหวังที่เคยมีเคยหวังก็หมดลงเช่นกัน แต่สำหรับผู้ที่เชื่อในพระเจ้าแล้ว เขายังมีความหวังอยู่เสมอ เพราะพระเยซูคริสต์เจ้าได้ทรงสำแดงให้เห็นแล้วว่าพระองค์ได้ทรงเป็นขึ้นมาใหม่ในวันที่สาม ตามที่พระองค์ได้ทรงตรัสไว้ก่อนหน้านั้นแล้ว นี่คือ ความหวังอันยิ่งใหญ่สูงสุดของมนุษย์อย่างแท้จริง ข้าแต่พระเจ้า องค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพระองค์ ข้าพระองค์ขอสรรเสริญและขอบพระคุณพระองค์ที่พระองค์ทรงประทานพระเยซูพระบุตรของพระองค์ให้เข้ามาในโลกเพื่อทรงยอมรับการทนทุกข์ และทรงถูกกระทำจนถึงความมรณา เพื่อทรงไถ่บาปผิดของข้าพระองค์ ทรงรับความเจ็บปวดแทนข้าพระองค์ทุกคน ทรงยอมสละพระชนม์เพื่อให้ข้าพระองค์ได้รับการอภัย แต่ในวันที่สามพระองค์ทรงเป็นขึ้นมาใหม่ การฟื้นคืนพระชนม์ของพระองค์เป็นความหวัง เป็นชัยชนะเหนือบาปและความตาย ข้าพระองค์เชื่อมั่นว่า พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าผู้เที่ยงแท้…

Continue reading

ธรรมชีวิตประจำวันจันทร์ที่ 30 มีนาคม 2026 “ความมืด”

มัทธิว 27:45-46 – แล้วก็บังเกิดมืดมัวทั่วแผ่นดิน ตั้งแต่เวลาเที่ยงวันจนถึงบ่ายสามโมง ครั้นประมาณบ่ายสามโมง พระเยซูทรงร้องเสียงดังว่า “เอลี เอลี ลามาสะบักธานี” แปลว่า “พระเจ้าของข้าพระองค์ พระเจ้าของข้าพระองค์ ไฉนทรงทอดทิ้งข้าพระองค์เสีย” ข้าพเจ้าดีใจที่พระเยซูทรงร้องทูลต่อพระเจ้าเช่นนั้นว่า “พระเจ้าของข้าพระองค์ พระเจ้าของข้าพระองค์ ไฉนทรงทอดทิ้งข้าพระองค์เสีย” เพราะข้าพเจ้าคิดว่าพวกเราทุกคนที่ใช้ชีวิตยืนยาวพอ จะต้องผ่านช่วงเวลาที่หัวใจของเราพูดเช่นเดียวกัน เมื่อเราสูญเสียคนที่เรารักไปเพราะความตายหรือความสัมพันธ์ที่แตกหัก เมื่อเราได้รับการวินิจฉัยโรคที่ร้ายแรง เมื่อเราต้องเผชิญกับความชั่วร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่าตลอดทั้งปี และเราทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว ในเวลานั้น เราจึงร้องทูลต่อพระเจ้าในความมืดมิด เพราะเราไม่มีใครอื่นที่จะร้องทูลขอความช่วยเหลือได้ พระเยซูทรงรู้จักความมืดมิดของเรา เพราะพระองค์ทรงเคยอยู่ในความมืดมิดนั้นมาก่อน พระองค์ทรงรู้ว่าการอธิษฐานแล้วไม่ได้รับคำตอบนั้นเป็นอย่างไร…

Continue reading

ธรรมชีวิตประจำวันอาทิตย์ทางตาลที่ 29 มีนาคม 2026 “ความจริงสุดท้าย”

ลูกา 19:35-36, 37ข-38 – แล้วเขาก็จูงลูกลามาถึงพระเยซู และเอาเสื้อของตนปูลงบนหลังลา และเชิญพระเยซูขึ้นทรงลานั้น เมื่อพระองค์เสด็จไปเขาทั้งหลายก็เอาเสื้อผ้าของตนปูลงตามหนทาง … เหล่าสาวกทุกคนมีความเปรมปรีดิ์ เพราะบรรดามหกิจซึ่งเขาได้เห็นนั้น จึงเริ่มสรรเสริญพระเจ้าเสียงดังว่า “ขอให้ พระมหากษัตริย์ ผู้ที่เสด็จมาในพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้าทรงพระเจริญ จงมีสันติสุขในสวรรค์ และพระสิริในที่สูงสุด” พระเยซูทรงเสด็จมายังกรุงเยรูซาเล็มเป็นครั้งสุดท้าย และพระองค์ทรงทราบดี พระองค์เคยทรงเสด็จมายังเมืองนี้หลายครั้งแล้ว ทั้งในฐานะทารกแรกเกิดที่ถูกนำมาถวายแด่พระเจ้าในพระวิหาร ในฐานะเด็กชายที่ทำให้ครูประหลาดใจด้วยความเข้าใจของพระองค์ และอีกครั้งเพื่อทรงชำระพระวิหารจากพวกพ่อค้าในลานพระวิหาร แต่ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย และพระองค์ทรงกำลังจะเสด็จมาเพื่อสิ้นพระชนม์ ในครั้งนี้ พระเยซูทรงเสด็จมายังเมืองของพระองค์เองในฐานะกษัตริย์และพระเมสสิยาห์อย่างเปิดเผย พระองค์ทรงยืมลาซึ่งเป็นการทำให้คำพยากรณ์ในเศคาริยาห์บทที่ 9 สำเร็จ…

Continue reading

ธรรมชีวิตประจำวันเสาร์ที่ 28 มีนาคม 2026 “ไม่เคยไกลเกินเอื้อม”

ลูกา 23:39-43 – ฝ่ายคนหนึ่งในผู้ร้ายที่ถูกตรึงไว้จึงพูดหยาบช้าต่อพระองค์ว่า “ท่านเป็นพระคริสต์มิใช่หรือ จงช่วยตัวเองกับเราให้รอดเถิด” แต่อีกคนหนึ่งห้ามปรามเขาว่า “เจ้าก็ไม่เกรงกลัวพระเจ้าหรือ เพราะเจ้าเป็นคนถูกโทษเหมือนกัน และเราก็สมกับโทษนั้นจริง เพราะเราได้รับสมกับการที่เราได้กระทำ แต่ท่านผู้นี้หาได้กระทำผิดประการใดไม่” แล้วคนนั้นจึงทูลว่า “พระเยซูเจ้าข้า ขอพระองค์ทรงระลึกถึงข้าพระองค์ เมื่อพระองค์เสด็จเข้าในแผ่นดินของพระองค์” ฝ่ายพระเยซูทรงตอบเขาว่า “เราบอกความจริงแก่เจ้าว่า วันนี้เจ้าจะอยู่กับเราในเมืองบรมสุขเกษม” ข้าพเจ้าสงสัยเกี่ยวกับชายคนนี้ เขาเคยพบกับพระเยซูมาก่อนหรือไม่ ในสมัยที่ทั้งสองยังเป็นอิสระ การพบกันครั้งนั้นได้ปลูกเมล็ดพันธุ์แห่งความเชื่อซึ่งเบ่งบานในขณะที่เขากำลังจะตายหรือไม่ หรือเป็นเพียงสิ่งที่เขาได้เห็นจากพระเยซูขณะที่ทั้งสองถูกตรึงอยู่บนไม้กางเขนเท่านั้นที่ทำให้เขาประทับใจ ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม นั่นก็ได้ผล และทำให้ข้าพเจ้ามีความหวังสำหรับคนที่ข้าพเจ้าห่วงใยในชีวิตของข้าพเจ้าเองคือ คนที่แตกสลาย หลงทาง และดูเหมือนจะไม่มีความสนใจในพระเจ้าเลย…

Continue reading

ธรรมชีวิตประจำวันศุกร์ที่ 27 มีนาคม 2026 “ความกังวลสุดท้าย”

ยอห์น 19:24ข-27 – ทั้งนี้เพื่อให้เป็นจริงตามข้อพระธรรมที่ว่า “เสื้อผ้าของข้าพระองค์ เขาก็แบ่งกัน ส่วนเสื้อของข้าพระองค์ เขาจับฉลากกัน” พวกทหารได้กระทำดังนี้ ผู้ที่ยืนอยู่ข้างกางเขนของพระเยซูนั้นมีมารดาของพระองค์กับน้าสาวของพระองค์ มารีย์ภรรยาของเคลโอปัส และมารีย์ชาวมักดาลา เมื่อพระเยซูทอดพระเนตรเห็นมารดาของพระองค์ และสาวกคนที่พระองค์ทรงรักยืนอยู่ใกล้พระองค์ จึงตรัสกับมารดาของพระองค์ว่า “หญิงเอ๋ย จงดูบุตรของท่านเถิด” แล้วพระองค์ตรัสกับสาวกคนนั้นว่า “จงดูมารดาของท่านเถิด” ตั้งแต่เวลานั้นมาสาวกคนนั้นก็รับมารดาของพระองค์มาอยู่ในบ้านของตน ดูเหมือนว่าในช่วงเวลาที่พระเยซูทรงอยู่บนไม้กางเขน พระองค์ทรงจัดการกับความกังวลสุดท้ายของพระองค์ทีละอย่าง และหนึ่งในนั้นคือ ความกังวลเกี่ยวกับพระมารดาของพระองค์ ซึ่งติดตามพระองค์ไปยังกรุงเยรูซาเล็มเพื่อร่วมเทศกาลปัสกา และอาจไม่มีใครในครอบครัวให้พึ่งพาได้หลังจากที่พระเยซูทรงสิ้นพระชนม์แล้ว “แม้พวกน้องๆ ของพระองค์ก็มิได้วางใจในพระองค์” (ยอห์น 7:5)…

Continue reading