ธรรมชีวิตประจำวันพฤหัสบดีที่ 15 มกราคม 2026 “รุนแรง”

มาระโก 8:27-35 – พระเยซูได้เสด็จกับเหล่าสาวกออกไปยังหมู่บ้านแขวงซีซารียา ฟีลิปปี เมื่ออยู่ตามทางนั้นพระองค์ตรัสถามเหล่าสาวกว่า “คนทั้งหลายพูดกันว่าเราเป็นผู้ใด” เขาทูลตอบพระองค์ว่า “เขาว่าเป็นยอห์นผู้ให้รับบัพติศมา แต่บางคนว่าเป็นเอลียาห์ และบางคนว่าเป็นคนหนึ่งในพวกผู้เผยพระวจนะ” พระองค์จึงตรัสถามเขาว่า “ฝ่ายพวกท่านเล่าว่าเราเป็นใคร” เปโตรทูลตอบว่า “พระองค์ทรงเป็นพระคริสต์” แล้วพระองค์ทรงกำชับห้ามเหล่าสาวกไม่ให้เขาบอกผู้ใดให้รู้ ตั้งแต่เวลานั้นมา พระองค์กล่าวสอนสาวกว่า บุตรมนุษย์จะต้องทนทุกข์ทรมานหลายประการ พวกผู้ใหญ่ พวกมหาปุโรหิต และพวกธรรมาจารย์จะไม่ยอมรับพระองค์ ในที่สุดพระองค์จะต้องถึงถูกประหารชีวิต แต่ในวันที่สามพระองค์จะทรงเป็นขึ้นมาใหม่ คำเหล่านี้พระองค์ตรัสโดยเปิดเผย ฝ่ายเปโตรเอามือจับพระองค์แล้วก็ทูลท้วง พระองค์จึงทรงหันพระพักตร์ดูเหล่าสาวกแล้วติเปโตรว่า “อ้ายซาตาน จงไปให้พ้น เพราะเจ้าคิดอย่างคน…

Continue reading

“เพราะว่าความรักมั่นคงของพระองค์ดีกว่าชีวิต ริมฝีปากของข้าพระองค์จะสรรเสริญพระองค์”

ดีกว่า มีความหมายในเชิงเปรียบเทียบว่า สิ่งหนึ่งดีกว่าอีกสิ่งหนึ่งซึ่งอาจเป็นสิ่งของชนิดเดียวกันหรือต่างชนิดกันก็ตาม ใครก็ชอบของดี ยิ่งดีกว่าก็ยิ่งชอบ และแน่นอนว่า การมีชีวิตอยู่ก็ดีกว่าการตายและแทบจะไม่มีอะไรที่ดีกว่าการมีชีวิตอยู่ แต่ในพระวจนะของพระเจ้าบอกว่า “ความรักมั่นคงของพระเจ้าดีกว่าชีวิต” ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น แน่นอนว่า การมีชีวิตอยู่นั้นมิได้หมายความว่าชีวิตจะมีสันติสุขและปลอดภัยตลอดไป เพราะอย่างไรเสียความตายของชีวิตก็ต้องมาถึงทุกคนอยู่วันยังค่ำ แต่สำหรับคนที่อยู่ในความรักมั่นคงของพระเจ้านั้นย่อมดีกว่านั่นก็คือ ว่าแม้ชีวิตในโลกนี้เขาจะตาย แต่เขาจะยังมีชีวิตในฝ่ายจิตวิญญาณกับพระเจ้าอย่างปลอดภัยต่อไป และชีวิตนี้ยังเต็มไปด้วยสันติสุข ไม่ต้องเผชิญกับความทุกข์ทรมานอันแสนสาหัสจากบึงไฟนรกอย่างแน่นอน เพราะพระเจ้าทรงสัญญาไว้เช่นนี้ ดังนั้น ผู้ที่มีความรักมั่นคงของพระเข้าในชีวิต เขาจึงสรรเสริญพระเจ้าของเขาด้วยริมฝีปาก ด้วยจิตใจ และด้วยวิญญาณจิตของเขา พระเจ้าทรงมีความรักมั่นคงของพระเจ้าไม่เคยยั้งหยุด พระเมตตาคุณหลั่งลงมาอยู่เสมอ ใหม่ทุกเช้าเร้าในดวงใจ ซาบซึ้งทุกๆ วันใหม่ พระองค์ทรงความเที่ยงตรงยิ่งนัก…

Continue reading

ธรรมชีวิตประจำวันพุธที่ 14 มกราคม 2026 “เท่าเทียมกัน”

2 เปโตร 1:1-2 – ซีโมนเปโตร ผู้รับใช้และอัครทูตของพระเยซูคริสต์ เรียน ท่านทั้งหลายที่ได้ความเชื่อเท่าเทียมกับเรา ด้วยความชอบธรรมแห่งพระเจ้าของเราทั้งหลาย คือพระเยซูคริสตเจ้าพระผู้ช่วยให้รอดของเรา ขอพระคุณและสันติสุขจงเพิ่มพูนแก่ท่านทั้งหลาย โดยซาบซึ้งในพระเจ้าและพระเยซูองค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา พูดตามตรงเลยนะ ข้าพเจ้าอึ้งปากค้างไปเลยเมื่อเปโตรเขียนจดหมายถึงคริสเตียนธรรมดาๆ กลุ่มหนึ่ง แล้วสิ่งแรกที่ท่านพูดก็คือ พวกเขาคือ “คนทั้งหลายที่ได้รับความเชื่อเท่าเทียมกับเรา” นี่หมายความว่าความเชื่อของเราเท่าเทียมกับความเชื่อของเหล่าอัครสาวกหรือ จริงๆ หรือ ข้าพเจ้าเคยชินกับการคิดว่าเหล่าอัครสาวกนั้นอยู่สูงกว่าข้าพเจ้ามาก หมายถึงคนที่อยู่กับพระเยซูเป็นเวลาสามปี กิน ดื่ม และนอนกับพระองค์ ได้ยินพระองค์สอนทุกวัน คนเหล่านี้คือ คนที่พระองค์ทรงมอบอำนาจให้ทำการอัศจรรย์เมื่อทรงส่งพวกเขาออกไปประกาศ คนเหล่านี้คือ…

Continue reading

“องค์พระผู้เป็นเจ้าไม่ได้ทรงเฉื่อยช้าในเรื่องพระสัญญาของพระองค์ ตามที่บางคนคิดนั้น แต่พระองค์ได้ทรงอดกลั้นพระทัยไว้ เพราะเห็นแก่ท่านทั้งหลายมาช้านาน พระองค์ไม่ทรงประสงค์ที่จะให้ผู้หนึ่งผู้ใดพินาศเลย แต่ทรงปรารถนาที่จะให้คนทั้งปวงกลับใจเสียใหม่”

นานไปนะ เป็นคำพูดที่มักเกิดขึ้นหลังจากการรอคอยบางสิ่งบางอย่างและผู้ที่รอคอยนั้นคิดว่าสูญเสียเวลาไปเป็นเวลานานแล้วแต่สิ่งนั้นยังมาไม่ถึง จากนั้นความคิดในมุมอื่นๆ ก็มักจะผุดขึ้นตามมา เราเคยเป็นเช่นนี้หรือไม่ ไม่รอแล้วนะ รอไม่ไหวแล้ว เลิกรอ ไม่เห็นความสำคัญของเราเลย น้อยใจ งอน ฯลฯ แต่ในทางกลับกันเราเคยคิดบ้างไหมว่าอาจมีเห็นผลที่ดีอื่นๆบางอย่างที่ทำให้เรายังไม่ได้สิ่งเหล่านั้น เช่นกัน การรอคอยพระสัญญาของพระเจ้านั้น ความจริงก็คือ พระเจ้าไม่เคยทรงผิดสัญญาที่เคยให้ไว้กับมนุษย์เลย แต่พระองค์ทรงมีเหตุผลที่ดีสำหรับเราว่าเหตุใดพระองค์จึงยังทรงไม่ให้เราในเวลาที่เราต้องการทันที และมากกว่านั้น โดยเฉพาะเรื่องการพิพากษา ที่บางครั้งเราปรารถนาอยากจะเห็นสิ่งนั้นเกิดขึ้นกับคนนั้นคนนี้แต่ทำไมไม่เกิดสักที เหตุผลหลักของพระองค์ก็คือ ทรงมีพระทัยอดกลั้นที่แสนนานและทรงมีพระทัยแห่งความรักนิรันดร์ต่อมนุษย์ทุกคนนั่นเอง แต่ในที่สุดเวลานั้นก็จะมาถึงและเกิดขึ้นอย่างแน่นอน สรรเสริญโมทนาขอบพระคุณพระเจ้า ที่พระองค์ทรงสัญญาสิ่งใดไว้แล้วพระองค์จะทรงกระทำให้สำเร็จ ข้าแต่พระเจ้า แม้ในวันที่ข้าพระองค์ต้องทนทุกข์ใจผู้เดียวเพียงลําพัง เหมือนไม่มีหนทาง ไม่มีความหวังอะไร…

Continue reading

ธรรมชีวิตประจำวันอังคารที่ 13 มกราคม 2026 “เขาเคยอยู่กับพระเยซู”

กิจการ 4:8-13 – ขณะนั้นเปโตรประกอบด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์กล่าวแก่เขาว่า “ดูก่อน ท่านผู้ครอบครองพลเมืองและพวกผู้ใหญ่ทั้งหลาย ถ้าท่านทั้งหลายจะถามข้าพเจ้าในวันนี้ถึงการกุศลซึ่งได้ทำแก่คนป่วยนี้ว่า เขาหายเป็นปกติโดยเหตุอันใดแล้ว ก็ให้ท่านทั้งหลายกับบรรดาชนอิสราเอลทราบเถิดว่า โดยพระนามของพระเยซูคริสต์ชาวนาซาเร็ธ ซึ่งท่านทั้งหลายได้ตรึงไว้ที่กางเขน และซึ่งพระเจ้าได้ทรงโปรดให้คืนพระชนม์โดยพระองค์นั้นแหละ ชายคนนี้ที่ยืนอยู่ต่อหน้าท่านจึงได้หายโรคเป็นปกติ พระองค์เป็นศิลาที่ท่านทั้งหลายผู้เป็นช่างก่อได้ทอดทิ้ง ซึ่งได้เป็นศิลามุมเอกแล้ว ในผู้อื่นความรอดไม่มีเลย ด้วยว่านามอื่นซึ่งให้เราทั้งหลายรอดได้ไม่ทรงโปรดให้มีในท่ามกลางมนุษย์ทั่วใต้ฟ้า” เมื่อเขาเห็นความกล้าหาญของเปโตรกับยอห์น และรู้ว่าท่านทั้งสองขาดการศึกษาและเป็นคนสามัญก็ประหลาดใจ แล้วสำนึกว่าคนทั้งสองเคยอยู่กับพระเยซู เปโตรช่างเปลี่ยนไปมากจริงๆ! เมื่อไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้ท่านยังกลัวแทบตายจนละทิ้งพระเยซูไปขณะที่พระองค์กำลังถูกไต่สวนเพื่อเอาชีวิต และแสร้งทำเป็นไม่รู้จักพระองค์เลย แต่ตอนนี้เปโตรกำลังพูดกับคนกลุ่มเดียวกันกับที่เคยตรึงพระเยซูบนไม้กางเขน และท่านกำลังพูดความจริงว่าถึงแม้พวกเขาจะฆ่าพระเยซู แต่พระเจ้าก็ทรงให้พระองค์คืนพระชนม์ และตอนนี้พระเยซูทรงเป็นแหล่งแห่งความรอดเพียงหนึ่งเดียวสำหรับทุกคนบนโลก นั่นไม่ใช่สิ่งที่ผู้นำคาดหวังว่าจะได้ยินจากชาวประมงชาวกาลิลี ไม่ว่าจะเป็นเปโตรหรือยอห์น! อะไรกันที่ทำให้พวกเขากล้าหาญได้ขนาดนั้น…

Continue reading