ผู้ใดมีเรื่องราวต่อกัน ก็จงยกโทษให้กันและกัน เพราะการยกโทษให้ผู้อื่น นำมาซึ่งความสุขใจ

การขอโทษเป็นสิ่งที่เราจำเป็นต้องใช้บ่อยๆ ในทุกๆ ความสัมพันธ์ คนที่มีความเป็นธรรมและมีน้ำใจ คำว่าขอโทษเป็นคำที่ศักดิ์สิทธิ์ มีคุณค่าและความหมายอย่างยิ่ง เพราะไม่ว่าเมื่อใดหรือใครก็ตามที่เขากล่าวคำว่าขอโทษ เพื่อน้อมรับความผิดของตัวเอง แน่นอนว่าคนที่มีความเป็นธรรมและมีน้ำใจเขามีธรรมชาติแห่งการให้อภัย เขาพร้อมจะให้อภัยเรา เพียงแต่เรารู้จักขอโทษ อย่ากลัวเสียหน้า เสียศักดิ์ศรี ไม่ว่าจะถูกหรือผิด เราต้องรู้จักขอโทษ เพียงคำว่าขอโทษ ทุกอย่างก็จะจบลงอย่างมีความสุข ความสามารถในการยกโทษให้ผู้อื่นนั้น เป็นคุณสมบัติที่สัมพันธ์กับความสุขมากที่สุด ซึ่งเราเรียกว่าราชินีแห่งคุณงามความดีทั้งมวล และเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ยากที่สุดด้วย ดังนั้น “ถ้าแม้ว่าผู้ใดมีเรื่องราวต่อกัน ก็จงยกโทษให้กันและกัน” เพราะการยกโทษให้ผู้อื่น นำมาซึ่งความสุขใจ บทความจากเพจ “ส่งด้วยรัก ทักด้วยใจ”

Continue reading

ธรรมชีวิตประจำวันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน 2026 “ง่ายและยาก”

มัทธิว 10:34, 37-42 – (พระเยซูตรัส) “อย่าคิดว่าเรามาเพื่อจะนำสันติภาพมาสู่โลก เรามิได้นำสันติภาพมาให้ แต่เรานำดาบมา … ผู้ใดที่รักบิดามารดายิ่งกว่ารักเรา ก็ไม่มีค่าควรกับเรา และผู้ใดรักบุตรชายหญิงยิ่งกว่ารักเรา ผู้นั้นก็ไม่มีค่าควรกับเรา และผู้ใดที่ไม่รับเอากางเขนของตนตามเราไป ผู้นั้นก็ไม่มีค่าควรกับเรา ผู้ที่จะเอาชีวิตของตนรอดจะกลับเสียชีวิต แต่ผู้ที่สู้เสียชีวิตของตนเพราะเห็นแก่เราก็จะได้ชีวิตรอด ผู้ที่รับท่านทั้งหลายก็รับเรา และผู้ที่รับเราก็รับพระองค์ที่ทรงใช้เรามา ผู้ที่รับผู้เผยพระวจนะเพราะเป็นผู้เผยพระวจนะก็จะได้บำเหน็จอย่างที่ผู้เผยพระวจนะพึงได้รับ และผู้ที่รับผู้ชอบธรรมเพราะเป็นผู้ชอบธรรมก็จะได้บำเหน็จอย่างที่ผู้ชอบธรรมพึงได้รับ และถ้าผู้ใดจะเอาน้ำเย็นสักถ้วยหนึ่งให้คนเล็กน้อยเหล่านี้คนใดคนหนึ่งดื่มเพราะเป็นศิษย์ของเรา เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า คนนั้นจะขาดบำเหน็จก็หามิได้” ส่วนแรกที่พระเยซูตรัสไว้ตรงนี้ยากลำบากเหลือเกิน ถึงขั้นเจ็บปวดอย่างที่สุด ข้าพเจ้าหมายความว่าพระองค์ตรัสตรง ๆ ว่าอย่าคาดหวังสันติสุขในฐานะผู้ติดตามพระเยซู จงคาดหวังไม้กางเขนแทน…

Continue reading

“…ข้าพเจ้าทั้งหลายเป็นบ่าวที่ไม่มีบุญคุณต่อนาย ข้าพเจ้าได้กระทำตามหน้าที่ซึ่งข้าพเจ้าควรกระทำเท่านั้น”

ความถ่อมใจเป็นท่าทีที่สำคัญของผู้รับใช้พระเจ้า โดยเฉพาะความถ่อมใจในการรับใช้และการไม่ยกตนเองเมื่อได้ทำสิ่งดี เป็นภาพสะท้อนให้เห็นถึงพระลักษณะของพระเยซูคริสต์ได้เป็นอย่างดี พระเยซูทรงยกตัวอย่างนายคนหนึ่งมีบ่าวทำงานในนาเมื่อบ่าวกลับมา นายไม่ได้กล่าวขอบคุณเป็นพิเศษเพราะบ่าวเพียงทำหน้าที่ของตน เช่นเดียวกันเมื่อเรารับใช้พระเจ้า เราควรมีใจแบบเดียวกันนี้ ที่เข้าใจบทบาทหน้าที่ของผู้รับใช้ว่า คือผู้ที่อยู่ใต้สิทธิอำนาจของนาย ผู้รับใช้ไม่ควรคิดว่าตนมีสิทธิเรียกร้องพระคุณจากพระเจ้าเพราะผลงานของตน เพราะพระองค์ทรงมีพระคุณมากมายเหลือคณาที่เราจะนับได้อยู่แล้ว สิ่งที่เราทำเพื่อพระเจ้า ไม่ใช่การทำให้พระองค์ทรงติดหนี้เรา ไม่ใช่เพื่ออวดตน ไม่ใช่เพื่อเรียกร้องเกียรติแก่เรา แต่เป็น สิ่งที่ควรกระทำอยู่แล้วด้วยสำนึกในพระคุณที่มีต่อเราก่อนหน้านี้ด้วยซ้ำไป เราไม่สามารถซื้อหรือกระทำสิ่งใดเพื่อมาแลกหรือต่อรองพระคุณพระเจ้าได้ เพราะความรอดและพระคุณเป็นของประทานจากพระเจ้าเท่านั้น ข้าแต่พระเจ้า ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระคุณและพระเมตตา ข้าพระองค์กราบลงต่อพระพักตร์ของพระองค์ด้วยใจสำนึกในพระคุณอย่างลึกซึ้ง เพราะทุกสิ่งที่ข้าพระองค์มี ทุกโอกาสที่ข้าพระองค์ได้รับ และทุกการรับใช้ที่ข้าพระองค์ได้กระทำ ล้วนเกิดจากพระคุณของพระองค์ทั้งสิ้น ข้าพระองค์สำนึกเสมอว่าข้าพระองค์ไม่ได้มีพระคุณต่อพระองค์เลย แต่เป็นพระองค์ต่างหาก ผู้ทรงมีพระคุณต่อข้าพระองค์อย่างหาที่สุดมิได้ ที่ข้าพระองค์ได้รับใช้พระองค์ไม่ใช่เพราะข้าพระองค์คู่ควร…

Continue reading

ธรรมชีวิตประจำวันพุธที่ 24 มิถุนาย 2026 “แต่งงานใหม่กับพระเยซู”

โรม 7:1-6 – ดูก่อนพี่น้องทั้งหลาย ท่านไม่รู้หรือ (ข้าพเจ้าพูดกับคนที่รู้ธรรมบัญญัติแล้ว) ว่าธรรมบัญญัตินั้นมีอำนาจเหนือมนุษย์ก็เฉพาะในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่เท่านั้น เป็นต้นว่าผู้หญิงที่สามียังมีชีวิตอยู่นั้นต้องอยู่ในกฎประเพณีสามีภรรยา แต่ถ้าสามีตาย ผู้หญิงนั้นก็พ้นจากกฎนั้น ฉะนั้น ถ้าผู้หญิงนั้นไปหลับนอนกับชายอื่นในเมื่อสามียังมีชีวิตอยู่ นางก็ได้ชื่อว่าเป็นหญิงล่วงประเวณี แต่ถ้าสามีตายแล้ว นางก็พ้นจากกฎประเพณีสามีภรรยา แม้นางไปเป็นภรรยาชายอื่นก็หาผิดประเวณีไม่ เช่นนั้นแหละ พี่น้องทั้งหลาย ท่านทั้งหลายได้ตายจากธรรมบัญญัติทางพระกายของพระคริสต์ เพื่อท่านจะตกเป็นของผู้อื่น คือของพระองค์ผู้ทรงฟื้นขึ้นมาจากความตายแล้ว เพื่อเราทั้งหลายจะได้เกิดผลถวายแด่พระเจ้า เพราะว่าเมื่อเราดำเนินชีวิตตามทางโลก ตัณหาชั่วที่ธรรมบัญญัติเร้าให้เกิดขึ้นนั้นได้ทำให้อวัยวะของเราก่อกรรมชั่วนำไปสู่ความตาย แต่บัดนี้เราได้พ้นจากธรรมบัญญัติ คือได้ตายจากธรรมบัญญัติที่ได้ผูกมัดเราไว้ เพื่อเราจะได้ไม่ประพฤติตามตัวอักษรในประมวลธรรมบัญญัติเก่า แต่จะดำเนินชีวิตใหม่ตามลักษณะพระวิญญาณ นี่เป็นตัวอย่างที่แปลกซึ่งเปาโลยกมา ท่านพูดถึงกรณีของผู้หญิงที่แต่งงานใหม่ว่าการกระทำนี้ผิดหรือถูกนั้นขึ้นอยู่กับว่าความตายได้ยุติการแต่งงานครั้งแรกหรือไม่…

Continue reading

“…จะต้องเป็นผู้ที่ได้ชื่อว่าได้กระทำดี เช่นได้เอาใจใส่เลี้ยงดูลูก ได้มีน้ำใจรับรองแขก ได้ล้างเท้าธรรมิกชน ได้สงเคราะห์คนที่มีความทุกข์ยากและได้บำเพ็ญคุณความดี”

เปาโลได้สอนทิโมธีเรื่องการจัดระเบียบและการดูแลคริสตจักร โดยเฉพาะเรื่องของหญิงม่ายที่คริสตจักรควรให้การช่วยเหลือ และได้กล่าวถึงคุณลักษณะของหญิงม่ายที่มีชีวิตสัตย์ซื่อต่อพระเจ้าและเป็นแบบอย่างที่ดีแก่คริสตจักร ดังนั้น คริสตจักรจึงมีหน้าที่ช่วยเหลือผู้ขัดสนจริงๆ เปาโลสอนว่าหญิงม่ายที่คริสตจักรจะดูแลเป็นพิเศษควรเป็นผู้ที่ดำเนินชีวิตดีในทางของพระเจ้า รับใช้ผู้อื่น มีความสัตย์ซื่อต่อพระเจ้า จนได้ชื่อว่าได้เป็นผู้กระทำดีที่ประกอบด้วยความรัก การรับใช้ มีความเมตตา ได้เอาใจใส่เลี้ยงดูลูก สอนลูกในทางที่ถูกต้อง และเป็นคนมีน้ำใจรับรองแขกคือ การเปิดบ้านต้อนรับสำหรับการรับใช้ของธรรมิกชนคนของพระเจ้า ดำเนินชีวิตในทางแห่งความดีอย่างต่อเนื่อง ข้าแต่พระเจ้า ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและความรักมั่นคง ขอพระองค์ทรงระลึกถึงหญิงม่ายทั้งหลายที่ดำเนินชีวิตอย่างสัตย์ซื่อในทางของพระองค์ ผู้ที่ยังคงรัก รับใช้ และกระทำดีต่อคนของพระเจ้าและต่อผู้อื่น ขอพระองค์ทรงเป็นกำลัง ทรงเป็นผู้เลี้ยงดู และทรงเป็นที่ลี้ภัยของพวกเขาเสมอไป พระเจ้าข้า ขอพระองค์ทรงตอบแทนความสัตย์ซื่อของพวกเขาตามพระคุณและพระเมตตาอันบริบูรณ์ของพระองค์ และขอทรงให้ชีวิตของพวกเขาเป็นพระพรและเป็นพยานแห่งความรักของพระองค์ต่อไป ขอพระองค์ทรงเปิดตาและเปิดใจของข้าพระองค์ไม่ให้เพิกเฉยต่อผู้ที่ขัดสนหรืออ่อนกำลัง แต่ให้ข้าพระองค์มีหัวใจแห่งความเมตตาพร้อมที่จะสนับสนุน…

Continue reading