ธรรมชีวิตประจำวันอังคารที่ 11 มีนาคม 2025 “จำแลงพระกาย”

มัทธิว 17:1-3, 5ข – ครั้นล่วงไปได้หกวันแล้ว พระเยซูทรงพาเปโตร ยากอบ และยอห์นน้องของยากอบขึ้นภูเขาสูงแต่ลำพัง แล้วพระกายของพระองค์ก็เปลี่ยนไปต่อหน้าเขา พระพักตร์ของพระองค์ก็ทอแสงเหมือนแสงอาทิตย์ ฉลองพระองค์ก็ขาวผ่องดุจแสงสว่าง โมเสสและเอลียาห์ก็มาปรากฏแก่พวกสาวกเหล่านั้น กำลังเฝ้าสนทนากับพระองค์ … เมฆสุกใสมาปกคลุมเขาไว้ แล้วมีพระสุรเสียงออกมาจากเมฆนั้นว่า “ท่านผู้นี้เป็นบุตรที่รักของเรา เราชอบใจ ท่านผู้นี้มาก จงเชื่อฟังท่านเถิด” ช่างเป็นประสบการณ์ที่พิเศษที่ได้เห็นพระเยซูในพระสิริอันรุ่งโรจน์ของพระองค์ และได้ยินเสียงพระเจ้าทรงตรัสจากสวรรค์ ไม่น่าสงสัยเลยที่พวกสาวกตกใจกลัว ข้าพเจ้าสงสัยว่า เขามองดูพระเยซูด้วยมุมมองใหม่หรือไม่หลังจากนั้น โดยจำได้ถึงพระสิริที่ซ่อนอยู่ในชายที่เงียบสงบผู้นี้ซึ่งมีสายตาที่เหนื่อยอ่อนและเท้าเปื้อนฝุ่น เขารู้ดีว่าอะไรทำให้พระองค์ทรงเหนื่อยล้าและมอมแมม เพราะการเอาพระทัยใส่ประชากรของพระเจ้าทั้งกลางวันกลางคืนนั่นเอง พระองค์ทั้งทรงเทศนา ทรงสั่งสอน…

Continue reading

“มาอธิษฐานขอพระเจ้าทรงนำชีวิตจิตใจของเราให้พักสงบในพระองค์และอยู่อย่างสงบกับทุกคนเถิด”

พระวจนะของพระเจ้าบอกเราว่า จงอุตส่าห์ที่จะอยู่อย่างสงบกับคนทั้งหลาย และอุตส่าห์ที่จะได้ใจบริสุทธิ์ ซึ่งถ้าใจไม่บริสุทธิ์ก็จะไม่มีผู้ใดได้เห็นองค์พระผู้เป็นเจ้าเลย – ฮีบรู 12:14 ข้าแต่พระเจ้า เวลานี้ในที่ที่ข้าพระองค์อาศัยอยู่และบนโลกนี้เต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวาย เต็มไปด้วยความรุนแรง แก่งแย่งชิงดี เอารัดเอาเปรียบเห็นแก่ตัวปราศจากความรัก ผู้คนต่างมีจุดหมายคือ ทำอย่างไรหรือสิ่งใดก็ได้เพียงเพื่อให้ตนเองสุขสบายมีเครื่องบำรุงบำเรอความต้องการในฝ่ายร่างกายเป็นหลัก ที่จะดูดีกว่า ดูเหนือกว่า ดูมีอำนาจมากกว่า ร่ำรวยกว่าผู้อื่น โดยไม่ได้สนใจหรือใส่ใจในด้านจิตวิญญาณว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องตามครรลองครองธรรม ถูกต้องตามศีลธรรม หรือแม้กระทั่งถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ทำให้บรรดาผู้เชื่อและวางใจในพระองค์และข้าพระองค์ได้เผชิญและพบเจอกับการข่มเหงรุกราน ถูกเอารัดเอาเปรียบจากผู้คนที่อยู่ในสังคมรอบข้าง ข้าแต่พระเจ้าที่รัก ขอพระองค์ทรงโปรดประทานกำลังกาย ประทานสติปัญญาแก่ข้าพระองค์ทั้งหลายด้วยเถิดที่จะสามารถทนได้ สามารถดำเนินชีวิตที่อยู่อย่างสงบกับทุกคนในท่ามกลางสถานการณ์แห่งความวุ่นวายที่ได้เป็นไป และขอให้ข้าพระองค์มีใจบริสุทธิ์อย่าให้จิตใจของข้าพระองค์เอนเอียงไปหาสิ่งที่ไม่ถวายพระเกียรติแด่พระองค์ และหันไปกระทำสิ่งที่เป็นความอธรรมใดๆ เลย…

Continue reading

ความเชื่อมั่นในตัวเอง เป็นสะพานนำไปสู่ความสำเร็จ

สิ่งสำคัญที่เราแต่ละคนต้องทำให้ได้คือ มีความเชื่อมั่นในตัวเอง ซึ่งจะทำให้เราเกิดความศรัทธาในความสามารถที่มีอยู่ ถ้าชีวิตเราไม่มีความเชื่อมั่นในตัวเองอย่างมีเหตุมีผล เป็นอุปสรรคในการเดินไปสู่ความสำเร็จในชีวิตได้ เป็นตัวขัดขวางความสำเร็จ พลังความเชื่อมั่นในตัวเอง เป็นสะพานนำไปสู่ความสำเร็จได้ เป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยสร้างความศรัทธาอย่างเหมาะสมให้กับตัวเอง บางคนไม่มีความเชื่อมั่นในตัวเอง ไม่เคยเชื่อว่าตัวเองจะทำอะไรสำเร็จ ขาดความมั่นใจ สงสัยในความสามารถของตัวเอง เราต้องพยายามหาคำตอบว่าทำไมเป็นเช่นนั้น และให้ท่องไว้ว่า “เราสามารถทำทุกสิ่งได้ โดยพระเจ้าผู้ทรงเสริมกำลัง” เราทำเองไม่ได้ แต่เมื่อเราพึ่งพากำลังขอสติปัญญาจากพระเจ้า เราสามารถทำได้ และสามารถรับมือกับสารพัดปัญหาได้ สุดท้ายเราก็ได้รับคำตอบและเดินไปสู่ความสำเร็จ บทความจากเพจ “ส่งด้วยรัก ทักด้วยใจ”  

Continue reading

“มาอธิษฐานทูลขอพระเจ้าทรงสอนมรรคาของพระองค์แก่เราด้วยกันเถิด”

พระวจนะของพระเจ้า สอนเราให้ทราบว่า พระองค์ทรงนำคนใจถ่อมไปในสิ่งที่ถูก และทรงสอนมรรคาของพระองค์แก่คนใจถ่อม – สดุดี 25:9 าแต่พระเจ้า ผู้ทรงมีพระทัยเมตตาต่อข้าพระองค์ทั้งหลาย โดยพระเยซูพระบุตรพระองค์ทรงถ่อมพระทัยลงมาเพื่อช่วยข้าพระองค์ทั้งหลายให้รอดพ้นจากความผิดบาป พระองค์ทรงดำเนินพระชนม์ชีพในโลกนี้ตามการทรงนำและตามน้ำพระทัยพระเจ้าพระบิดาทั้งสิ้น สรรเสริญขอบพระคุณพระองค์ พระเจ้าที่รัก ในเวลานี้ข้าพระองค์เข้ามาด้วยหัวใจถ่อมต่อพระองค์ตามแบบที่พระเยซูทรงเป็นต้นแบบ ขอพระองค์ทรงนำจิตใจของข้าพระองค์ให้มีความถ่อมในทุกๆ เรื่องในชีวิต และขอพระองค์ทรงสอนทรงนำชีวิตและการกระทำของข้าพระองค์ให้ถูกต้องอยู่ในพระมรรคาของพระองค์ด้วยเถิด เพื่อข้าพระองค์จะมีชีวิตที่สะท้อนพระคุณและความรักของพระองค์ไปยังผู้อื่นด้วยความถ่อมใจต่อไป ข้าพระองค์ทูลขอต่อพระองค์ในพระนามพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน

Continue reading

ด้วยใจขอบคุณและความถ่อมใจ เป็นทางนำไปสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน

คนที่เย่อหยิ่งจะสะท้อนความสำเร็จผ่านทางตัวเอง คนที่ถ่อมใจจะสะท้อนความสำเร็จของตัวเองผ่านทางคนรอบข้าง เราแต่ละคนไม่สามารถทำงานและประสบความสำเร็จด้วยตัวของเราคนเดียว พระคัมภีร์ได้กล่าวไว้ว่า “สองคนดีกว่าคนเดียว เพราะเขาได้รับผลงานที่ดี” ความสำเร็จของเรา ถ้าเราคิดว่าเราทำคนเดียว ทุกอย่างที่เราทำมา ความสำเร็จทุกอย่างเป็นเพราะเราคนเดียว สุดท้ายแล้วเราจะมีความหยิ่ง และผลงานที่ทำจะหนักขึ้นและโดดเดี่ยวขึ้นเรื่อย ๆ แต่ถ้าเรามีคนที่คอยช่วยเหลือสนับสนุน ถ้าเราถ่อมใจและเราเรียนรู้ที่จะขอบคุณว่ามีคนมากมายคอยช่วยเหลือ ยิ่งเรามองเห็นความสำเร็จของเราผ่านทางคนรอบตัวมากเท่าไหร่ คนเหล่านั้นก็จะยิ่งคอยช่วยเหลือเรามากขึ้นเท่านั้น ดังนั้น ในชีวิตเรา เวลาเราทำงาน เราต้องมีใจรู้สึกขอบคุณคนอื่นอยู่เสมอ มีใจถ่อมลง เห็นความสำคัญของผู้อื่น นี่เป็นแบบอย่างที่ดีในการทำงาน ถ้าเรามีใจถ่อม ให้ความสำคัญกับคนอื่น แล้วเราจะได้รับการสนับสนุนด้วยความจริงใจ บทความจากเพจ “ส่งด้วยรักรัก ทักด้วยใจ”

Continue reading