ธรรมชีวิตประจำวันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2026 “ข่าวดี”

สดุดี 112:5-7 – คนที่แสดงความเมตตาคุณและให้ยืมก็อยู่เย็นเป็นสุข คือผู้ที่ดำเนินการของเขาด้วยความยุติธรรม เพราะคนชอบธรรมจะไม่ถดถอย คนจะระลึกถึงเขาอยู่เป็นนิตย์ เขาไม่กลัวข่าวร้ายจิตใจของเขายึดแน่น วางใจในพระเจ้า บางวันข่าวร้ายก็รายล้อมเรา เราเห็นและได้ยินข่าว และเราก็ประสบกับข่าวที่ไม่พึงประสงค์ในชีวิตของเราเอง ข่าวร้ายที่เราพบเจอ ไม่ว่าจะเป็นข่าวโลก ข่าวท้องถิ่น หรือข่าวส่วนตัว ก็อาจทำให้เราหวาดกลัวได้ ผู้เขียนสดุดีเข้าใจเรื่องข่าวร้ายเป็นอย่างดี แต่ท่านเสนอแนวทางการรับมือที่แตกต่างออกไป ผู้ที่ชอบธรรมจะไม่กลัวข่าวร้าย เพราะเขายืนหยัดมั่นคง วางใจในพระเจ้า เรามีพระผู้ช่วยให้รอดที่เข้มแข็งยิ่งกว่าข่าวร้ายใดๆ ในระหว่างการปฏิบัติพันธกิจบนโลก พระเยซูทรงคุ้นเคยกับข่าวร้ายเป็นอย่างดี ในงานแต่งงานที่เมืองคานา พระเยซูทรงได้ยินข่าวร้ายที่เจ้าบ่าวและเจ้าสาวไม่ต้องการอย่างยิ่ง นั่นคือ เหล้าองุ่นหมด! ในระหว่างพายุที่ทะเลกาลิลี…

Continue reading

“ขอให้บรรดาผู้ที่หว่านด้วยน้ำตา ได้เกี่ยวด้วยเสียงโห่ร้องอย่างชื่นบาน”

การหว่านเป็นจุดเริ่มต้นของการนำไปสู่การเติบโต นำไปสู่การเกิดผลและการเก็บเกี่ยว เมื่อเริ่มต้นที่จะหว่านและปลูกแล้ว มีความจำเป็นที่เกิดขึ้นตามมาคือ การเลี้ยงดูเอาใจใส่ ซึ่งจะต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจ รดน้ำ พรวนดิน ใส่ปุ๋ย คอยระมัดระวังศัตรูพืชที่จะมารุกราน จำต้องอาบเหงื่อและเหนื่อย ลงทุนลงแรงอย่างสุดกำลังที่จะเลี้ยงดูจนกระทั่งพืชนั้นเติบใหญ่ขึ้นมาได้ และเมื่อพืชนั้นเติบโตเต็มที่แล้ว สิ่งที่เฝ้ารอก็คือ ผลของมัน การเก็บเกี่ยวผลจึงเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความชื่นบาน เต็มไปด้วยความยินดี เพราะในที่สุดผลที่ได้ก็คุ้มกับที่ลงทุนลงแรงไป แน่นอนว่า ไม่มีความสำเร็จใดที่ไม่มีการลงทุนในปัจจัยต่างๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งความสำเร็จ พระวจนะของพระเจ้าได้ชี้ให้เห็นถึงการรับใช้นั้น น้ำตาแห่งความทุกข์ระทมอัน ย่อมเกิดขึ้นได้จากการรับใช้และดำเนินในทางของพระเจ้า ซึ่งอาจต้องเผชิญกับปัญหาอุปสรรคนานาประการ แต่พระวจนะของพระเจ้าได้ให้ความหวังและกำลังใจแก่เราว่า อย่าหมดหวัง จงดำเนินต่อไป เพราะในที่สุดแล้วเราจะได้เกี่ยวเก็บด้วยเสียงโห่ร้องความชื่นบาน แล้วน้ำตาแห่งความชื่นบานของเราก็จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน…

Continue reading

ธรรมชีวิตประจำวันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2026 “ข้าฯ อยากเดินเหมือนลูกของความสว่าง”

“ข้าฯ อยากเดินเหมือนลูกของความสว่าง ข้าฯ อยากติดตามพระเยซู พระเจ้าทรงตั้งดวงดาวเพื่อให้ความสว่างกับโลก ดวงดาวของชีวิตข้าฯ คือพระเยซู” ในปฐมกาลพระเจ้าทรงเรียกให้ความสว่างเกิดขึ้นพร้อมกับแยกความสว่างออกจากความมืด พระเจ้าทรงเรียกความสว่างว่าวันและความมืดว่าคืน เมื่ออาดัมกับเอวาไม่เชื่อฟังพระผู้สร้าง ความบาปเข้ามาในโลกและก่อให้เกิดความมืดชนิดต่างๆ นั่นคือความมืดของความบาป เงาของความชั่วร้ายที่ปะทุขึ้นเมื่อมนุษย์หันหลังให้กับความสว่างของพระเจ้าและจากพระคำและทางของพระองค์ แต่เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม พระเจ้าทรงส่งพระบุตรของพระองค์ให้มาเป็นความสว่างของโลก จากนั้นมีการแยกระหว่างความสว่างกับความมืด ระหว่างผู้คนที่เชื่อในพระเยซูกับผู้คนที่เลือกความมืดและมุ่งทำลายพระผู้ช่วยให้รอดด้วยเช่นกัน ในช่วงเวลาสั้นๆ ความมืดได้รับอนุญาตให้มีอำนาจเหนือกว่าเมื่อพระเยซูทรงทนทุกข์และสิ้นพระชนม์เพื่อความบาปของโลก แต่พระเยซูทรงเป็นความสว่างที่ไม่มีความมืดใดสามารถเอาชนะได้ พระองค์ทรงเป็นขึ้นมาจากความตายในชัยชนะเหนือความมืดแห่งความบาปและความตาย ด้วยการนำเอาความสว่างแห่งการยกโทษและความรอดมาสู่ทุกคนที่เชื่อวางใจในพระองค์ อัครทูตเปาโลอธิบายถึงผู้คนที่เชื่อวางใจในพระเยซูว่า “ท่านเป็นบุตรของความสว่าง และเป็นบุตรของกลางวัน เราทั้งหลายไม่ได้เป็นของกลางคืนหรือของความมืด” (1 เธสะโลนิกา 5:5) เราร้องในบทเพลงของเราว่า…

Continue reading

วันที่ 2 ก.พ. 69

รายการวิทยุ – เพราะคุณคือที่รัก รายการวิทยุ – เพื่อคุณกำลังใจ รายการวิทยุ – คลายกังวล

Continue reading

วันที่ 1 ก.พ. 69

รายการวิทยุ – เพราะคุณคือที่รัก รายการวิทยุ – เพื่อคุณกำลังใจ รายการวิทยุ – คลายกังวล

Continue reading