“มาอธิษฐานทูลขอสันติสุขภายในจิตใจจากพระเจ้าแก่บรรดาผู้ประกาศข่าวประเสริฐที่ถูกข่มเหงในเวลานี้กันเถิด”

พระวจนะสอนเราว่า “อย่าทุกข์ร้อนในสิ่งใดๆ เลย แต่จงทูลเรื่องความปรารถนาของท่านทุกอย่างต่อพระเจ้า ด้วยการอธิษฐาน การวิงวอน กับการขอบพระคุณ แล้วสันติสุขแห่งพระเจ้าซึ่งเกินความเข้าใจ จะคุ้มครองจิตใจและความคิดของท่านไว้ในพระเยซูคริสต์ ฟิลิปปี 4:6-7 ข้าแต่พระเจ้าพระบิดา ในโลกนี้ไม่มีข่าวดีและข่าวประเสริฐอื่นใดอีกนอกจากข่าวประเสริฐแห่งความรอดจากพระองค์ที่ทรงประทานแก่มนุษย์ทุกคน ผ่านทางองค์พระเยซูเจ้าพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ และในเวลานี้บรรดาผู้รับใช้ของพระองค์ได้ขะมักเขม้นในการประกาศข่าวประเสริฐนี้แก่ทุกๆ คน ข้าแต่พระเจ้า ด้วยเหตุแห่งการประกาศความรอดและความรักของพระองค์นี้เป็นเหตุนำมาซึ่งการข่มเหง การข่มขู่ และการพยายามหมายเอาชีวิตจากผู้คนที่มีมารซาตานอยู่เบื้องหลัง มันพยายามขัดขวางทุกวิถีทางที่จะหยุดประชากรของพระองค์ พระองค์เจ้าข้า ในเวลานี้ขอพระองค์ทรงโปรดเมตตาระลึกถึงบรรดาผู้รับใช้เหล่านี้ที่ต้องเผชิญกับความยากลำบากในการประกาศข่าวประเสริฐ ขอพระองค์ทรงประทานกำลังให้อดทนได้ ขอพระองค์ทรงปกป้องคุ้มภัย ขอพระองค์ทรงประทานสันติสุขภายในจิตใจ ทรงเป็นความหวังใจและขอทรงยกชูกำลังกายใจเพื่อการรับใช้พระองค์จนถึงที่สุดแก่บรรดาผู้รับใช้เหล่านี้ด้วยเถิด ข้าพระองค์ทูลขอต่อพระองค์ในพระนามพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน

Continue reading

มาอธิษฐานทูลขอพระเจ้าทรงให้เราเป็นเครื่องมือในการช่วยเหลือผู้ยากไร้ขัดสนด้วยกันเถิด

พระวจนะสอนเราว่า เพราะว่าคนจนจะไม่หมดไปจากแผ่นดิน เพราะฉะนั้นข้าพเจ้าจึงบัญชาท่านว่า ท่านต้องยื่นมือให้อย่างใจกว้างต่อพี่น้องของท่าน คือต่อคนขัดสนคนยากจน ซึ่งอยู่ในแผ่นดินของท่าน เฉลยธรรมบัญญัติ 15:11 พระเจ้าพระบิดา พระเจ้าทรงเป็นผู้สร้างและประทานชีวิตลมหายใจแก่มนุษย์ทุกคน พระองค์ทรงสร้างมนุษย์ขึ้นมาเพื่อการนมัสการ สรรเสริญยกย่องพระนามของพระองค์ รับการอวยพรจากพระองค์ และให้มนุษย์นั้นช่วยเหลือดูแลเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ผูกพันกัน ห่วงใยกัน เอาใจใส่ซึ่งกันและกัน ข้าแต่พระเจ้า แน่นอนว่า การรับพระพรจากพระองค์นั้นพระองค์ทรงประทานให้แก่มนุษย์ซึ่งเป็นไปตามพระประสงค์ของพระองค์ที่อาจเหมือนกัน คล้ายกัน และแตกต่างกัน ซึ่งก็เพื่อให้มนุษย์นั้นผูกพันกันโดยมีพระองค์เป็นศูนย์กลาง เป็นจุดยึดมั่น เป็นจุดหลักแห่งชีวิต สามารถดำเนินชีวิตไปข้างหน้าได้ พระองค์เจ้าข้า ข้าพระองค์ขอบพระคุณพระองค์ที่ทรงเมตตาให้ข้าพระองค์มีอันจะอยู่จะกินที่สามารถดำรงอยู่ได้ ขอบพระคุณพระองค์ในพระเมตตานั้นพระองค์ทรงประทานให้มือของข้าพระองค์สามารถยื่นออกไปและสนับสนุนพี่น้องท่านอื่นที่ยังขาดอยู่ พระองค์เจ้าข้า…

Continue reading

มาอธิษฐานขอพระเจ้าทรงนำเราในการหว่านข่าวประเสริฐและพระพรของพระองค์กันเถิด

พระวจนะสอนเราว่า อย่าหลงเลย ท่านจะหลอกลวงพระเจ้าไม่ได้ เพราะว่าผู้ใดหว่านอะไรลง ก็จะเกี่ยวเก็บสิ่งนั้น กาลาเทีย 6:7 ข้าแต่พระเจ้าพระบิดา พระเจ้าผู้ทรงเป็นความรักและเป็นความจริง ในพระองค์ไม่มีการหลอกลวง เพราะในพระองค์ล้วนเป็นความจริงทั้งสิ้น จึงไม่มีสิ่งใดที่จะมาหลอกลวงพระเจ้าได้ เนื่องด้วยความสัพพัญญูของพระองค์ พระองค์จะทรงตอบสนองต่อมนุษย์ตามน้ำพระทัยของพระองค์และตามการกระทำของพวกเขา ที่ได้ดำเนินชีวิตและลงมือกระทำการในสิ่งต่างๆ ลงไปในแต่ละวัน และในแต่ละการกระทำด้วยความยุติธรรมและเที่ยงธรรมเสมอ ข้าแต่พระเจ้า ในทุกๆ วันขอพระองค์ทรงโปรดเมตตาให้ข้าพระองค์ที่จะสามารถมีกำลังในการดำเนินและกระทำตามน้ำพระทัยของพระองค์ได้ด้วยเถิด โดยเฉพาะการที่ข้าพระองค์จะมีกำลังในการประกาศข่าวประเสริฐเรื่องการทรงช่วยให้รอด และความรักอันประเสริฐของพระองค์ที่ทรงมีต่อทุกคน ข้าพระองค์ทูลขอต่อพระองค์ในพระนามพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน

Continue reading

“มาอธิษฐานขอพระเจ้าให้เรามีจิตใจที่ให้อภัยแก่ผู้อื่นได้กันเถิด”

พระวจนะของพระเจ้าสอนเราว่า บุคคลผู้ให้อภัยการทรยศก็มุ่งจะสร้างมิตรภาพแต่คนปากโป้งจะทำลายความเป็นมิตร สุภาษิต 17:9 ข้าแต่พระเจ้าพระบิดา หากไม่มีการอภัยจากพระองค์มนุษย์ทุกคนก็จะตกอยู่ในความผิดและความบาปตลอดไปเป็นนิตย์ แต่ด้วยความรักที่พระองค์ทรงมีต่อมนุษย์ทุกคนที่พระองค์ทรงสร้าง พระองค์จึงทรงประทานการอภัยบาปผ่านทางพระเยซูพระบุตรแก่ทุกคนที่เชื่อวางใจในพระบุตรนั้น ขอบพระคุณพระเยซูที่บนกางเขนนั้นพระองค์ทรงนำการอภัยและไม่ถือโทษบาปผิดที่ข้าพระองค์ได้กระทำ ข้าแต่พระเจ้า ในเวลานี้เช่นกันขอพระองค์ทรงสอนและทรงนำจิตใจของข้าพระองค์ที่จะเรียนรู้ในการให้อภัยแก่ผู้อื่นที่ได้กระทำผิดต่อข้าพระองค์ พระองค์ทรงให้อภัยและรักข้าพระองค์โดยไม่มีข้อแม้ ขอให้ข้าพระองค์ให้อภัยและรักผู้อื่นได้ด้วยเถิด ข้าพระองค์ทูลขอต่อพระองค์ในพระนามพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน

Continue reading

“ข่มตาหลับไม่ลง”

ทุกคนคงเป็นเหมือนกัน คือ เวลาที่เรามีเรื่องทุกข์ร้อนอะไรก็ตามที่ทำให้เกิดความวิตกกังวล เราจะหลับตานอนไม่ลง เพราะเรื่องต่างๆ เหล่านั้นที่เกิดขึ้นกับเรามันจะคอยรบกวนให้เกิดความวิตกกังวลสารพัดจนกระทั่งข่มตาหลับไม่ลง ต่อให้ง่วงยังไงก็ยังหลับไม่ลงอยู่ดี             สิ่งที่ว่านี้ก็เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้นกับทุกคน จนทำให้กลายเป็นปัญหาที่มาของความเครียด นักจิตวิทยาบอกว่าเมื่อเราเข้านอนพอดับไฟทุกอย่างรอบตัวเราจะมีแต่ความมืดและความเงียบ ในเวลานี้เองเป็นจังหวะที่เหมาะต่อภาพแห่งปัญหาทุกข์ร้อนทั้งหลายจะเข้ามาในความคิดของเราได้อย่างชัดเจนกว่าเวลาอื่นได้ และในความชัดเจนดังกล่าวนี้จะย้ำเน้นให้เราเห็นชัดเจนทำให้เกิดสิ่งที่หนักกว่าปกติเพราะปราศจากเสียงรบกวนหรือเสียงแทรกให้เสียสมาธิ ทั้งยังมีความ “เงียบ” เข้ามาช่วย “ความมืด” อีกด้วย ก็ยิ่งเหมือนถูกบังคับให้เราคิดหนักไปในทางเลวร้ายมากกว่าเวลาปกติเสียอีก สุดท้ายก็กลายเป็นคนคิดมากเต็มไปด้วยความวิตกกังวลสารพัด ยิ่งถ้าจิตใจไม่เข้มแข็งด้วยแล้วความเครียดจะเข้ามาครอบงำได้ง่าย สาเหตุที่ข่มตาหลับไม่ลงอีกอย่างก็คงจะเป็นเพราะคนที่มีความจริงจังต่อชีวิตและการทำงาน มุ่งมั่นตั้งใจต้องการจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่งความ “สำเร็จ” และด้วยความจริงจังนี้แหละทำให้เกิดความกังวลห่วงใยในสิ่งที่ตนกำลังทำ จนกลายเป็นความวิตกกังวลต่อความผิดพลาดล้มเหลวที่อาจจะเกิดขึ้น ทำให้คิดหนักคิดมากจนกระทั่งเวลาเข้านอนก็ยังข่มตาให้หลับไม่ลง จนทำให้บางคนกลายเป็นโรคนอนไม่หลับไปก็มาก             พระวจนะธรรมคัมภีร์ได้บอกถึงสาเหตุของความเหน็ดเหนื่อยจากความวิตกกังวลต่อสภาวะการดำเนินชีวิตของมนุษย์นั้นเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่พ้น…

Continue reading