“ข้าพเจ้าหวนคิดขึ้นมาได้ ข้าพเจ้ามีความหวังขึ้นเมื่อคิดได้ว่า ความรักมั่นคงของพระเจ้าไม่เคยหยุดยั้ง และพระเมตตาของพระเจ้าไม่มีสิ้นสุด”

ความหวัง เป็นสภาวะทางจิตใจในเชิงบวกที่เกิดจากการคาดหวังว่าจะมีสิ่งดีๆ เกิดขึ้นในอนาคต พร้อมความเชื่อมั่นและแรงจูงใจที่จะลงมือทำเพื่อให้สิ่งนั้นสำเร็จ เป็นพลังขับเคลื่อนให้คนมีทัศนคติที่ดี มองเห็นหนทาง แม้ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก และเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการก้าวผ่านอุปสรรคต่างๆ เป็นแรงผลักดันที่ช่วยให้มีพลังในการลงมือทำ และมีความสุขเมื่อบรรลุเป้าหมาย เป็นความปรารถนาในสิ่งดีๆ ในอนาคตที่มาพร้อมกับความเชื่อมั่น โดยเฉพาะความหวังที่หยั่งรากในพระเจ้า ความหวังจึงเป็นมากกว่าความปรารถนา เป็นกระบวนการทางความคิดที่ร่วมมือกับจิตใจที่ทำให้เราเชื่อมั่นและมีความพร้อมที่จะสร้างสรรค์อนาคตที่ดีงามของตัวเอง โดยเฉพาะความหวังในพระเจ้า เพราะเราทราบว่าพระเจ้าจะทรงกระทำทุกสิ่งให้สำเร็จได้และไม่มีสิ่งใดที่พระเจ้าทรงกระทำไม่ได้ หากนั้นเป็นน้ำพระทัยและพระประสงค์ของพระองค์ ความรักมั่นคงของพระเจ้าไม่เคยยั้งหยุด พระเมตตาคุณหลั่งลงมาอยู่เสมอ ใหม่ทุกเช้าเร้าในดวงใจซาบซึ้งทุกๆ วันใหม่ พระองค์ทรงความเที่ยงตรงยิ่งนัก พระองค์ทรงความเที่ยงตรง เป็นบทเพลงแห่งคำสรรเสริญจากปากของข้าพระองค์ผู้มีความหวังในพระเจ้าของข้าพระองค์ที่มีต่อพระเจ้าที่ข้าพระองค์ไว้วางใจ ข้าแต่พระเจ้า โดยเฉพาะความรักอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ที่มีต่อข้าพระองค์ทั้งหลายผู้เป็นมนุษย์บาป และโดยพระทัยเมตตาของพระองค์จึงทรงประทานการช่วยเหลือมายังข้าพระองค์ผ่านทางพระบุตรของพระองค์ทั้งสิ้นก็ด้วยความรักมั่นคงที่พระองค์ทรงมีต่อมนุษย์ทั้งปวง ข้าพระองค์ขอบพระคุณพระองค์ด้วยสิ้นสุดความคิดจิตใจของข้าพระองค์ ขอพระองค์ทรงเป็นความหวังและเป็นความจริงในชีวิตของข้าพระองค์ตลอดไป…

Continue reading

“ท่านทั้งหลายจำเป็นต้องมีความอดทน เพื่อว่าท่านจะได้สามารถกระทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้าได้ แล้วท่านจะได้รับสิ่งที่พระองค์ได้ทรงสัญญาไว้นั้น”

ความอดทน เป็นความสามารถในการรักษาภาวะปกติของตนเองไว้ได้ แม้ต้องเผชิญกับความยากลำบาก ความทุกข์ทรมาน ความเจ็บใจ หรือสิ่งยั่วยุต่างๆ โดยไม่ย่อท้อ ทนได้ทุกสถานการณ์ และไม่แสดงอารมณ์ด้านลบออกไป เป็นคุณสมบัติที่ทำให้คนเรายืนหยัดต่อสู้เพื่อบรรลุเป้าหมาย และเป็นพื้นฐานของความสำเร็จในทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นทนต่อสภาพอากาศ ร้อน หนาว ฝน แดด และความเหนื่อยยาก ทนต่อความเจ็บไข้ได้ป่วย ความหิว ความง่วง โดยไม่ครวญครางหรือหงุดหงิดง่าย ทนต่อคำพูด กิริยาที่ไม่น่าพอใจ การถูกข่มเหง หรือความไม่ยุติธรรมจากผู้อื่น ทนต่อความอยากได้ อยากมี อยากเป็น ไม่หลงไปกับสิ่งยั่วยุหรืออบายมุข ความอดทนไม่ใช่แค่การรอคอยหรือยอมแพ้…

Continue reading

“เพราะพระเจ้าทรงเป็นใหญ่กว่าใจของเรา และพระองค์ทรงทราบทุกสิ่ง”

ใจเป็นอวัยวะที่ทรงอิทธิพลต่อร่างกายมนุษย์ เพราะว่าเมื่อใดที่ใจมีปัญหา เมื่อนั้นร่างกายก็จะมีปัญหาตามมา ไม่ว่าจะเป็นเสียใจ เศร้าใจ ท้อใจ หมดใจ ไม่มั่นใจ ใจสลาย ขาดใจ และสุดท้ายไม่หายใจ ซึ่งจะตรงกันข้ามกับ ดีใจ ได้ใจ เร้าใจ มั่นใจ ชื่นใจ สุดใจ และสุดท้ายยังหายใจอยู่ แต่ท่านทราบหรือไม่ว่ายังมีผู้ที่เป็นใหญ่กว่าใจเราและทราบทุกสิ่งที่อยู่ในใจเรา นั่นก็คือพระเจ้า เพราะพระองค์ทรงสร้าง “หัวใจ” ให้เราและพระองค์ยังทรงสามารถที่จะชำระล้าง รื้อฟื้น และสร้างใจใหม่ให้กับเราเสมอ เพียงแต่เราจะมอบหัวใจทั้งหมดที่เรามีแด่พระองค์ แล้วให้พระองค์ทรงครอบครองใจเราด้วยกันเถิด สรรเสริญพระเจ้า พระผู้ทรงสร้างชีวิตจิตใจของข้าพระองค์ทั้งหลาย…

Continue reading

“เพราะว่าความรักมั่นคงของพระองค์ดีกว่าชีวิต ริมฝีปากของข้าพระองค์จะสรรเสริญพระองค์”

ดีกว่า มีความหมายในเชิงเปรียบเทียบว่า สิ่งหนึ่งดีกว่าอีกสิ่งหนึ่งซึ่งอาจเป็นสิ่งของชนิดเดียวกันหรือต่างชนิดกันก็ตาม ใครก็ชอบของดี ยิ่งดีกว่าก็ยิ่งชอบ และแน่นอนว่า การมีชีวิตอยู่ก็ดีกว่าการตายและแทบจะไม่มีอะไรที่ดีกว่าการมีชีวิตอยู่ แต่ในพระวจนะของพระเจ้าบอกว่า “ความรักมั่นคงของพระเจ้าดีกว่าชีวิต” ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น แน่นอนว่า การมีชีวิตอยู่นั้นมิได้หมายความว่าชีวิตจะมีสันติสุขและปลอดภัยตลอดไป เพราะอย่างไรเสียความตายของชีวิตก็ต้องมาถึงทุกคนอยู่วันยังค่ำ แต่สำหรับคนที่อยู่ในความรักมั่นคงของพระเจ้านั้นย่อมดีกว่านั่นก็คือ ว่าแม้ชีวิตในโลกนี้เขาจะตาย แต่เขาจะยังมีชีวิตในฝ่ายจิตวิญญาณกับพระเจ้าอย่างปลอดภัยต่อไป และชีวิตนี้ยังเต็มไปด้วยสันติสุข ไม่ต้องเผชิญกับความทุกข์ทรมานอันแสนสาหัสจากบึงไฟนรกอย่างแน่นอน เพราะพระเจ้าทรงสัญญาไว้เช่นนี้ ดังนั้น ผู้ที่มีความรักมั่นคงของพระเข้าในชีวิต เขาจึงสรรเสริญพระเจ้าของเขาด้วยริมฝีปาก ด้วยจิตใจ และด้วยวิญญาณจิตของเขา พระเจ้าทรงมีความรักมั่นคงของพระเจ้าไม่เคยยั้งหยุด พระเมตตาคุณหลั่งลงมาอยู่เสมอ ใหม่ทุกเช้าเร้าในดวงใจ ซาบซึ้งทุกๆ วันใหม่ พระองค์ทรงความเที่ยงตรงยิ่งนัก…

Continue reading

“องค์พระผู้เป็นเจ้าไม่ได้ทรงเฉื่อยช้าในเรื่องพระสัญญาของพระองค์ ตามที่บางคนคิดนั้น แต่พระองค์ได้ทรงอดกลั้นพระทัยไว้ เพราะเห็นแก่ท่านทั้งหลายมาช้านาน พระองค์ไม่ทรงประสงค์ที่จะให้ผู้หนึ่งผู้ใดพินาศเลย แต่ทรงปรารถนาที่จะให้คนทั้งปวงกลับใจเสียใหม่”

นานไปนะ เป็นคำพูดที่มักเกิดขึ้นหลังจากการรอคอยบางสิ่งบางอย่างและผู้ที่รอคอยนั้นคิดว่าสูญเสียเวลาไปเป็นเวลานานแล้วแต่สิ่งนั้นยังมาไม่ถึง จากนั้นความคิดในมุมอื่นๆ ก็มักจะผุดขึ้นตามมา เราเคยเป็นเช่นนี้หรือไม่ ไม่รอแล้วนะ รอไม่ไหวแล้ว เลิกรอ ไม่เห็นความสำคัญของเราเลย น้อยใจ งอน ฯลฯ แต่ในทางกลับกันเราเคยคิดบ้างไหมว่าอาจมีเห็นผลที่ดีอื่นๆบางอย่างที่ทำให้เรายังไม่ได้สิ่งเหล่านั้น เช่นกัน การรอคอยพระสัญญาของพระเจ้านั้น ความจริงก็คือ พระเจ้าไม่เคยทรงผิดสัญญาที่เคยให้ไว้กับมนุษย์เลย แต่พระองค์ทรงมีเหตุผลที่ดีสำหรับเราว่าเหตุใดพระองค์จึงยังทรงไม่ให้เราในเวลาที่เราต้องการทันที และมากกว่านั้น โดยเฉพาะเรื่องการพิพากษา ที่บางครั้งเราปรารถนาอยากจะเห็นสิ่งนั้นเกิดขึ้นกับคนนั้นคนนี้แต่ทำไมไม่เกิดสักที เหตุผลหลักของพระองค์ก็คือ ทรงมีพระทัยอดกลั้นที่แสนนานและทรงมีพระทัยแห่งความรักนิรันดร์ต่อมนุษย์ทุกคนนั่นเอง แต่ในที่สุดเวลานั้นก็จะมาถึงและเกิดขึ้นอย่างแน่นอน สรรเสริญโมทนาขอบพระคุณพระเจ้า ที่พระองค์ทรงสัญญาสิ่งใดไว้แล้วพระองค์จะทรงกระทำให้สำเร็จ ข้าแต่พระเจ้า แม้ในวันที่ข้าพระองค์ต้องทนทุกข์ใจผู้เดียวเพียงลําพัง เหมือนไม่มีหนทาง ไม่มีความหวังอะไร…

Continue reading