“พระองค์จึงทรงตื่นขึ้นห้ามลม และตรัสแก่ทะเลว่า จงสงบเงียบซิ แล้วลมก็หยุด คลื่นก็สงบเงียบทั่วไป”

หลายๆ ครั้งอาจมีคนหลายคนบอกกับเราว่า มันเป็นไปตามธรรมชาติเรากระทำอะไรไม่ได้หรอก แต่ความจริงคือสำหรับพระเยซูแล้วพระองค์ทรงมีสิทธิอำนาจเหนือทุกสิ่ง ในขณะพระเยซูและเหล่ายังศิษย์กำลังล่องเรือข้ามฟากแล้วเผชิญกับพายุใหญ่จนน้ำจวนจะเต็มเรือ ในขณะที่สาวกตื่นตระหนกและหวาดกลัว พระเยซูทรงตื่นขึ้นและทรงสำแดงสิทธิอำนาจอันสมบูรณ์เหนือธรรมชาติให้พวกเขาได้เห็น เพียงแค่ทรงตรัสสั่ง ลมและคลื่นที่บ้าคลั่งก็สงบลงทันทีแสดงให้เห็นว่าพระองค์ทรงเป็นพระเจ้าผู้สร้างที่มีอำนาจเหนือสรรพสิ่ง ให้เห็นว่าแม้ในสถานการณ์ที่ดูเหมือนสิ้นหวังและน่ากลัวที่สุด หากพระเยซูประทับอยู่ในเรือหรือในชีวิตของเรา พระองค์ทรงควบคุมทุกสิ่งได้เสมอ เพียงไว้วางใจในพระองค์ ข้าแต่พระเยซูคริสต์เจ้า พระผู้ช่วยให้รอดและผู้ทรงครอบครองทุกสิ่ง ขอบพระคุณพระองค์ที่ทรงสัญญาว่าจะอยู่ร่วมกับข้าพระองค์เสมอ และไม่เคยทอดทิ้งข้าพระองค์ ขอพระองค์ทรงโปรดสถิตอยู่ภายในจิตใจของข้าพระองค์ ขอทรงให้การสถิตอยู่ของพระองค์เป็นป้อมปราการอันมั่นคงและเป็นสันติสุขที่เกินความเข้าใจในใจของข้าพระองค์ ขอทรงประทานความไว้วางใจและความมั่นใจอย่างสิ้นเชิงในสิทธิอำนาจของพระองค์ ไม่ว่าสิ่งที่สายตาตามเนื้อหนังของข้าพระองค์กำลังมองเห็นจะเป็นคลื่นลมที่น่ากลัว หรือสถานการณ์ที่ดูเหมือนไร้ทางออกอย่างไรก็ตาม ขอทรงเตือนสติข้าพระองค์ว่า พระองค์ทรงอยู่เหนือทุกสิ่งเหล่านั้น ขอทรงให้ชีวิตของข้าพระองค์นิ่งสงบด้วยความเชื่อ เฝ้ารอดูความยิ่งใหญ่ของพระองค์ด้วยใจที่เปี่ยมด้วยความหวังใจ และขอทรงให้มรสุมในชีวิตกลับกลายเป็นโอกาสที่ข้าพระองค์จะได้เห็นอัศจรรย์และพระคุณอันแสนดีของพระองค์มากยิ่งขึ้น ข้าพระองค์อธิษฐานทูลขอด้วยความไว้วางใจทั้งหมดที่มีต่อพระเจ้าในพระนามพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน พระองค์จึงทรงตื่นขึ้นห้ามลม…

Continue reading

“ที่เกิดจากเนื้อหนังก็เป็นเนื้อหนัง และที่เกิดจากพระวิญญาณก็เป็นวิญญาณ”

นี่เป็นส่วนหนึ่งของการสนทนาระหว่างพระเยซูกับนิโคเดมัส ผู้นำศาสนาชาวยิวที่มาทูลถามเรื่องแผ่นดินของพระเจ้า พระเยซูทรงอธิบายถึงความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงระหว่างการเกิดฝ่ายเนื้อหนัง ซึ่งเป็นการเกิดทางกายภาพจากครรภ์มารดา กับการเกิดใหม่ฝ่ายวิญญาณ ซึ่งเป็นการบังเกิดใหม่โดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ พระองค์ทรงชี้ให้เห็นว่าธรรมชาติของมนุษย์ที่เกิดจากเนื้อหนังนั้นเต็มไปด้วยความจำกัดและบาป ไม่อาจเข้าใจหรือเข้าส่วนในแผ่นดินของพระเจ้าได้ด้วยความพยายามหรือเชื้อสายทางโลก การจะเข้าส่วนในสิ่งที่เป็นฝ่ายวิญญาณได้นั้นจำเป็นต้องได้รับการเปลี่ยนแปลงและชำระใหม่จากพระวิญญาณบริสุทธิ์ เป็นการรับชีวิตใหม่จากพระเจ้าที่ทรงประทานให้ผ่านความเชื่อในพระเยซูคริสต์เท่านั้น ข้าแต่พระเจ้า พระบิดาผู้ทรงสถิตในสวรรค์ ขอพระองค์โปรดทรงประทานการบังเกิดใหม่ฝ่ายจิตวิญญาณ ให้เกิดขึ้นอย่างแท้จริง ขอทรงรื้อฟื้นชีวิตเก่าที่เกิดจากเนื้อหนัง และประทานชีวิตใหม่เอี่ยมที่ถือกำเนิดจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ ขอทรงโปรดให้ข้าพระองค์ตายต่อความบาปและตัวเก่า เพื่อที่จะมีชีวิตอยู่เพื่อพระองค์ มีสติปัญญา มีสายตา และมีหัวใจใหม่ที่ปรารถนาจะทำตามน้ำพระทัยของพระองค์ในทุกๆ วัน ขอพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงเข้าครอบครองและสถิตอยู่ภายใน ทรงสั่งสอน นำทาง และขับเคลื่อนทุกย่างก้าวของข้าพระองค์ ขอให้ข้าพระองค์มีความไวต่อเสียงเตือนของพระองค์ และมีความเชื่อฟังอย่างสิ้นเชิงเพื่อจะดำเนินชีวิตได้อย่างถูกต้อง บริสุทธิ์ และเหมาะสมกับการเป็นบุตรของพระเจ้า…

Continue reading

“ถ้าคนที่ไม่มีความเชื่อ จะเชิญท่านไปในงานเลี้ยงและท่านเต็มใจไป สิ่งที่เขาตั้งให้รับประทาน ก็รับประทานได้ ไม่ต้องถามอะไรโดยเห็นแก่ใจสำนึกผิดชอบ”

เมื่อคริสเตียนในเมืองโครินธ์มีปัญหาเรื่องการกินอาหารที่อาจเคยถูกนำไปกราบไหว้รูปเคารพมาก่อน อ.เปาโลจึงอธิบายถึงเรื่องเสรีภาพในพระคริสต์ที่ควบคู่กับความรักและความรับผิดชอบ โดยอธิบายว่าสิ่งที่พระเจ้าทรงสร้างล้วนทานได้ และคริสเตียนมีเสรีภาพที่จะไปร่วมงานเลี้ยงของคนต่างความเชื่อได้อย่างสนิทใจโดยไม่ต้องระแวงหรือคอยซักไซ้ไล่เลียงแหล่งที่มาของอาหารให้เป็นกังวล แต่อย่างไรก็ตาม เสรีภาพนี้ต้องอยู่ภายใต้หลักใจสำนึกผิดชอบด้วยคือ หากไม่มีใครทักท้วงก็กินได้เพื่อรักษาความสัมพันธ์อันดี แต่ถ้ามีผู้อื่นทักขึ้นมาว่าอาหารนั้นผ่านพิธีไหว้รูปเคารพ คริสเตียนก็ควรเลือกที่จะไม่กิน ไม่ใช่เพราะกลัวมลทินทางพิธีกรรม แต่เพื่อเห็นแก่จิตสำนึกของคนที่ทักท้วงและเพื่อไม่ให้เป็นเหตุให้ความเชื่อของผู้อื่นต้องสะดุดลงนั่นเอง ข้าแต่พระเจ้า ผู้ทรงเปี่ยมด้วยสติปัญญาและความรัก ขอพระองค์ทรงโปรดนำย่างก้าวและการดำเนินชีวิตของข้าพระองค์ในทุกๆ วัน ท่ามกลางสังคมที่หลากหลาย ทั้งในกลุ่มพี่น้องผู้เชื่อและผู้ที่ยังไม่รู้จักพระองค์ ขอทรงประทานความไวต่อเสียงของพระวิญญาณบริสุทธิ์ เพื่อให้ข้าพระองค์รู้ว่าสิ่งใดควรทำ สิ่งใดควรพูด และสิ่งใดควรละเว้น ในเวลาและสถานที่ที่เหมาะสม ขอทรงโปรดให้ข้าพระองค์ใช้เสรีภาพในพระคริสต์ด้วยความรัก มีจิตสำนึกที่เอื้อเฟื้อและแคร์ความรู้สึกของผู้อื่น ไม่เป็นเหตุที่ทำให้ผู้ใดต้องสะดุดหรือหลงจิตหลงทิศทางไปเพราะการกระทำของข้าพระองค์ ขอทรงให้ข้าพระองค์สามารถอยู่ร่วมกับผู้ที่ไม่เชื่อได้อย่างกลมกลืน แสดงออกถึงความจริงใจและความรักของพระองค์ผ่านการดำเนินชีวิตที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยพระคุณ ขอทรงให้ทุกการตัดสินใจ ท่าที และคำพูดของข้าพระองค์…

Continue reading

“บ้างก็ตกในที่ซึ่งมีพื้นหิน มีเนื้อดินน้อย จึงงอกขึ้นอย่างเร็วเพราะดินไม่ลึก”

นี่เป็นส่วนหนึ่งของอุปมาเรื่องผู้หว่านพืชที่พระเยซูทรงเปรียบเทียบเมล็ดพืชเป็นพระวจนะของพระเจ้า และดินเป็นสภาพจิตใจของมนุษย์ โดนชี้ไปที่ลักษณะของดินที่มีพื้นหินหนาด้านล่างและมีเนื้อดินตื้นๆ ข้างบน สะท้อนถึงจิตใจของมนุษย์ที่รับพระวจนะด้วยความยินดีอย่างรวดเร็วในตอนแรก แต่ขาดความหยั่งรากลึก เมื่อคนประเภทนี้ได้ยินข่าวประเสริฐ เขาจะตื่นเต้นและยอมรับทันทีด้วยอารมณ์ความรู้สึก แต่เนื่องจากความเชื่อไม่ได้หยั่งรากลงไปถึงระดับจิตวิญญาณและสติปัญญาอย่างแท้จริง เมื่อต้องเผชิญกับความยากลำบาก การทดลอง หรือการข่มเหงเนื่องจากพระวจนะนั้น ความเชื่อของเขาจึงเหี่ยวแห้งและละทิ้งพระเจ้าไปอย่างรวดเร็ว ข้าแต่พระเจ้า ผู้ทรงเป็นพระผู้เลี้ยงและผู้ดูแลชีวิตของข้าพระองค์ ขอพระองค์ทรงโปรดพลิกฟื้นและเตรียมจิตใจของข้าพระองค์ให้เป็นดินดีที่พร้อมที่จะรองรับเมล็ดพันธุ์แห่งพระวจนะของพระองค์ในทุกๆ วัน ขอทรงขจัดก้อนหินแห่งความแข็งกระด้าง ความสงสัย และอารมณ์ที่ฉาบฉวยออกไปจากใจของข้าพระองค์ เพื่อให้ความเชื่อของข้าพระองค์สามารถหยั่งรากลึกได้อย่างมั่นคง ขอทรงกำจัดวัชพืชแห่งความกังวลในโลกนี้ และความลุ่มหลงในทรัพย์สิ่งของที่จะมาคอยรัดพระวจนะจนไม่อาจเติบโตได้ ขอทรงกระทำให้ชีวิตของข้าพระองค์เติบโตขึ้นอย่างแข็งแรง ไม่หวั่นไหวต่อมรสุมหรือการทดลองใดๆ และขอทรงให้พระวจนะนั้นเกิดผลตามฤดูกาลเพื่อเป็นที่ถวายเกียรติแด่พระนามอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ อธิษฐานทูลขอต่อพระเจ้าในพระนามพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน บ้างก็ตกในที่ซึ่งมีพื้นหิน มีเนื้อดินน้อย…

Continue reading

“ส่วนผู้รับใช้ขององค์พระผู้เป็นเจ้าจะต้องไม่เป็นคนที่ชอบทะเลาะ แต่ต้องมีใจเมตตาต่อทุกคน…”

เมื่อเผชิญกับการสอนผิด อ.เปาโลได้แนะนำทิโมธีและผู้นำคริสตจักรทุกคนว่า เมื่อมีการสั่งสอนที่ผิด การโต้เถียงนั้นก็ไร้ประโยชน์ แต่สิ่งที่ผู้เชื่อในพระเจ้าควรกระทำคือ การสะท้อนพระลักษณะของพระคริสต์ออกไปแทนการโต้เถียงคือต้องเป็นคนไม่ชอบทะเลาะ หลีกเลี่ยงการพิพาทที่สร้างความแตกแยก มีใจเมตตาต่อทุกคน แสดงความสุภาพและเห็นอกเห็นใจแม้กระทั่งต่อผู้ที่คิดเห็นต่าง เป็นอาจารย์ที่เหมาะสม มีความสามารถในการสอนและอธิบายความจริงด้วยหลักปัญญา ไม่ใช่ใช้อารมณ์ มีความอดทน สุขุมและอดกลั้นเมื่อถูกละเมิดหรือไม่ได้รับความยุติธรรม เพราะเป้าหมายสูงสุดก็เพื่อให้ผู้รับใช้สามารถเปลี่ยนใจผู้ที่คัดค้านให้หันกลับมาหาความจริงของพระเจ้าด้วยความอ่อนสุภาพ แทนที่จะเอาชนะกันด้วยการโต้เถียง ข้าแต่พระเจ้า ผู้ทรงเปี่ยมด้วยความรักและความเมตตา ขอพระองค์โปรดทรงเปลี่ยนพฤติกรรมและจิตใจของข้าพระองค์ให้เป็นเหมือนพระองค์มากยิ่งขึ้นในทุกๆ วัน ในเวลาที่ข้าพระองค์ต้องเผชิญหน้ากับความเข้าใจผิด การต่อต้าน หรือการวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับข่าวประเสริฐ ขอทรงโปรดประทานใจที่สุขุม อดทน และอดกลั้นให้แก่ข้าพระองค์ เพื่อที่ข้าพระองค์จะไม่ตอบโต้ด้วยอารมณ์หรือเนื้อหนัง ขอทรงเติมเต็มใจของข้าพระองค์ด้วยความเมตตา เพื่อให้ข้าพระองค์สามารถมองเห็นคนที่เข้าใจผิดด้วยสายตาแห่งความรักและความสงสารแทนความโกรธเคือง ขอพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงควบคุมฝีปากและสติปัญญา…

Continue reading