“ข้าพเจ้าได้แสวงพระเจ้า และพระองค์ทรงตอบข้าพเจ้า และทรงช่วยกู้ข้าพเจ้าจากความกลัวทั้งสิ้นของข้าพเจ้า”

ในพระเจ้าไม่มีความกลัว เพราะความกลัวเข้ากันกับการลงโทษ ในพระทัยของพระเจ้านั้นพระองค์ทรงปรารถนาที่จะให้ทุกคนได้รับพระพรจากพระองค์ และพระองค์ทรงมีพระทัยที่อดทนนานต่อการกระทำของมนุษย์ แม้จะเป็นความผิดบาปก็ตาม พระองค์ทรงพร้อมที่จะยกโทษให้เสมอ ถึงกระนั้นก็ดี พระองค์ก็ได้ทรงตรัสอย่างชัดเจนถึงวาระสำคัญที่พระองค์ทรงกำหนดไว้ สำหรับผู้ที่ไม่เชื่อ ผู้ที่ไม่วางใจในพระองค์ ผู้ที่กบฏต่อพระองค์ การพิพากษานั้นจำต้องเกิดขึ้น แต่มารซาตานกลับใช้สิ่งเหล่านี้มาบิดเบือนว่าพระองค์จะทรงลงโทษ โดยไม่ให้โอกาสเพื่อชักชวนเพื่อแนะนำให้ประชากรของพระองค์หลงผิดไปจากความจริงว่า พระองค์ทรงเต็มไปด้วยพระพิโรธ ซึ่งเป็นความไม่ถูกต้องในพระทัยของพระองค์ เพราะพระองค์ทรงเป็นพระเจ้าแห่งความรัก ทรงเป็นพระเจ้าที่เต็มไปด้วยพระเมตตาและเต็มไปด้วยพระคุณ พระองค์ทรงยุติธรรมและเปิดโอกาสแก่ทุกคนที่แสวงหาพระองค์ แก่ทุกคนที่เข้ามาร้องทูลพระองค์ขอการช่วยเหลือในทุกสิ่งเสมอ พระองค์ทรงพร้อมที่จะช่วยกู้ทุกคนให้พ้นจากสิ่งชั่วร้าย พ้นจากความยากลำบาก พ้นจากอันตรายทั้งสิ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนมาจากมารซาตานผู้อยู่เบื้องหลังที่ได้วางกับดักไว้สำหรับผู้คนแล้วก็หลอกลวงผู้คนให้เห็นถึงสิ่งที่เขาเหล่านั้นจะได้รับจากพระเจ้าคือการลงโทษ ซึ่งแท้ที่จริงแล้ว การลงโทษไม่ใช่สิ่งที่พระองค์ทรงปรารถนาให้เกิดขึ้นแก่ทุกคน สำหรับพระเจ้าไม่ว่ามนุษย์คนใดจะมีความบาปผิดมากเพียงใดก็ตาม พระองค์ทรงพร้อมที่จะอภัยแก่เขาเสมอเพียงแต่เขาจะเข้ามาสารภาพ ยอมรับในพระคุณความรักของพระองค์ ยอมรับในพระนามของพระองค์ให้พระองค์เป็นพระเจ้า…

Continue reading

“มีใครในพวกท่านโดยความกระวนกระวาย อาจต่อชีวิตให้ยาวออกไปอีกสักศอกหนึ่งได้หรือ”

ทุกอย่างในโลกล้วนมีวาระที่กำหนดไว้แล้วโดยพระเจ้า วันเวลาจะสั้นหรือยาวก็ขึ้นอยู่กับพระองค์แต่เพียงผู้เดียว ไม่มีผู้ใดที่จะสามารถย่นวันเวลาให้สั้นลงหรือยืดวันเวลาให้ยาวขึ้นได้ตามใจปรารถนาของตนเอง มีเพียงพระเจ้าผู้เดียวที่ทรงกระทำสิ่งเหล่านี้ได้โดยพระองค์เอง เพราะพระองค์ทรงกระทำและสำแดงให้เห็นเป็นประจักษ์อย่างชัดเจน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าทั้งสิ้นขึ้นอยู่กับพระองค์ เช่นนั้นแล้ว มนุษย์ทั้งปวงจำเป็นที่จะวางใจในพระเจ้าด้วยสุดจิตสุดใจ ซึ่งพระเจ้าทรงมีพระประสงค์และมีน้ำพระทัยอันดีเลิศแก่มนุษย์ทุกคน การไว้วางใจในพระเจ้าแสดงถึงความเชื่อมั่นถึงพระประสงค์อันดีที่พระองค์ทรงมีแก่ผู้นั้นและการไว้วางใจนั้นยังหมายถึง การมอบภารกิจทุกอย่างไว้กับพระเจ้าแต่เพียงผู้เดียว ไม่มีความกระวนกระวายใจ ไม่มีความพยายามดิ้นรนด้วยกำลังสติปัญญาของตนเอง และไม่หันไปหาที่พึ่งพาอื่นใด แต่เป็นการยอมรับว่า ทั้งสิ้นขึ้นอยู่กับพระเจ้าและเชื่อมั่นในพระคุณความรักความดีของพระเจ้าที่มีต่อตนเอง ข้าแต่พระเจ้าที่รัก ในโลกนี้เต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวายทำให้ข้าพระองค์วิตกกังวลกระวนกระวายใจในเรื่องต่างๆ ที่เข้ามาในบางวาระ ขอพระองค์ทรงสอนข้าพระองค์ที่จะมีชัยชนะเหนือความกระวนกระวายใจ ขอพระองค์ทรงให้ข้าพระองค์เรียนรู้ที่จะวางใจให้พระองค์เป็นผู้ดำเนินการแต่เพียงผู้เดียวด้วยความเชื่อในพระองค์ ขอพระองค์ทรงโปรดให้ข้าพระองค์วางใจในพระองค์โดยพระนามขององค์พระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน มีใครในพวกท่านโดยความกระวนกระวาย อาจต่อชีวิตให้ยาวออกไปอีกสักศอกหนึ่งได้หรือ – ลูกา 12:25

Continue reading

“จงสรรเสริญพระเจ้าเถิด คนที่เกรงกลัวพระเจ้าก็เป็นสุข คือผู้ปีติยินดีเป็นอันมากในพระบัญญัติของพระองค์”

สรรเสริญโมทนายกย่องพระนามพระเจ้าผู้สูงสุด พระองค์ทรงฤทธานุภาพยิ่งใหญ่สูงสุด ไม่มีผู้ใดจะเทียบเทียมพระองค์ได้สรรพสิ่งทุกอย่างทั้งสิ้นล้วนอยู่ภายใต้อำนาจของพระองค์ ไม่ว่าจะเป็นการดำรงชีวิตอยู่ การหมดไปของชีวิตลมหายใจพระองค์ก็ทรงเป็นผู้กำหนดและขึ้นอยู่กับพระองค์ ดังนั้น ความเคารพยำเกรงต่อพระองค์จึงเป็นความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับมนุษย์ทั้งปวง เพราะนั่นหมายถึงความเชื่อฟัง หมายถึงการถวายพระเกียรติ หมายถึงการยกย่องสรรเสริญ ให้พระองค์อยู่เหนือชีวิตของตนเอง ซึ่งเป็นวิถีและการกระทำที่ออกมาด้วยจิตใจภายในที่เปี่ยมไปด้วยความยินดี เต็มล้นไปด้วยความเต็มใจ และมั่นใจในพระองค์อย่างที่สุด ข้าแต่พระเจ้า พระองค์ทรงประทานพระบัญญัติแก่ข้าพระองค์ทั้งหลายเพื่อให้ข้าพระองค์ได้ดำเนินตามสิ่งที่พระองค์ทรงตรัสไว้ เพื่อให้ข้าพระองค์รู้ถึงสิ่งที่ควรและไม่ควรกระทำ เพื่อความสุขและสันติภาพในชีวิตของข้าพระองค์ พระองค์จึงทรงประทานพระบัญญัตินั้นแก่ข้าพระองค์ ข้าแต่พระเจ้า ในทุกๆ วันขอพระองค์ทรงโปรดเมตตาให้ข้าพระองค์ระลึกถึงพระบัญญัติของพระองค์ โดยเฉพาะพระบัญญัติแห่งรักของพระองค์ที่มีต่อชีวิตของข้าพระองค์ ให้ข้าพระองค์สามารถดำเนินและกระทำตามพระบัญญัติของพระองค์ด้วยความเต็มใจอันเป็นการถวายเกียรติแด่พระองค์ผู้สูงสุดได้ด้วยเถิด ข้าพระองค์อธิษฐานขอต่อพระองค์ในพระนามพระเยซูเจ้า อาเมน จงสรรเสริญพระเจ้าเถิด คนที่เกรงกลัวพระเจ้าก็เป็นสุข คือผู้ปีติยินดีเป็นอันมากในพระบัญญัติของพระองค์ –…

Continue reading

“ถ้าเจ้าได้เชื่อฟังบัญญัติของเรา แล้วความสุขสมบูรณ์ของเจ้า จะเป็นเหมือนแม่น้ำ และความชอบธรรมของเจ้า จะเป็นเหมือนคลื่นทะเล”

สรรเสริญโมทนาพระคุณพระเจ้า พระผู้ทรงประทานพระเยซูพระบุตรลงมาเพื่อทรงเป็นต้นแบบแห่งการเชื่อฟังที่ดีที่สุดแก่ข้าพระองค์ทั้งหลาย เพราะพระเยซูพระบุตรทรงปฏิบัติตามคำสั่งหรือพระมหาบัญชาของพระเจ้าผู้สูงสุดอย่างสัตย์ซื่อเต็มพระทัย พระองค์ทรงเชื่อฟังจนถึงที่สุดจนกระทั่งยอมสละพระชนม์ชีพของพระองค์เพื่อให้เป็นไปตามพระประสงค์ของพระเจ้าพระบิดาที่มีในพระองค์และมีต่อมนุษย์ทุกคน และสำหรับมนุษย์นั้นพระเจ้าทรงปรารถนาให้ข้าพระองค์ทั้งหลายเชื่อฟังพระองค์ผ่านพระวจนะของพระองค์ ผ่านพระราชกิจขององค์พระเยซูคริสต์ที่ได้ทรงกระทำที่ทรงแนะนำทรงสั่งสอนแก่บรรดาผู้เชื่อในพระองค์ถึงการดำเนินชีวิตตามพระวจนะของพระเจ้า โดยพระองค์ได้ทรงรวบรวมพระบัญญัติของพระเจ้าให้เป็นข้อสำคัญที่สุดคือ จงรักพระเจ้าด้วยสุดจิตสุดใจและรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตัวเอง ด้วยเหตุแห่งพระบัญญัตินี้ผู้ใดก็ตามที่เชื่อในพระบัญญัติของพระเจ้า พระองค์ทรงสัญญาถึงความอุดมสมบูรณ์ในชีวิตและจิตวิญญาณและพระองค์ทรงรับเป็นความชอบธรรมของผู้นั้นในสายพระเนตรของพระองค์ ขอบพระคุณพระองค์ ข้าแต่พระเจ้าพระบิดาผู้สูงสุด ขอบพระคุณพระองค์สำหรับพระบัญญัติของพระองค์ที่ทรงประทานให้แก่ข้าพระองค์ผ่านองค์พระเยซูคริสต์พระบุตรของพระองค์ เพื่อให้ข้าพระองค์ดำเนินตามและเชื่อฟังพระบัญญัติของพระองค์นั้นด้วยความเต็มใจและด้วยความยินดียิ่งนัก ขอพระองค์ทรงโปรดทรงนำข้าพระองค์ที่จะสามารถมีหัวใจแห่งการเชื่อฟัง และมีกำลังในการกระทำตามพระบัญญัติแห่งรักของพระองค์ ขอพระองค์ทรงช่วยเหลือและทรงนำข้าพระองค์ให้สามารถทำได้ด้วยเถิด เพื่อเป็นการถวายพระเกียรติแด่พระองค์เสมอไป ข้าพระองค์ทูลขอต่อพระองค์ในพระนามพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน โอ ถ้าเจ้าได้เชื่อฟังบัญญัติของเรา แล้วความสุขสมบูรณ์ของเจ้า จะเป็นเหมือนแม่น้ำ และความชอบธรรมของเจ้า จะเป็นเหมือนคลื่นทะเล – อิสยาห์ 48:18

Continue reading

“ได้ปัญญาก็ดีกว่าได้ทองคำสักเท่าใด ที่จะเลือกเอาความรอบรู้ก็ดีกว่าเงิน”

โลกนี้สอนและบอกต่อๆ กันว่าการมีเงินก็นับว่าเป็นน้อง การมีทองก็นับว่าเป็นพี่ ซึ่งเป็นความหมายที่ชัดเจนว่าผู้คนให้ความสำคัญเกี่ยวกับเงินและทองเป็นอย่างมาก อีกทั้งรวมไปถึงการสะสมทรัพย์สมบัติในโลกนี้ให้มากที่สุดเท่าที่จะมีได้เพื่อความเป็นอยู่ที่สะดวกสบาย เพื่อเกียรติ เพื่อศักดิ์ศรี และเพื่ออำนาจบารมีของตนเอง ซึ่งแท้จริงสิ่งของเหล่านี้ไม่มีผู้ใดที่สามารถจะนำติดตัวไปได้เมื่อจากโลกนี้ไปเพราะทุกอย่างเหล่านี้ล้วนอนิจจัง แต่สิ่งที่จีรังยั่งยืนคือ การดำรงอยู่ของพระเจ้าและพระวจนะของพระองค์ซึ่งดำรงอยู่เป็นนิตย์ผ่านทางพระเยซูคริสต์และพระวิญญาณบริสุทธิ์เท่านั้นที่สามารถดำรงอยู่ได้ตลอดไปเป็นนิตย์ ดังนั้น พระองค์จึงทรงตรัสและทรงบอกแก่มนุษย์ทุกคนว่า การมีปัญญาคือ การรู้จักพระเจ้าเป็นการส่วนตัวนั้นมีค่ามากที่สุดสำหรับชีวิตทั้งในโลกนี้และโลกหน้า เมื่อมีความเข้าใจในน้ำพระทัยและพระประสงค์ของพระองค์และเข้าใจพร้อมกระทำตามพระวจนะของพระองค์ซึ่งทรงตรัสไว้แก่มนุษย์ทุกคน เพราะนั่นคือ สิ่งที่มีค่าที่สุดสำหรับมนุษย์ทุกคนไม่ว่าผู้ใดก็ตามที่เชื่อวางใจกระทำตามคำสั่งสอนของพระองค์ก็จะได้รับสิ่งที่พระองค์ทรงสัญญาไว้คือ ชีวิตนิรันดร์ที่อยู่กับพระองค์ตลอดไปเป็นนิตย์ ข้าแต่พระเจ้า ขอพระองค์ทรงโปรดให้ข้าพระองค์ใส่ใจและให้ความสำคัญสำหรับพระวจนะของพระองค์ซึ่งเป็นปัญญาแก่ข้าพระองค์มากกว่าที่ข้าพระองค์จะสนใจและใส่ใจในการมีเงินและทองสำหรับความสุขสบายในโลกนี้ ข้าพระองค์ทูลขอปัญญาและความรอบรู้จากพระองค์ในพระนามพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน ได้ปัญญาก็ดีกว่าได้ทองคำสักเท่าใด ที่จะเลือกเอาความรอบรู้ก็ดีกว่าเงิน – สุภาษิต 16:16

Continue reading