คนสิ้นเนื้อประดาตัวเป็นคนที่ไม่มีและไม่เหลืออะไรในชีวิต

คนสิ้นเนื้อประดาตัวเป็นคนที่ไม่มีและไม่เหลืออะไรในชีวิต เป็นคนที่ยากจน ไม่มีทรัพย์สิน หรืออยู่ในสภาพลำบาก แต่พระเจ้าทรงเห็นความทุกข์ของเขาและทรงใส่พระทัย พระเจ้าไม่ทรงดูถูกผู้ที่ต่ำต้อย ไม่ทรงรังเกียจ ไม่ทรงเหยียดหยาม ไม่ทรงมองข้ามคนที่สังคมอาจมองว่าไม่มีค่า สำหรับพระเจ้าแล้วพระองค์ทรงฟังเสียงของผู้ที่ร้องทูลต่อพระองค์ แม้คนนั้นไม่มีอำนาจ ไม่มีทรัพย์ หรือถูกสังคมมองข้าม พระเจ้าก็ยังทรงรับฟังคำอธิษฐานและความทุกข์ของเขา แสดงให้เห็นถึงความเมตตาความยุติธรรมของพระเจ้าว่า พระเจ้าทรงให้คุณค่าแก่ทุกคน ไม่ว่าคนรวยหรือคนจน ข้าแต่พระเจ้าผู้สูงสุด พระบิดาผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระสิริและพระเมตตา ข้าพระองค์เข้ามาต่อเบื้องพระพักตร์พระองค์ด้วยหัวใจที่เต็มด้วยใจนมัสการพระองค์ ข้าพระองค์ขอสรรเสริญพระองค์ พระเจ้าผู้ทรงครอบครองเหนือจักรวาล แต่กลับทรงโน้มพระทัยลงมาหาผู้ที่โลกทอดทิ้ง พระองค์มิทรงดูหมิ่นผู้ที่สิ้นเนื้อประดาตัว หรือมิทรงเมินเฉยต่อผู้ที่หัวใจแตกสลายและสิ้นหวัง ขอบพระคุณในความยุติธรรมที่เที่ยงตรง ขอบพระคุณพระเจ้าที่สายพระเนตรของพระองค์มิทรงลำเอียง พระองค์ทรงมองเห็นคุณค่าของมนุษย์ที่จิตใจ มิใช่ที่ทรัพย์สินเงินทอง สำหรับพระองค์แล้ว…

Continue reading

ความสัตย์ซื่อ คือการเป็นคนที่จริงใจ

ความสัตย์ซื่อ คือการเป็นคนที่จริงใจ ซื่อตรง และมั่นคงต่อคำพูดหรือหน้าที่ ไม่หลอกลวง ไม่ทรยศ และรักษาสิ่งที่ตนสัญญาไว้ พูดความจริง ไม่โกหก ไม่หลอกลวง รักษาคำพูด ไว้วางใจได้ สามารถเชื่อถือได้ มั่นคงไม่เปลี่ยนแปลงง่าย ไม่หักหลัง ไม่ทรยศ ในทางจิตวิญญาณนั้นคือ การซื่อตรงและมั่นคงต่อพระเจ้า ดำเนินชีวิตตามคำสอนของพระองค์ และไม่ละทิ้งความเชื่อแม้ในเวลายากลำบาก ซึ่งแตกต่างจากคนที่คดโกงที่มีลักษณะบุคคลที่ ไม่ซื่อสัตย์ ใช้การหลอกลวงหรือทุจริตเพื่อเอาประโยชน์ให้ตนเอง โดยทำให้ผู้อื่นเสียประโยชน์หรือเสียหาย พูดไม่จริง หรือใช้วิธีหลอกเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ ทุจริต เอาสิ่งที่ไม่ใช่ของตน เช่น โกงเงิน…

Continue reading

“แต่ผู้ใดจะไม่ยอมรับเราต่อหน้ามนุษย์ เราก็จะไม่ยอมรับผู้นั้นเฉพาะพระพักตร์พระบิดาของเราผู้สถิตในสวรรค์ด้วย”

การยอมรับ เป็นการแสดงการรับรู้ เข้าใจ ยินยอมว่าเป็นความจริง ส่วนการยอมรับต่อหน้าเป็นการแสดงการยอมรับหรือประกาศยอมรับอย่างเปิดเผยต่อหน้าผู้อื่น หรือในที่สาธารณะไม่ได้ปิดบังหรือซ่อนเร้น โดยการยอมรับความจริง การยอมรับความสัมพันธ์ การยอมรับในความเชื่อ และการยอมรับความผิด การยอมรับนั้นสามารถทำได้ทั้งตัวต่อตัว หน้าต่อหน้า และต่อหน้าบุคคลอื่นหรือที่เรียกว่าต่อหน้ามวลชน ซึ่งจะมีน้ำหนักที่มากเพราะมีผู้ที่เป็นพยานในการยอมรับอย่างชัดเจน การยอมรับพระคริสต์นั้นพระเจ้าทรงปรารถนาให้มนุษย์ยอมรับพระองค์ทั้งเป็นการส่วนตัวหน้าต่อหน้ากับพระองค์ และยอมรับพระองค์ต่อหน้าคนทั้งปวงด้วย ซึ่งพระองค์ก็จะทรงยอมรับผู้นั้นด้วยพระนามของพระองค์และต่อพระพักตร์ของพระบิดาเช่นกัน ข้าแต่พระเจ้า พระบิดาผู้ทรงสถิตในสวรรค์ ข้าพระองค์ขอยอมรับว่าข้าพระองค์เป็นคนบาป ต้องการความรอดจากพระองค์ ในวันนี้ข้าพระองค์ขอเปิดประตูใจยอมรับพระเยซูคริสต์ให้ทรงเป็นพระเจ้าและเป็นองค์พระผู้ช่วยให้รอดในชีวิตของข้าพระองค์ ข้าพระองค์เชื่อว่าพระองค์ทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนเพื่อไถ่บาปผิดของข้าพระองค์และมนุษย์ทุกคน ทรงฟื้นคืนพระชนม์เพื่อให้ข้าพระองค์ทั้งหลายมีชีวิตใหม่ในพระองค์ ในเวลานี้ ข้าพระองค์ขอประกาศตัวเป็นสาวก เป็นผู้เชื่อ และเป็นผู้ติดตามพระองค์ ขออัญเชิญพระองค์เสด็จขึ้นครองบัลลังก์ในใจ ให้พระองค์ทรงเป็นเจ้าเหนือชีวิตของข้าพระองค์แต่เพียงผู้เดียว…

Continue reading

“ถ้าเจ้าทำดี เจ้าก็จะเป็นที่ยอมรับไม่ใช่หรือ ถ้าเจ้าทำไม่ดี บาปก็หมอบอยู่ที่ประตู อยากตะครุบเจ้า เจ้าจะต้องเอาชนะบาปนั้น”

“ถ้าเจ้าทำดี เจ้าก็จะเป็นที่ยอมรับไม่ใช่หรือ” เป็นพระดำรัสที่พระเจ้าทรงตรัสกับคาอิน หลังจากที่เขาโกรธแค้นที่เครื่องบูชาของเขาไม่ได้รับการยอมรับเท่ากับของอาแบลผู้น้อง ในบริบทนี้ไม่ได้หมายถึงเพียงการกระทำภายนอก แต่หมายถึงท่าทีของใจที่ถูกต้องต่อพระเจ้า พระเจ้าทรงมองเห็นแรงจูงใจเบื้องหลังการกระทำเสมอ เช่นกัน “ถ้าเจ้าทำไม่ดี บาปก็หมอบอยู่ที่ประตู” บาป ในที่นี้ได้ถูกเปรียบเปรยเหมือนสัตว์ร้ายที่หิวโหย ที่แอบซุ่มรอจังหวะอยู่หน้าประตูบ้าน เมื่อเราเริ่มบ่มเพาะความคิดที่ไม่ดี ไม่ว่าจะเป็นความโกรธ การริษยา ความโลภ เรากำลังเปิดประตูแง้มไว้ บาปไม่ได้อยู่ไกลเลย แต่มันจดจ้องจะตะครุบและควบคุมชีวิตของเราทันทีที่เราเผลอตัวทำตามอารมณ์นั้น ซึ่งเป็นความรับผิดชอบส่วนบุคคลของตัวเรา เราไม่สามารถโทษสิ่งแวดล้อมหรือผู้อื่นได้เมื่อเราเลือกทำผิด เพราะประตูบานนั้นเราเป็นคนเปิดหรือปิดเอง ข้าแต่พระเจ้าผู้ทรงสูงสุด ข้าพระองค์เข้ามาเฝ้าพระองค์ด้วยหัวใจถ่อม ยอมรับความจริงว่า โดยกำลังของข้าพระองค์เอง ข้าพระองค์ไม่อาจมีชัยเหนือความบาปได้ บ่อยครั้งที่บาปนั้นหมอบอยู่ที่ประตูใจของข้าพระองค์ มันทั้งหนักและรุนแรงเกินกว่าที่เรี่ยวแรงอันน้อยนิดของข้าพระองค์จะปิดประตูนั้นเองได้…

Continue reading

“เพราะพระองค์เองได้ทรงทนทุกข์และถูกทดลอง พระองค์จึงทรงสามารถช่วยผู้ที่ถูกทดลองได้”

“ต้องมีประสบการณ์ตรงก่อนจึงจะช่วยผู้อื่นได้” เช่น เข้าใจนะว่าหิวเป็นยังไง ถ้าเขาไม่เคยขาดแคลนอาหารเลย คำพูดนั้นอาจจะดูว่างเปล่า แต่สำหรับพระเยซู การที่พระองค์ทรงรับสภาพมนุษย์ ทรงยอมทนทุกข์ ทรงผ่านการทดลองไม่ว่าจะเป็นในด้านความเจ็บปวด ทรงถูกเฆี่ยนตีและตรึงกางเขน ทรงรู้จักความหิวและความเหนื่อยล้า เพราะพระองค์ทรงดำเนินชีวิตแบบมนุษย์ธรรมดาทรงร้องไห้เมื่อเพื่อนรักเสียชีวิต และทรงถูกหักหลังโดยคนใกล้ชิด ผ่านการทดลองแล้วมีชัยชนะเหนือการทดลองโดยไม่ทรงทำบาปจึงพิสูจน์ว่า ในฐานะผู้ที่เคยเผชิญหน้ากับสิ่งต่างๆ เหล่านี้มาแล้วและรู้วิธีเอาชนะ ดังนั้นคำแนะนำของพระองค์จึงมีน้ำหนักและเป็นจริงอย่างแน่นอน ตามพระวจนะที่ว่าพระองค์ไม่ได้ทรงเป็นมหาปุโรหิตที่ไม่สามารถจะเห็นใจในความอ่อนแอของเราได้ แต่ทรงเคยถูกทดลองใจเหมือนอย่างเราทุกประการ ถึงกระนั้นพระองค์ก็ยังทรงปราศจากบาป ข้าแต่พระบิดาเจ้า ผู้ทรงบริสุทธิ์และทรงพระสิริ พระเยซูคริสต์พระบุตรผู้ทรงได้รับชัยชนะเหนือโลกนี้ พระองค์เจ้าข้า ขอบพระคุณพระองค์ที่พระเยซูคริสต์พระบุตรทรงผ่านความทุกข์ลำบาก การทดลอง และความเจ็บปวดนานัปการมาแล้ว พระองค์ทรงเข้าใจความอ่อนแอของข้าพระองค์ เพราะพระองค์เองทรงถูกทดลองในทุกอย่างมามากกว่าที่ข้าพระองค์เผชิญอยู่ในเวลานี้ พระองค์ทรงมีชัยชนะ…

Continue reading