“แต่พระองค์ซึ่งพระเจ้าได้ทรงให้เป็นขึ้นมานั้น มิได้ประสบความเน่าเปื่อยเลย”

ความตายทั่วไป กับ การฟื้นคืนพระชนม์นั้น เป็นสิ่งที่ไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้ เพราะในมนุษย์ทุกคนไม่ว่าเขาจะเป็นใคร เมื่อตายและถูกฝังหรือถูกเผา ร่างกายก็เน่าเปื่อยหรือแปลสภาพไปตามธรรมชาติของมนุษย์ แต่สำหรับพระเยซู พระเจ้าทรงชุบให้พระองค์ฟื้นจากความตายในวันที่สาม ร่างกายของพระเยซูไม่ได้ผุพังหรือกลายเป็นฝุ่นผงอยู่ในอุโมงค์ฝังศพ เพราะพระองค์ทรงฟื้นคืนพระชนม์ก่อนที่กระบวนการย่อยสลายตามธรรมชาติจะเกิดขึ้น แสดงถึงความบริสุทธิ์และการเอาชนะอำนาจของความตาย พระองค์ทรงเป็นอมตะและมีชัยเหนือวงจรการเสื่อมสลายของโลกใบนี้ พระเยซูทรงแตกต่างจากมนุษย์ทุกคน เพราะพระเจ้าทรงทำให้พระองค์ฟื้นจากความตายด้วยร่างกายที่สง่าราศีและเป็นอมตะ ไม่ต้องกลับไปสู่ความตายหรือการเสื่อมสลายอีกเลยซึ่งเป็นต้นเหตุให้มนุษย์ที่เชื่อวางใจในพระองค์จะได้รับการชุบให้เป็นขึ้นมาจากความตายในวันแห่งพระเจ้า ข้าแต่พระยาห์เวห์ พระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่ ข้าพระองค์ขอน้อมวันทาสรรเสริญพระองค์ด้วยสุดจิตสุดใจ ขอบพระคุณพระองค์สำหรับพระเยซูคริสต์พระบุตร พระองค์ทรงให้พระบุตรเป็นผู้พิชิตความตายและอำนาจของความมืด ขอบพระคุณพระเยซูคริสต์พระบุตรที่การฟื้นพระชนม์ของพระองค์นั้น เป็นพันธสัญญาอันทรงพลังที่ส่งผลมาถึงชีวิตของข้าพระองค์ เพราะพระองค์ทรงฟื้นขึ้นมา ข้าพระองค์จึงมั่นใจว่าความตายไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นประตูสู่ชีวิตนิรันดร์ร่วมกับพระองค์ ขอทรงโปรดให้ความหวังใจนี้เต็มล้นในใจของข้าพระองค์และพี่น้องผู้เชื่อทุกคน เพื่อให้เราดำเนินชีวิตด้วยความกล้าหาญ ไม่หวั่นไหวต่อความทุกข์ยากในโลกนี้ เพราะข้าพระองค์รู้แน่ว่าเพราะพระองค์ทรงพระชนม์อยู่เป็นนิตย์…

Continue reading

“ธัมมะที่บริสุทธิ์ไร้มลทินต่อพระพักตร์พระเจ้าและพระบิดานั้น คือการเยี่ยมเยียนเด็กกำพร้าและหญิงม่ายที่มีความทุกข์ร้อน และการรักษาตัวให้พ้นจากราคีของโลก”

ในสายพระเนตรของพระเจ้า ชีวิตที่แสดงออกจริงมีผลมากว่าพิธีกรรมหรือคำพูด แต่เป็นชีวิตที่แสดงออกจริง เพราะพระเจ้าทรงมองที่ใจ การดำเนินชีวิตและความจริงที่อยู่ภายในจิตใจ การเยี่ยมเยียนเด็กกำพร้าและหญิงม่ายเป็นการลงมือทำด้วยความรัก เพราะเด็กกำพร้าและหญิงม่ายคือกลุ่มที่อ่อนแอ ขาดการดูแล ถูกละเลยในสังคม การเยี่ยมเยียน นำการช่วยเหลือ การดูแล การแบ่งปัน การยืนเคียงข้างในความทุกข์ นี่คือภาพของความรักที่เป็นรูปธรรม ส่วนการรักษาตัวให้พ้นจากราคีของโลกคือ การดำเนินชีวิตในความบริสุทธิ์ฝ่ายจิตวิญญาณ เป็นการสะท้อนพระลักษณะของพระเจ้า ในความรัก ความเมตตา และความบริสุทธิ์นั่นเอง ข้าพระองค์ขอบพระคุณพระเจ้าสำหรับความรักมั่นคงที่ทรงมีต่อชีวิตของข้าพระองค์ในทุกวัน ในเวลานี้ข้าพระองค์ขอวางใจและชีวิตไว้ในพระหัตถ์ของพระองค์ ขอทรงนำและปกป้องข้าพระองค์ไว้ในทางของพระองค์ ขอพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงนำย่างเท้าของข้าพระองค์ ขอทรงโปรดปกป้องดวงตา ความคิด และจิตใจของข้าพระองค์ให้พ้นจากราคีและความเสื่อมทรามของโลกนี้ เพื่อข้าพระองค์จะดำเนินชีวิตอย่างบริสุทธิ์และเป็นภาชนะที่สะอาดสำหรับใช้ในพระราชกิจของพระองค์ ขอทรงโปรดประทานใจที่เมตตา…

Continue reading

“พระเจ้าทรงชูทุกคนที่กำลังจะล้มลง และทรงยกทุกคนที่โน้มตัวลงให้ลุกขึ้น”

การโน้มตัวลงต่อหน้าพระพักตร์พระเจ้า ไม่ได้หมายถึงความพ่ายแพ้ แต่หมายถึงความถ่อมใจ คือการยอมรับว่าเราเป็นมนุษย์ที่มีข้อจำกัด และยอมวางความทิฐิหรือความพยศของตนเองลงต่อเบื้องพระพักตร์พระเจ้า เมื่อเราถ่อมใจลงไม่พึ่งพากำลังหรือสติปัญญาของตนเองเพียงอย่างเดียว พระเจ้าจะทรงประทานพระคุณและยกชูเราขึ้นตามวาระเวลาของพระองค์ สำหรับคนที่ชีวิตกำลังเผชิญกับมรสุมจนต้องโน้มตัวลงด้วยความเหนื่อยล้า พระเจ้าทรงสัญญาว่าพระองค์จะทรงเป็นผู้ที่ยื่นพระหัตถ์มาพยุงให้เขากลับมายืนหยัดได้ใหม่อีกครั้งด้วยศักดิ์ศรีและการยกชูของพระเจ้านั้นแตกต่างจากโลกมนุษย์ โลกอาจยกชูคนที่มีอำนาจ แต่พระเจ้าทรงยกชูคนที่มีใจถ่อมและยอมจำนนต่อพระทัยพระองค์ เมื่อเรายอมมอบภาระนั้นให้พระเจ้า พระองค์จะทรงเป็นผู้ประคองและนำพาเราไปสู่เกียรติและศักดิ์ศรีที่พระองค์เตรียมไว้ให้ ข้าแต่พระบิดาเจ้า พระผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระสิริและพระเมตตา ข้าพระองค์เข้ามาพึ่งพิงพระองค์ในยามที่จิตใจอ่อนล้าและหมดกำลังจากการเผชิญมรสุมแห่งการดำเนินชีวิต ในวันที่โลกนี้ดูเหมือนหนักอึ้งเกินกว่าจะแบกรับ การต่อสู้ดิ้นรนทำให้ข้าพระองค์อ่อนแรงลง ข้าพระองค์ขอวางทุกความกังวลและความท้อแท้ลงที่แทบพระบาทของพระองค์ ข้าพระองค์ยอมจำนนและโน้มตัวลงต่อพระพักตร์พระองค์ด้วยความถ่อมใจ ขอพระองค์ทรงระลึกถึงพระสัญญาที่จะทรงยกชูผู้ที่ถ่อมตัวลง ขอทรงยื่นพระหัตถ์อันทรงฤทธิ์มาพยุงข้าพระองค์ให้ลุกขึ้นยืนหยัดได้อีกครั้ง ท่ามกลางพายุและมรสุมที่พัดผ่าน ขอทรงเติมกำลังใหม่ แรงใจใหม่ และสติปัญญาใหม่ให้แก่ข้าพระองค์ เพื่อที่ข้าพระองค์จะก้าวข้ามผ่านอุปสรรคทั้งปวงไปได้ ไม่ใช่ด้วยกำลังของข้าพระองค์เอง แต่ด้วยพระคุณอันล้นพ้นของพระองค์ เพื่อให้ชีวิตของข้าพระองค์ที่ถูกยกชูขึ้นนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความยิ่งใหญ่ของพระองค์…

Continue reading

“เราจะทูลขอพระบิดา และพระองค์จะประทานผู้ช่วยอีกผู้หนึ่งให้แก่ท่าน เพื่อจะได้อยู่กับท่านตลอดไป”

“เราจะอยู่กับท่านตลอดไป” เป็นคำสัญญาที่พระองค์ทรงตรัสกับสาวกก่อนการสิ้นพระชนม์ เพื่อเตรียมใจพวกเขาสำหรับการจากไปของพระองค์ อย่างไรก็ตาม พระองค์จะทรงประทานผู้ช่วยอีกผู้หนึ่งให้แก่เราเพื่อจะได้อยู่กับเราตลอดไป พระเยซูทรงแสดงให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่าง พระบิดา พระบุตร (พระเยซู) และพระวิญญาณบริสุทธิ์ โดยมีพระเยซูทรงเป็นผู้กลางที่ทูลขอพระบิดาเพื่อผู้เชื่อ ซึ่งหมายถึงพระวิญญาณบริสุทธิ์เพื่อทรงอยู่กับผู้เชื่อตลอดไป ซึ่งแสดงว่าพระเจ้าพระบิดา พระเจ้าพระเยซู และพระเจ้าพระวิญญาณจะทรงสถิตอยู่กับทุกคนที่เชื่อวางใจในพระเยซูนั่นเอง ข้าแต่พระบิดาเจ้า ผู้ทรงสถิตในสวรรค์ ข้าพระองค์ทั้งหลายเข้ามาต่อเบื้องพระพักตร์พระองค์ด้วยใจที่หิวกระหายและเชื่อวางใจในความรักมั่นคงของพระองค์ ขอทรงโปรดนำข้าพระองค์ที่จะรับพระวิญญาณตามที่พระเยซูพระบุตรทรงสัญญาไว้ว่าจะไม่ละทิ้งข้าพระองค์ทั้งหลาย บัดนี้ ขอทรงโปรดประทานพระวิญญาณบริสุทธิ์เข้ามาทรงสถิตอยู่ท่ามกลางชีวิตและภายในข้าพระองค์ทั้งหลายอย่างเต็มล้น ขอการสัมผัสแห่งพระเจ้าในองค์ตรีเอกภาพ ขอให้พระสิริและการทรงสถิตของพระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ผูกพันข้าพระองค์ทั้งหลายไว้เป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์ ขอให้ข้าพระองค์ได้สัมผัสถึงความอบอุ่น สันติสุข และความบริสุทธิ์ที่มาจากพระองค์อย่างแท้จริง ขอพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงเปิดตาใจของข้าพระองค์เพื่อให้เห็นการทรงนำในทุกย่างก้าวของชีวิต ขอให้ข้าพระองค์สามารถดำเนินชีวิตตามน้ำพระทัยและพระสัญญาที่พระองค์ทรงประทานไว้…

Continue reading

“เอานิ้วของท่านแยงที่นี่ และดูที่มือของเรา ยื่นมือของท่านออกมาคลำที่สีข้างของเรา อย่าสงสัยเลย แต่จงเชื่อ”

หลังจากพระองค์ทรงฟื้นคืนพระชนม์แล้ว และทรงปรากฏต่อสาวก แต่โธมัสไม่เชื่อคำบอกเล่าของสาวกท่านอื่น พระเยซูทรงเข้าใจความสงสัยของเขาและมนุษย์ทุกคนแทนที่พระเยซูจะตำหนิ พระองค์กลับทรงเข้าหาและตอบคำถามของเขาโดยตรง แสดงว่าพระเจ้าทรงรู้และเข้าใจความสงสัยของมนุษย์และทรงพร้อมช่วยให้เราก้าวพ้นความสงสัยนั้น พระองค์ทรงสำแดงหลักฐานของการฟื้นคืนพระชนม์โดยทรงชี้ให้เห็นพระหัตถ์ที่มีรอยตะปู สีข้างที่ถูกแทง นี่เป็นหลักฐานว่าพระองค์ที่ถูกตรึงกางเขน และพระองค์ผู้นั้นเดียวกันกับผู้ที่ฟื้นขึ้นมา พระเยซูทรงเปิดโอกาสให้โธมัสเห็นและสัมผัสพระองค์ เพื่อยืนยันความจริงของการฟื้นคืนพระชนม์ และทรงเรียกเขาให้ละความสงสัยและเข้าสู่ความเชื่ออย่างเต็มใจ เราเองก็เช่นกัน ข้าแต่พระเจ้าผู้สูงสุด ข้าพระองค์เข้ามาอยู่ต่อเบื้องพระพักตร์พระองค์ในเวลานี้ ขอพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงโปรดสัมผัสจิตใจและทรงชำระล้างความกังวล หรือข้อสงสัยใดๆ ที่เคยปิดบังใจของข้าพระองค์ให้มลายสิ้นไป ขอให้หัวใจของข้าพระองค์เปิดออกยอมรับด้วยความชื่นชมยินดีว่า พระเยซูคริสต์ทรงเป็นขึ้นมาจากความตาย พระองค์ทรงมีชัยชนะเหนือความบาปและอำนาจแห่งความตายอย่างเด็ดขาด ขอให้ความจริงนี้ฝังรากลึกลงในจิตวิญญาณของข้าพระองค์ จนไม่มีสิ่งใดจะสั่นคลอนได้ ข้าพระองค์ขอสารภาพด้วยปากและเชื่อด้วยสุดใจว่าพระเยซูคริสต์ทรงเป็นพระเจ้า พระองค์ทรงเป็นองค์พระผู้ช่วยให้รอดเพียงผู้เดียวของข้าพระองค์ตลอดไป ข้าพระองค์อธิษฐานในพระนามพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน “เอานิ้วของท่านแยงที่นี่ และดูที่มือของเรา…

Continue reading