“องค์พระผู้เป็นเจ้าไม่ได้ทรงเฉื่อยช้าในเรื่องพระสัญญาของพระองค์ ตามที่บางคนคิดนั้น แต่พระองค์ได้ทรงอดกลั้นพระทัยไว้ เพราะเห็นแก่ท่านทั้งหลายมาช้านาน พระองค์ไม่ทรงประสงค์ที่จะให้ผู้หนึ่งผู้ใดพินาศเลย แต่ทรงปรารถนาที่จะให้คนทั้งปวงกลับใจเสียใหม่”
นานไปนะ เป็นคำพูดที่มักเกิดขึ้นหลังจากการรอคอยบางสิ่งบางอย่างและผู้ที่รอคอยนั้นคิดว่าสูญเสียเวลาไปเป็นเวลานานแล้วแต่สิ่งนั้นยังมาไม่ถึง จากนั้นความคิดในมุมอื่นๆ ก็มักจะผุดขึ้นตามมา เราเคยเป็นเช่นนี้หรือไม่ ไม่รอแล้วนะ รอไม่ไหวแล้ว เลิกรอ ไม่เห็นความสำคัญของเราเลย น้อยใจ งอน ฯลฯ แต่ในทางกลับกันเราเคยคิดบ้างไหมว่าอาจมีเห็นผลที่ดีอื่นๆบางอย่างที่ทำให้เรายังไม่ได้สิ่งเหล่านั้น เช่นกัน การรอคอยพระสัญญาของพระเจ้านั้น ความจริงก็คือ พระเจ้าไม่เคยทรงผิดสัญญาที่เคยให้ไว้กับมนุษย์เลย แต่พระองค์ทรงมีเหตุผลที่ดีสำหรับเราว่าเหตุใดพระองค์จึงยังทรงไม่ให้เราในเวลาที่เราต้องการทันที และมากกว่านั้น โดยเฉพาะเรื่องการพิพากษา ที่บางครั้งเราปรารถนาอยากจะเห็นสิ่งนั้นเกิดขึ้นกับคนนั้นคนนี้แต่ทำไมไม่เกิดสักที เหตุผลหลักของพระองค์ก็คือ ทรงมีพระทัยอดกลั้นที่แสนนานและทรงมีพระทัยแห่งความรักนิรันดร์ต่อมนุษย์ทุกคนนั่นเอง แต่ในที่สุดเวลานั้นก็จะมาถึงและเกิดขึ้นอย่างแน่นอน สรรเสริญโมทนาขอบพระคุณพระเจ้า ที่พระองค์ทรงสัญญาสิ่งใดไว้แล้วพระองค์จะทรงกระทำให้สำเร็จ ข้าแต่พระเจ้า แม้ในวันที่ข้าพระองค์ต้องทนทุกข์ใจผู้เดียวเพียงลําพัง เหมือนไม่มีหนทาง ไม่มีความหวังอะไร…





