“ท่านทั้งหลายจะได้รับพระราชทานฤทธิ์เดช เมื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์จะเสด็จมาเหนือท่าน และท่านทั้งหลายจะเป็นพยานฝ่ายเรา…จนถึงที่สุดปลายแผ่นดินโลก”

พระดำรัสสุดท้ายของพระเยซูแก่สาวกของพระองค์ก่อนที่จะเสด็จขึ้นสู่สวรรค์ ว่าท่านทั้งหลายจะได้รับพระราชทานฤทธิ์เดช เมื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์จะเสด็จมาเหนือท่าน แสดงถึงพลังและฤทธิ์เดชนี้ไม่ได้เกิดจากการฝึกฝนจิตใจ แต่เกิดจากการที่พระเจ้าในพระภาคพระวิญญาณบริสุทธิ์ ผู้ทรงเข้ามาสถิตอยู่ด้วยกับสาวกเป็นผู้กระทำ เป็นการสัญญาว่าพวกเขาจะไม่ต้องทำงานเพียงลำพัง แต่จะมีผู้ช่วยจากพระเจ้ามาอยู่ด้วยเสมอ เพื่อสาวกเหล่านั้นจะเป็นผู้ที่ยืนยันสิ่งที่ตนได้เห็นและได้ยินมา ซึ่งเป็นหน้าที่หลักของคริสเตียนทุกคน ซึ่งไม่ใช่การบังคับให้คนเชื่อ แต่คือการบอกเล่าเรื่องราวชีวิต คำสอน และการฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซูผ่านทางคำพูดและการกระทำ แบบไม่จำจัดพื้นที่หรือบุคคลหนึ่งบุคลใด แต่ตามการทรงนำของพระเจ้าจนถึงที่สุดปลายแผ่นดินโลก ข้าแต่พระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ ขอบพระคุณพระองค์ที่ทรงเลือกใช้ข้าพระองค์ให้เป็นพยานถึงความรักของพระองค์ ขอพระวิญญาณบริสุทธิ์เสด็จมาเหนือข้าพระองค์ ทรงประทานถ้อยคำที่เปี่ยมด้วยสติปัญญาและความกล้าหาญ ข้าพระองค์ทราบดีว่า ลำพังกำลังของข้าพระองค์นั้นทำอะไรไม่ได้เลย ขอให้ทุกคำพูดของข้าพระองค์สะท้อนถึงพระคุณของพระเยซูคริสต์ ขอพระองค์ทรงเปิดประตูใจของผู้ที่ข้าพระองค์จะได้พบเจอ ขอฤทธิ์เดชของพระองค์ทรงเคลื่อนไหวผ่านชีวิตของข้าพระองค์เพื่อเยียวยา ปลอบประโลม และนำทางผู้ที่หลงทางกลับมาหาพระองค์ เพื่อให้ข่าวประเสริฐของพระองค์เกิดผลในใจของผู้ที่ได้ยินได้ฟัง ขอให้ข้าพระองค์สัตย์ซื่อในการเป็นพยานฝ่ายพระองค์จนถึงที่สุดปลายแผ่นดินโลกตามที่พระองค์ทรงมอบหมาย อธิษฐานทูลขอต่อพระองค์ในพระนามพระเยซูคริสต์เจ้า…

Continue reading

“เพราะว่าเราเป็นกลิ่นอันหอมหวาน ที่พระคริสต์ถวายพระเจ้าในหมู่คนที่กำลังจะรอด และคนที่กำลังประสบความพินาศ”

ในสมัยโบราณ กลิ่นหอมมักเกี่ยวข้องกับการถวายเครื่องบูชา เมื่อมีการเผาสิ่งของหรือสัตว์ถวายพระเจ้า กลิ่นหอมที่ลอยขึ้นไปแสดงถึงการที่พระเจ้าทรงยอมรับเครื่องบูชานั้น พระเยซูคริสต์คือ ต้นกำเนิดกลิ่นหอมนี้ซึ่งไม่ได้มาจากตัวมนุษย์เอง แต่มาจากชีวิตและการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูคริสต์ที่เป็นเครื่องบูชาอันสมบูรณ์แบบ เป็นกลิ่นหอมที่พระเจ้าทรงพอพระทัย เป็นกลิ่นหอมแห่งชัยชนะและความยินดี ส่วนกลิ่นแห่งความตายและการพิพากษาของการไม่เชื่อฟังปฏิเสธความเป็นพระเจ้าของพระเยซู กลิ่นนี้กลายเป็นกลิ่นที่น่ากลัวและสื่อถึงความพินาศ สำหรับผู้ที่รับความรอด กลิ่นแห่งพระคริสต์ ที่ประกอบด้วยความรัก การให้อภัย ความหวัง ชีวิตใหม่ คือ กลิ่นอันหอมหวานที่พระเจ้าทรงพระทัย ข้าแต่พระเจ้า ผู้ทรงบริสุทธิ์สูงสุด ขอบพระคุณสำหรับความรักมั่นคงและพระเมตตาที่ทรงมีต่อข้าพระองค์เสมอมา ขอทรงชำระล้าง ขอทรงโปรดขจัดกลิ่นแห่งความพินาศและความตาย ซึ่งเป็นผลพวงจากความบาปและการอธรรมที่เคยครอบงำชีวิตของข้าพระองค์ ขอทรงให้กลิ่นอายแห่งอดีตที่เสื่อมสลายนั้นหมดสิ้นไปโดยพระโลหิตของพระเยซูคริสต์ ที่ข้าพระองค์เชื่อวางใจในองค์พระเยซูคริสต์พระบุตรองค์เดียวของพระองค์ ผู้ทรงยอมสละพระชนม์เป็นเครื่องบูชาอันสมบูรณ์แบบบนกางเขน เพื่อไถ่โทษบาปแทนข้าพระองค์ ขอทรงให้ชีวิตของข้าพระองค์เป็นเครื่องบูชาที่มีชีวิต…

Continue reading

“จงปีติยินดีในพระเจ้า และพระองค์จะประทานตามใจปรารถนาของท่าน”

ความปีติยินดีในพระเจ้า เป็นความสุขลึกภายในที่มาจากการได้รู้จัก วางใจ และมีความสัมพันธ์กับพระเจ้า โดยไม่ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ภายนอก ซึ่งต่างจากความสุขทั่วไปที่ขึ้นอยู่กับเหตุการณ์ ความปีติยินดีในพระเจ้าเป็นการรู้ว่าพระเจ้าทรงรักเรา ไม่ว่าเราจะเป็นอย่างไรพระเจ้าทรงรักเสมอ เป็นการเชื่อมั่นในการยกโทษและมีความรอดบาป มีพระเจ้าทรงอยู่ด้วย เป็นความอิ่มเอมใจลึกๆ ที่โลกให้ไม่ได้ เป็นความปีติยินดีแม้เจอสถานการณ์ไม่ดี เพราะการวางใจในแผนการของพระเจ้าแม้ไม่เข้าใจแต่เชื่อว่าพระเจ้าทรงควบคุมอยู่และพึ่งพาพระวิญญาณบริสุทธิ์ ความปีติยินดีเช่นนี้เป็นผลของพระวิญญาณที่เราสร้างเองไม่ได้ แต่รับจากพระเจ้า ความปีติยินดีในพระเจ้าไม่ได้หมายความว่าไม่มีปัญหา แต่หมายความว่า แม้มีปัญหาเรายังมั่นใจว่าพระเจ้ายังทรงครอบครองและควบคุมอยู่แล้วพระเจ้าจะทรงประทานสิ่งดีแก่เรา จงชื่นชมยินดีในพระเจ้า อยู่ทุกเวลา จงชื่นชมยินดีในพระองค์ อยู่เสมอไป จงชื่นชมยินดีในพระเจ้า อยู่ทุกเวลา จงชื่นชมยินดีในพระองค์ พระเจ้าของเรา ข้าแต่พระเจ้า ในทุกๆ วันนี้มีเรื่องราวมากมายที่ทำให้ข้าพระองค์ทั้งหลายวิตกกังวล…

Continue reading

“แต่ผู้ใดเล่าจะเล็งเห็นความผิดพลาดของตนได้ขอพระองค์ทรงชำระข้าพระองค์ให้พ้นจากความผิดที่ซ่อนเร้นอยู่”

ความผิดพลาดที่เลวร้ายอย่างหนึ่งคือ การที่ตนเองทำผิดแล้วยังไม่รู้ว่าตนเองผิด โดยคิดว่าสิ่งนั้นเป็นการกระทำที่ถูกต้องเป็นภาวะที่มนุษย์ “หลงผิด” และ “เข้าใจผิดว่าตนเองถูก” ซึ่งอันตรายยิ่งกว่าการทำผิดธรรมดา เพราะคนที่รู้ว่าตนเองผิด ยังมีโอกาสกลับใจ แต่คนที่คิดว่าตนถูก จะไม่เปลี่ยนแปลงสิ่งใด เมื่อคิดว่าตัวเองถูกก็จะไม่รู้สึกผิด จึงไม่เกิดการกลับใจหรือแก้ไข จากเรื่องเล็กกลายเป็นนิสัย จากนิสัยกลายเป็นตัวตน ไม่ยอมรับคำเตือน ไม่ฟังผู้อื่น ปฏิเสธการตรวจสอบตนเองคิดว่าทำดี แต่จริงๆ คือกระทำผิด เช่นคนที่โกหก มักจะบอกว่า ทำเพื่อความจำเป็น คนที่โกรธและทำร้ายคนอื่น มักจะบอกว่า เขาสมควรได้รับ คนที่เห็นแก่ตัว มักจะบอกว่า นี่คือสิทธิของฉัน ทั้งหมดคือ…

Continue reading

“จงปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างที่ท่านปรารถนาให้เขาปฏิบัติต่อท่าน…”

ใจเขาใจเรา คือการเอาใจเขามาใส่ใจเรา หรือการมีความเข้าอกเข้าใจ ผ่านการหยุดคิดและนึกถึงความรู้สึก มุมมอง และสถานการณ์ของผู้อื่นก่อนที่จะกระทำหรือตัดสินใจ นั่นเป็นพื้นฐานสำคัญในการลดความขัดแย้ง สร้างความสัมพันธ์ที่ดี และช่วยให้การอยู่ร่วมกันในสังคมเป็นไปอย่างราบรื่น การให้เกียรติโดยการปฏิบัติต่อผู้อื่นเหมือนที่เราปรารถนาให้ผู้อื่นปฏิบัติต่อเราก่อน การเอาใจใส่ ไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบหรือมีความเป็นห่วงเป็นใย เหล่านี้เป็นหัวใจของการใช้ชีวิตร่วมกันกับผู้อื่นในสังคมอย่างมีความสุขเสมอ ข้าแต่พระเจ้า ผู้ทรงเปี่ยมด้วยความรักและพระเมตตา ขอพระองค์ทรงโปรดเปลี่ยนแปลงหัวใจ ความคิด และการกระทำของข้าพระองค์ให้เป็นไปตามน้ำพระทัยของพระองค์ ขอทรงโปรดสอนให้ข้าพระองค์มีใจที่รักผู้อื่นอย่างจริงใจ คิดดีต่อพี่น้องและทุกคนรอบข้างและกระทำต่อเขาเหล่านั้นอย่างที่ข้าพระองค์ปรารถนาให้เขากระทำต่อข้าพระองค์ ขอพระองค์ทรงชำระใจของข้าพระองค์จากความเห็นแก่ตัว ความโกรธ และการตัดสินผู้อื่น แล้วเติมเต็มด้วยความรัก ความอ่อนโยน และความอดทนเข้าไปแทนที่ เพื่อให้ชีวิตของข้าพระองค์เป็นไปตามพระธรรมคำสั่งสอนของพระองค์ เป็นพยานแห่งความรัก และเป็นเหตุให้เกิดความสามัคคีและสันติสุขในครอบครัว ชุมชน…

Continue reading