มัทธิว 2:19-20, 23 – ครั้นเฮโรดสิ้นพระชนม์แล้ว ทูตองค์หนึ่งของพระเป็นเจ้ามาปรากฏในความฝันแก่โยเซฟที่ประเทศอียิปต์สั่งว่า “จงลุกขึ้นพากุมารกับมารดามายังแผ่นดินอิสราเอล เพราะผู้ที่เป็นภัยต่อชีวิตของกุมารนั้นตายแล้ว” … ไปอาศัยในเมืองหนึ่งชื่อนาซาเร็ธ …
ข้าพเจ้าสงสัยว่าพระเยซูในวัยเด็กจะรู้สึกอย่างไรเมื่อได้ยินพ่อแม่ของพระองค์วางแผนจะกลับบ้าน เพราะแม้พระองค์จะทรงยังเล็กอยู่ แต่อียิปต์คงรู้สึกเหมือนเป็น “บ้าน” สำหรับพระองค์ พระองค์คงยังไม่ถึงสองขวบเมื่อพวกเขาออกจากเบธเลเฮม พระองค์ทรงจำได้ไหม และพระองค์ก็ไม่เคยทรงเห็นกาลิลี สิ่งที่พระเยซูทรงรู้ตั้งแต่ยังทรงเป็นเด็กเล็กๆ คือ การผสมผสานระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของครอบครัวพระองค์กับวัฒนธรรมของเพื่อนเล่นชาวอียิปต์ของพระองค์
แต่พระเจ้าทรงยังต้องการพระองค์ในอิสราเอล และนั่นคือ สถานที่ซึ่งครอบครัวของพระองค์เดินทางไป
หากคุณลองคิดดูแล้ว ภาพที่พระเยซูทรงดำเนินไปในวัยผู้ใหญ่ก็นับว่าไม่เลวทีเดียว เพราะตลอดหลายปีที่พระองค์ทรงเทศนาและรักษาโรค พระองค์มักจะทรงเคลื่อนไหวอยู่เสมอ พระองค์ทรงตรัสว่า “บุตรมนุษย์ไม่มีที่ที่จะวางศีรษะ” และพระองค์ก็ทรงพูดถูก (ลูกา 9:58ข) เตียงนอนของพระองค์มักเป็นบ้านของคนแปลกหน้าหรือที่ริมถนน ไม่มีการพักผ่อนอย่างแท้จริงสำหรับพระเยซู “ที่บ้าน” จนกว่าพระองค์ทรงทนทุกข์ สิ้นพระชนม์ และคืนพระชนม์ พระราชกิจอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ทำให้เราสามารถเป็นบุตรของพระเจ้า เราได้รับการอภัยโทษและได้รับพระพรด้วยเช่นกัน และบัดนี้พระเยซูได้ทรงเสด็จกลับไปยังบ้านของพระบิดาก่อนเราเพื่อเตรียมสิ่งต่างๆ ให้พร้อมสำหรับเรา (ดู ยอห์น 14:2: 17:24) พระองค์ทรงต้องการให้เราอยู่กับพระองค์ตลอดไป
เราอธิษฐาน: ขอบพระคุณพระเยซูเจ้า ที่ทรงทำให้บ้านของพระองค์เป็นบ้านของข้าพระองค์ อาเมน
คำถามเพื่อการใคร่ครวญ:
• อะไรทำให้สถานที่นี้เป็น “บ้าน” สำหรับคุณ
• คุณคิดว่าการได้อยู่ในบ้านของพระเยซูตลอดไปจะเป็นอย่างไร
• คุณคาดหวังว่าจะมีความสุขกับบ้านนี้หรือไม่
© : Lutheran Hour Ministries

