ธรรมชีวิตประจำวันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม 2026 “เสด็จมายังแม่น้ำจอร์แดน องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา”

“เสด็จมายังแม่น้ำจอร์แดนองค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา พระคริสต์ผู้ซึ่งเหล่าพลโยธาแห่งฟ้าสวรรค์ยกย่องเชิดชู ทรงเป็นพระเจ้าจากพระเจ้า ทรงเป็นความสว่างจากความสว่าง ทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าแห่งพระสิริ ฤทธิ์เดช และความยิ่งใหญ่

“พระผู้ช่วยให้รอดเสด็จมารับบัพติศมา (พระบุตรของพระเจ้าผู้ทรงแฝงอยู่ในเนื้อหนัง) เพื่ออยู่ภายใต้น้ำพระทัยของพระบิดาและความชอบธรรมของพระองค์บรรลุผล”

“เสด็จมายังแม่น้ำจอร์แดนองค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา” … ในสภาพของเนื้อหนัง เมื่อพระเยซูเสด็จไปรับบัพติศมาในแม่น้ำจอร์แดน พระองค์ไม่ได้ทรงใส่หน้ากากหรือเสื้อที่มีหมวกคลุมศีรษะ แต่พระองค์ทรงเป็น “พระบุตรของพระเจ้าผู้ทรงอยู่ในสภาพของเนื้อหนัง” บทเพลงของเรายืมถ้อยคำมาจากหลักข้อเชื่อแห่งไนซีนเพื่อเปิดเผยถึงอัตลักษณ์ที่ซ่อนอยู่ของพระเยซู องค์พระผู้เป็นเจ้าเสด็จมายังแม่น้ำจอร์แดนในวันนั้นทรงเป็นพระเจ้าจากพระเจ้าและความสว่างจากความสว่าง เหมือนที่อัครทูตเปาโลอธิบายถึงพระองค์ไว้ในเวลาต่อมาว่าในพระเยซูทรงมี “ความบริบูรณ์ทั้งสิ้นธำรงในพระองค์” (โคโลสี 1:19ข)

พระเยซู (พระเจ้าแท้และมนุษย์แท้) คือพระกุมารบริสุทธิ์ที่เราเพิ่งฉลองการบังเกิดของพระองค์เมื่อเร็วๆ นี้ พระองค์ทรงเป็น “องค์พระผู้เป็นเจ้าแห่งพระสิริ ฤทธิ์เดช และความยิ่งใหญ่” ผู้ทรงเป็นที่ยกย่องและสรรเสริญโดยเหล่าพลโยธาแห่งฟ้าสวรรค์เมื่อทูตสวรรค์แจ้งกับผู้เลี้ยงแกะถึงการมาบังเกิดของพระองค์ในเบธเลเฮม พระกุมารบริสุทธิ์ทรงได้รับการยอมรับนับถือและกราบไหว้นมัสการโดยคนเลี้ยงแกะเหล่านั้นและโดยเหล่าโหราจารย์จากตะวันออก มีผู้คนอีกมากมายที่โดยความเชื่อได้ยอมรับนับถือพระเยซูในช่วงการทำพันธกิจบนโลกนี้ของพระองค์ คนเหล่านี้เชื่อในพระองค์ว่าเป็นพระบุตรของพระเจ้าและเป็นพระเมสสิยาห์ที่ทรงสัญญาไว้ แต่กระนั้นสำหรับหลายคนที่ตาบอดมืดเพราะความไม่เชื่อก็ยังคงไม่ยอมรับนับถือพระเยซู พระองค์ทรงถูกปฏิเสธ ถูกทรยศ ถูกลงโทษ และถูกตรึง

เมื่อองค์พระผู้เป็นเจ้าเสด็จมายังแม่น้ำจอร์แดนเพื่อรับบัพติศมา ยอห์นจำพระองค์ได้และประกาศถึงพระอัตลักษณ์และพระประสงค์ของพระเยซูว่า “จงดูพระเมษโปดกของพระเจ้า ผู้ทรงรับความผิดบาปของโลกไปเสีย” (ยอห์น 1:29ข) พระเยซู “เสด็จมาเพื่ออยู่ภายใต้พระประสงค์ของพระบิดาและความชอบธรรมของพระองค์บรรลุผล” ในพิธีบัพติศมาของพระองค์ พระบุตรของพระเจ้าผู้ปราศจากบาปทรงเข้ามาทำหน้าที่ของพระองค์ในท่ามกลางคนบาปที่พระองค์เสด็จมาช่วยให้รอด พระองค์ทรงทำให้ความชอบธรรมทั้งสิ้นบรรลุผล ทรงเชื่อฟังพระประสงค์ของพระบิดาของพระองค์ในทุกสิ่งอย่างสมบูรณ์ “และเมื่อทรงปรากฏพระองค์ในสภาพมนุษย์แล้ว พระองค์ก็ทรงถ่อมพระองค์ลงยอมเชื่อฟังจนถึงความมรณา กระทั่งความมรณาที่กางเขน เหตุฉะนั้นพระเจ้าจึงได้ทรงยกพระองค์ขึ้นอย่างสูง และได้ประทานพระนามเหนือนามทั้งปวงให้แก่พระองค์” (ฟีลิปปี 2:8-9) โดยความเชื่อเรายอมรับนับถือและรักพระนามที่เหนือนามทั้งปวงคือ พระนามของพระเยซู เราสวมความชอบธรรมของพระเยซูและด้วยความช่วยเหลือของพระวิญญาณบริสุทธิ์เรามุ่งที่จะเดินตามพระประสงค์ของพระบิดาในชีวิตของเรา สุดท้าย วันนั้นจะมาถึงเมื่อพระเยซูเสด็จกลับมาเหมือนที่พระคัมภีร์ทำนายไว้ว่า “ดูเถิด พระองค์จะเสด็จมาพร้อมกับหมู่เมฆ และนัยน์ตาทุกดวง” (วิวรณ์ 1:7ก) ในวันอันยิ่งใหญ่นั้นเราจะเห็นพระผู้ช่วยให้รอดของเรา (พระเจ้าแท้และมนุษย์แท้) ในสภาพของมนุษย์และในสง่าราศีที่ไม่ปิดบัง

เราอธิษฐาน: พระเยซูองค์พระผู้เป็นเจ้า ข้าพระองค์มองไปที่วันนั้นเมื่อข้าพระองค์จะมองเห็นพระเยซูหน้าต่อหน้า อาเมน

คำถามเพื่อการใคร่ครวญ:

  1. คุณคิดว่าพระเจ้าทรงแฝงพระองค์อยู่ในโลกรอบข้างเราด้วยวิธีใด
  2. พระเยซูทรงสำแดงพระองค์เองว่าเป็นพระเจ้าแท้และมนุษย์แท้ด้วยวิธีใด
  3. การที่เรารู้ว่าพระเยซูทรงเป็นมนุษย์แท้เหมือนเรา สิ่งนี้สามารถเล้าโลมใจของเราอย่างไร

© : Lutheran Hour Ministries

Comments are closed.