สดุดี 67:1-3 – ขอพระเจ้าทรงพระเมตตาต่อข้าพระองค์ทั้งหลาย และอำนวยพรแก่ข้าพระองค์ ขอพระองค์ทรงให้พระพักตร์ฉายสว่างแก่ข้าพระองค์ เพื่อพระมรรคาของพระองค์จะเป็นที่รู้จักในแผ่นดินโลก ความรอดของพระองค์จะเป็นที่ทราบท่ามกลางบรรดาประชาชาติทั้งสิ้น ข้าแต่พระเจ้า ขอชนชาติทั้งหลายสรรเสริญพระองค์ ให้ชนชาติทั้งหลายสรรเสริญพระองค์
เด็กๆ ร้องเรียกพ่อแม่ว่า “มองดูหนูสิ!” ในบทเพลงสดุดีเหล่านี้ ผู้เขียนอธิษฐานว่า “ขอทรงมองดูเรา!” เขาต้องการให้พระเจ้าทรงหันพระพักตร์อันสว่างของพระองค์มายังประชากรของพระองค์ บทเพลงสดุดีเต็มไปด้วยคำอธิษฐานขอความเอาใจใส่แบบนั้นจากพระเจ้า ขอให้พระองค์ทรงส่องแสงแห่งพระพักตร์ของพระองค์ขึ้นเหนือประชากรของพระองค์ (ดู สดุดี 4:6) หรือหันมาหาพวกเขาแทนที่จะซ่อนพระพักตร์จากเขา (ดู สดุดี 69:16-17) บทเพลงสดุดีอื่นๆ ชี้ให้เห็นว่าพระเจ้าไม่ทรงยิ้มให้แก่ผู้ที่ทำความชั่ว (ดู สดุดี 34:16) เราต้องการความเอาใจใส่จากพระเจ้าอย่างเต็มที่ เราไม่ต้องการให้พระองค์ทรงหันพระพักตร์หนีจากเราด้วยความโกรธ แต่ต้องการให้พระองค์ทรงหันมาหาเราด้วยความรักและพระคุณ
พระเจ้าทรงประทานพรแก่ชาวอิสราเอลว่า “ขอพระเจ้าทรงอำนวยพระพรแก่ท่าน และพิทักษ์รักษาท่าน ขอพระเจ้าทรงให้พระพักตร์ของพระองค์ทอแสงแก่ท่าน และทรงพระกรุณาท่าน ขอพระเจ้าทรงเงยพระพักตร์ของพระองค์เหนือท่าน และประทานสวัสดิภาพแก่ท่าน” (กันดารวิถี 6:24-26) ด้วยถ้อยคำแห่งพรที่คุ้นเคยนี้ พระเจ้าทรงสัญญาว่าจะประทานพระนามของพระองค์แก่ประชากรของพระองค์ พระองค์จะไม่ทรงเมินเฉยต่อประชากรของพระองค์ด้วยความโกรธและการพิพากษา พระองค์ทรงรับรองกับพวกเขาว่าพระพักตร์อันส่องสว่างของพระองค์หันมาหาพวกเขาด้วยความโปรดปรานและการให้อภัย ประชากรของพระองค์จะมีสันติสุขในแสงสว่างแห่งพระพักตร์ของพระองค์
ในบทเพลงสดุดีนี้ พระเจ้าทรงเอาใจใส่เราด้วยจุดประสงค์พิเศษ พระพักตร์ของพระองค์ส่องแสงมายังเราเพื่อให้ทางของพระองค์เป็นที่รู้จักบนโลก และฤทธานุภาพแห่งการช่วยให้รอดของพระองค์เป็นที่รู้จักในหมู่ประชาชาติทั้งปวง เราขอให้พระเจ้าทรงอวยพรเรา เพื่อที่เราจะได้เป็นพรแก่ผู้อื่นต่อไป เราได้เห็น “ความสว่างแห่งความรู้ถึงพระสิริของพระเจ้าปรากฏในพระพักตร์ของพระคริสต์” (2 โครินธ์ 4:6ข) ผู้คนที่รู้จักพระเยซูในระหว่างที่ทรงทำพันธกิจบนโลกต่างเห็นพระพักตร์ของพระเจ้าที่ถูกปกปิดไว้ด้วยเนื้อหนังมนุษย์ เป็นพระพักตร์ที่หันมาหาผู้อื่นด้วยความรักและความเมตตา แม้ในขณะที่พระผู้ช่วยให้รอดทรงถูกตรึงบนไม้กางเขน พระพักตร์ที่บอบช้ำและถูกทำร้ายของพระองค์ก็ยังหันมาหาผู้อื่นด้วยความรัก ขณะที่พระองค์ทรงให้อภัยผู้ที่ทรมานพระองค์ ทรงดูแลห่วงใยพระมารดา และทรงให้สัญญาสวรรค์แก่โจรที่กลับใจ แต่ในวันที่เราเรียกว่าวันศุกร์ประเสริฐ พระบิดากลับหันพระพักตร์จากพระบุตรของพระองค์ พระเยซูทรงถูกทิ้งไว้ให้ทนทุกข์ทรมานบนไม้กางเขนเพื่อให้เราได้รับการช่วยให้รอด ด้วยความเชื่อในพระผู้ช่วยให้รอดผู้ทรงถูกตรึงกางเขนและคืนพระชนม์ เราจึงรู้ว่าพระเจ้าจะไม่ทรงละทิ้งเรา เรามั่นใจว่าเราได้รับการดูแลด้วยความรักจากพระเจ้า และได้รับการเสริมกำลังจากพระวิญญาณ เราจึงมีภารกิจที่จะต้องทำ เราจะทำให้ฤทธิ์อำนาจแห่งความรอดของพระองค์เป็นที่รู้จักในบรรดาประชาชาติ!
เราอธิษฐาน: องค์พระผู้เป็นเจ้า พระพักตร์ของพระองค์หันมาหาข้าพระองค์ด้วยความรัก ขอทรงนำให้ข้าพระองค์มองดูคนอื่นๆ ด้วยความรักของพระองค์ด้วยเถิด อาเมน
คำถามเพื่อการใคร่ครวญ:
- ประเทศของเราต้องการการอธิษฐานในปีใหม่นี้! คุณจะยอมใช้เวลาเพื่ออธิษฐานเพื่อประเทศของเราและโลกในสัปดาห์นี้หรือไม่
- ในฐานะพลเมือง เราจะทำอะไรได้บ้างเพื่อทำให้ความเมตตาและความสงสารของพระเจ้าเป็นที่รู้จักในที่ซึ่งเราอาศัยอยู่
- ทำไมเราจึงสามารถมั่นใจได้ในความรักและการดูแลของพระเจ้าสำหรับชีวิตของเรา พระองค์ทรงแสดงให้เราเห็นสิ่งนี้อย่างไร
© : Lutheran Hour Ministries

