มัทธิว 19:27-30 – แล้วเปโตรทูลพระองค์ว่า “ข้าพระองค์ทั้งหลายได้สละสิ่งสารพัดและได้ติดตามพระองค์มา พวกข้าพระองค์จะได้อะไรบ้าง” พระเยซูตรัสกับเขาว่า “เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ในโลกใหม่คราวเมื่อบุตรมนุษย์จะนั่งบนพระที่นั่งอันรุ่งเรืองนั้น พวกท่านที่ได้ติดตามเรามาจะได้นั่งบนบัลลังก์สิบสองที่ พิพากษาชนอิสราเอลสิบสองเผ่า ผู้ใดได้สละบ้าน หรือพี่น้องชายหญิงหรือบิดามารดา หรือลูกหรือไร่นาเพราะเห็นแก่นามของเรา ผู้นั้นจะได้ผลร้อยเท่าและจะได้ชีวิตนิรันดร์ด้วย แต่มีหลายคนที่เป็นคนต้นจะต้องกลับไปเป็นคนสุดท้าย และที่เป็นคนสุดท้ายจะกลับเป็นคนต้น
เปโตรทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกขำ เขาพูดเหมือนเด็กโลภที่บอกว่า “เราละทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างและติดตามพระองค์มา…แล้วเราจะได้อะไรตอบแทนบ้างล่ะ”
ที่น่าขำก็คือ พระเยซูไม่ได้ตำหนิเขาเรื่องนั้น พระองค์ทรงตอบคำถามเขาตรงๆ และถ้าคุณอ่านหนังสือพระกิตติคุณ คุณจะรู้ว่าพระเยซูแทบจะไม่เคยตอบคำถามใครตรงๆ เลย! แต่พระองค์ทรงตอบเปโตร พระองค์ตรัสกับเขาว่า คริสเตียนทุกคนที่สละทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อเห็นแก่พระเยซูจะได้รับคืนร้อยเท่าของสิ่งที่สูญเสียไป และได้ชีวิตนิรันดร์เพิ่มเข้าไปด้วย
ดูเหมือนว่าพระเยซูจะไม่ว่าอะไรหากเราจะโลภบ้าง พระองค์ทรงต้องการให้เรารู้ว่าจะมีรางวัล มีพระพรเป็นของขวัญจากพระเจ้า และเราจะมีความสุข ถ้าความคิดถึงสิ่งเหล่านั้นเป็นแรงผลักดันเรา พระองค์ก็ดูเหมือนจะพอใจ
แต่พระองค์ทรงเตือนเปโตรว่า สิ่งต่างๆ ในวันสุดท้ายจะแตกต่างไปจากที่เราคาดคิดไว้มาก จะมีเรื่องน่าประหลาดใจเกิดขึ้นทั้งสองฝ่าย คนที่เราไม่คาดคิดว่าจะได้รับการยกย่องและได้รับรางวัลอย่างสูง ในขณะที่คนที่เราคิดว่าจะเป็นคนแรกกลับต้องตกไปเป็นคนสุดท้าย
ทำไมถึงบอกเราอย่างนั้น อาจเป็นเพราะเราจะได้ไม่ต้องกังวลใจ คิดมาก และพยายามคำนวณว่าเราจะยืนอยู่ตรงไหนในวันนั้น เพราะเราบอกไม่ได้ใช่ไหม ทุกคนที่วางใจในพระเยซูจะได้รับชีวิตนิรันดร์ นั่นคือเหตุผลที่พระเยซูทรงสละพระองค์เองเพื่อเราทุกคน ทรงทนทุกข์ สิ้นพระชนม์ และคืนพระชนม์ ชีวิตนิรันดร์ สันติสุข และการให้อภัย คือของขวัญอันล้ำค่าที่พระองค์ประทานให้แก่เรา และเราจึงรู้แน่ชัดว่าเราจะได้รับสิ่งเหล่านั้น
แต่รายละเอียดเกี่ยวกับรางวัลอื่นๆ ล่ะ นั่นเป็นเรื่องที่พระเจ้าทรงกำหนด และพระองค์ยังไม่ทรงบอกในตอนนี้ เรารู้เพียงว่าจะมีรางวัล และรางวัลเหล่านั้นจะมากมายเหลือเฟือ แค่นี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับเราในตอนนี้ ถึงเวลาที่เราจะมุ่งเน้นไปที่พระเยซู และงานที่พระองค์ทรงมอบหมายให้เราทำในแต่ละวันในฐานะบุตรแห่งแผ่นดินของพระองค์ที่รับใช้พระองค์ด้วยความรัก
เพราะเราปรนนิบัติพระองค์ด้วยความรักไม่ใช่หรือ สุดท้ายแล้ว สิ่งที่ทำให้ข้าพเจ้าอยากไปเยี่ยมคนป่วย โทรหาคนอยู่เพียงลำพัง ให้เงินคนยากจน หรือช่วยเด็กทำการบ้าน ไม่ใช่ความคิดเรื่องรางวัล แต่เป็นพระเยซูเองต่างหาก เพราะข้าพเจ้ารักพระองค์ การมีพระองค์อยู่ด้วย การได้อยู่ใกล้ชิดพระองค์ การยินดีของพระองค์ นั่นคือของขวัญที่แท้จริงที่เราต้องการ เป็นของขวัญที่มีค่ามากกว่าสิ่งอื่นใด และเราจะมีพระองค์อยู่ตลอดไป
เราอธิษฐาน: พระเยซูเจ้า โปรดสอนให้ข้าพระองค์รักพระองค์ด้วยสุดหัวใจ และขอให้ข้าพระองค์เจ้าได้อยู่กับพระองค์ตลอดไป อาเมน
คำถามเพื่อการใคร่ครวญ:
- คุณรู้สึกไม่สบายใจไหมที่ได้ยินพระเยซูทรงสัญญาว่าจะประทานรางวัลมากมายเช่นนั้น เพราะเหตุใด
- ผู้อาวุโสในวิวรณ์ 4:9-11 มีมงกุฎที่พระเจ้าประทานให้ แต่แทนที่จะสวม พวกเขากลับวางลงเบื้องหน้าพระที่นั่งของพระเจ้า ทำไมพวกเขาทำเช่นนั้น
- เมื่อพระเจ้าประทานของขวัญให้คุณ คุณจะรู้สึกเช่นเดียวกันหรือไม่
© : Lutheran Hour Ministries

