“ผู้ใดที่ดำเนินในความสัตย์ซื่อก็ดำเนินอย่างมั่นคงดี แต่ผู้ที่ทำทางของตนให้ชั่วก็จะปรากฏแจ้งแก่คนอื่น”

ความสัตย์ซื่อต่อพระเจ้าหมายถึง การดำเนินชีวิตที่ยึดมั่นในความจริงและทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า แม้ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก ไม่ว่าจะโดยการไม่พูดโกหก ไม่คดโกง และประพฤติตรงไปตรงมา รวมถึงการไว้วางใจพระเจ้าและเลือกที่จะกลับไปหาพระองค์เสมอแม้จะไม่เข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นก็ตาม เพื่อแสดงออกถึงความเชื่อมั่นในพระสัญญาและตัวตนของพระองค์ ความสัตย์ซื่อต่อพระเจ้าประกอบด้วยการไม่โกหก หลอกลวง และประพฤติตนสุจริตในทุกด้าน การมีความจริงใจ ซื่อตรงต่อพระองค์และผู้อื่น ความสัตย์ซื่อยังรวมไปถึงการยอมจำนนต่อพระประสงค์ของพระเจ้าแม้จะมีความสงสัยหรือไม่เข้าใจทั้งหมดอยู่บ้างในเวลานั้นก็ตาม แต่ก็เลือกที่จะเชื่อและทำตามพระคำของพระเจ้า ความสัตย์ซื่อเช่นนี้จะนำมาซึ่งสันติสุขในใจ ความเคารพตนเอง และทำให้เราได้รับความไว้วางใจจากพระเจ้า ตามพระวจนะของพระเจ้าที่ว่า บุคคลใดก็ตามที่ดำเนินชีวิตด้วยความสัตย์ซื่อ เขาผู้นั้นจะมีชีวิตที่มั่นคงเป็นอย่างดีและทางเดินแห่งชีวิตของเขาจะไม่มืดมน แต่จะเป็นทางสว่างให้แก่ตนเองและผู้อื่นได้เห็นอย่างชัดเจน นี่คือคุณค่าของความสัตย์ซื่อ

พระองค์ผู้ทรงสัตย์ซื่อ คือพระบิดาเจ้าไม่ทรงเปลี่ยนแปลงเหมือนเงา ฤดูเวลาไม่ว่าฤดูหนาวหรือร้อน ดาราตะวันจันทรภมรปักษา คณาป่าไม้ใหญ่น้อยร่วมกันสำแดงว่า พระองค์ทรงสัตย์ซื่อ ความรักเมตตาของพระองค์ไม่ทรงแปรปรวนถ้วนทุกสมัยสืบไป เป็นนิจนิรันดร์ สรรเสริญพระเจ้าพระผู้ทรงสัตย์ซื่อเสมอทุกเวลา ขอพระองค์ทรงเมตตาประทานความสัตย์ซื่อในแบบของพระองค์แก่ข้าพระองค์ด้วยเถิด ทั้งความสัตย์ซื่อภายในจิตใจ ภายในชีวิต จิตวิญญาณ ทั้งการกระทำ ความคิดความรู้สึก ที่มีต่อพระนามของพระองค์ ต่อตัวเองและต่อผู้อื่น ขอความสัตย์ซื่อของพระองค์นำหน้าชีวิตข้าพระองค์ในทุกๆทาง เพื่อทุกคนที่เห็นจะได้สรรเสริญพระนามของพระองค์ผู้ทรงสัตย์ซื่อเสมอไป ข้าพระองค์ทูลขอต่อพระองค์ในพระนามพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน

ผู้ใดที่ดำเนินในความสัตย์ซื่อก็ดำเนินอย่างมั่นคงดี แต่ผู้ที่ทำทางของตนให้ชั่วก็จะปรากฏแจ้งแก่คนอื่น – สุภาษิต10:9

ชื่อ-ที่อยู่-ที่ติดต่อ

Comments are closed.