“เชิญเข้าร่วมงานเลี้ยงในคานาที่พระคริสต์คือแขกผู้ทรงเกียรติ พระองค์ทรงต้อนรับทุกคนที่มาลิ้มรสเหล้าองุ่นซึ่งพระหัตถ์ของพระองค์ทรงอวยพร
“เชิญมิตรสหายเข้ามาและเป็นส่วนหนึ่งในงานเลี้ยง ตรงนี้เชิญดื่มเหล้าองุ่นที่จัดเตรียมโดยพระองค์ผู้ทรงเป็นทั้งแขกและเจ้าภาพ เพื่อเราพระองค์ทรงถูกตรึง”
ก่อนมื้ออาหาร เราอาจร่วมอธิษฐานบนโต๊ะอาหารที่เริ่มต้นด้วยคำว่า “เชิญเถิด พระเยซูเจ้า เชิญมาเป็นแขกพิเศษของข้าพระองค์ทั้งหลาย” เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวในคานากล่าวคำเชิญคล้ายกันเมื่อเขาทูลขอให้พระเยซูมาเป็นแขกในงานแต่งของเขา คำเชิญนั้นกลายเป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาดเมื่อเจ้าภาพมือใหม่ไม่มีเหล้าองุ่นเหลือในงาน พระเยซูผู้ทรงเป็นแขกที่มีเมตตาและมีพลังอำนาจทรงกลายเป็นเจ้าภาพผู้ทรงพระคุณเมื่อพระองค์ทรงเปลี่ยนน้ำเป็นเหล้าองุ่นชั้นดี กระนั้นการอัศจรรย์นี้ (ซึ่งเป็นหมายสำคัญแรกของพระองค์) มีความหมายมากกว่าการแสดงให้เห็นถึงความรักและความเมตตาของพระองค์ที่มีต่อเจ้าภาพที่รู้สึกอับอาย หมายสำคัญและการอัศจรรย์ที่กระทำโดยพระเยซูตลอดการทำพันธกิจในโลกนี้ของพระองค์เป็นการยืนยันถึงอัตลักษณ์ของพระองค์ที่พิสูจน์ให้เห็นว่าพระองค์ทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้าและพระเมสสิยาห์ที่ทรงสัญญาไว้ สาวกของพระเยซูเห็นการอัศจรรย์ของพระองค์วันนั้นในคานาและเขาเชื่อในพระองค์
มีอาหารอีกมื้อหนึ่งที่เราเข้าร่วมในระหว่างการนมัสการ ในมื้ออาหารนี้ปกติเราไม่เริ่มต้นด้วยคำอธิษฐานว่า “เชิญเถิด พระเยซูเจ้า เชิญมาเป็นแขกพิเศษของข้าพระองค์ทั้งหลาย” แม้องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงสถิตอยู่กับเราอย่างแน่นอน พระเยซูทรงเชิญชวนเรามาที่โต๊ะเสวยของพระองค์ เราเป็นแขกของพระองค์และในอาหารมื้อค่ำศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์พระเยซูทรงจัดเตรียมมากกว่าเหล้าองุ่นชั้นดี ในพิธีมหาสนิทศักดิ์สิทธิ์เรารับเอาพระกายและพระโลหิตแท้ของพระเยซูที่ทรงสละและหลั่งออกมาเพื่อการยกโทษความผิดบาปของเรา พิธีนี้เป็นการอัศจรรย์และความลี้ลับ แต่เรารู้ว่าพระเยซูทรงอยู่ในพิธีนี้อย่างแท้จริงเพราะเรามีพระสัญญาของพระองค์ “จงรับกินเถิด นี่เป็นกายของเรา… จงรับไปดื่มทุกคนเถิด ด้วยว่านี่เป็นโลหิตของเรา อันเป็นโลหิตแห่งพันธสัญญา ซึ่งต้องหลั่งออกเพื่อยกบาปโทษคนเป็นอันมาก” (มัทธิว 26:26ข, 27ข-28) ที่โต๊ะเสวยของพระองค์ องค์พระผู้เป็นเจ้าของเราทรงเป็นทั้งแขกและเจ้าภาพ
อาหารมื้อศักดิ์สิทธิ์ที่เรารับบนโต๊ะเสวยขององค์พระผู้เป็นเจ้าคือ การลิ้มรสล่วงหน้าของงานเลี้ยงนิรันดร์ที่ยิ่งใหญ่กว่า นั่นคือ งานเลี้ยงสมรสของพระเมษโปดก พระเยซู (พระเมษโปดกของพระเจ้า) เสด็จมาเพื่อขจัดความบาปของโลกให้หมดไป พระองค์ทรงเป็นแกะที่ถูกฆ่าเพื่อเรา พระเมษโปดกผู้ทรงเป็นขึ้นมาจากความตายอย่างมีชัยชนะ ด้วยพระคุณของพระเจ้าโดยความเชื่อในพระเยซู เราสวมใส่ความชอบธรรมของพระเยซูและพร้อมสำหรับงานเลี้ยง วันหนึ่งเราจะเข้าร่วมในการงานฉลองที่ยิ่งใหญ่นั้น พระเยซูจะทรงเป็นเจ้าภาพด้วยพระองค์เองและเราจะเป็นแขกของพระองค์ บัดนี้คำเชิญชวนนี้ถูกส่งออกไปผ่านทางพระคำของพระเจ้าเมื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงเรียกผู้คนมาสู่การกลับใจและความเชื่อ เจ้าภาพทรงร้องเชิญว่า “เชิญมาเถิด เพราะสิ่งสารพัดเตรียมไว้พร้อมแล้ว” (ลูกา 14:17ข) เราตอบด้วยคำอธิษฐานที่คุ้นเคยว่า “พระเยซูเจ้า เชิญเสด็จมาเถิด”
เราอธิษฐาน: พระเยซูเจ้า โปรดช่วยข้าพระองค์ให้เป็นพยานถึงความรักและฤทธิ์อำนาจแห่งการช่วยให้รอดของพระองค์เพื่อคนอื่นจะเชื่อในพระองค์และเข้าร่วมในงานเลี้ยงนิรันดร์ อาเมน
คำถามเพื่อการใคร่ครวญ:
- คุณเคยร่วมงานแต่งซึ่งบางที่เจ้าภาพสร้างความแปลกใจให้กับคุณบ้างหรือไม่
- การที่พระเยซูทรงเป็นทั้ง “แขกและเจ้าภาพ” ในอาหารมื้อค่ำขององค์พระผู้เป็นเจ้า นั่นหมายความว่าอย่างไร
- ตอนไหนที่คุณเรียนรู้เป็นครั้งแรกว่าคุณได้รับเชิญให้เข้าร่วมในงานเลี้ยงสมรสนิรันดร์ของพระเมษโปดกของพระเจ้าเป็นส่วนตัว (ดู ยอห์น 12:32; 1 ทิโมธี 2:3-6; และฮีบรู 4:16)
© : Lutheran Hour Ministries

