ลูกา 9:29, 30ข-31, 33ก, 34ข, 35 – เมื่อพระองค์กำลังอธิษฐานอยู่ วรรณพระพักตร์ของพระองค์ก็เปลี่ยนไป และฉลองพระองค์ก็ขาวเป็นมันระยับ … โมเสสและเอลียาห์ ผู้มาปรากฏด้วยศักดิ์ศรี และกล่าวถึงการจากไปของพระองค์ ซึ่งจะสำเร็จในกรุงเยรูซาเล็ม … เมื่อสองคนนั้นกำลังลาไปจากพระองค์ เปโตรจึงทูลพระเยซูว่า “พระอาจารย์เจ้าข้า ซึ่งเราอยู่ที่นี่ก็ดี ให้พวกข้าพระองค์ทำเพิงสามหลังสำหรับพระองค์หลังหนึ่ง สำหรับโมเสสหลังหนึ่ง สำหรับเอลียาห์หลังหนึ่ง” … มีเมฆมาคลุมเขาไว้ … มีพระสุรเสียงออกมาจากเมฆนั้นว่า “ผู้นี้เป็นบุตรของเรา เป็นผู้ถูกเลือกสรรไว้ จงเชื่อฟังท่านเถิด”
เปโตรเสนอแนะเรื่องเพิง “ขณะที่พวกเขากำลังจะจากไป” จากพระเยซู ฟังดูเหมือนว่าเปโตรรู้ว่าพวกเขากำลังจะกล่าวคำอำลา และต้องการหยุดพวกเขาไว้ ต้องการยืดเวลาแห่งความสุขนั้นให้ยาวนานขึ้น โดยให้พระเยซูและคนอื่นๆ อยู่บนภูเขาด้วยกัน
แต่ในความเป็นจริงไม่ได้เป็นอย่างนั้นใช่ไหม แม้แต่ในชีวิตของเราเอง เราได้เห็นความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าเพียงชั่วครู่ แล้วเราก็กลับไปจมอยู่กับงานบ้าน งาน และนัดหมายต่างๆ หรือแย่กว่านั้น เรากำลังเดินอยู่บนเส้นทางสู่กางเขน เราเผชิญกับความทุกข์ทรมานที่ทำให้ความมีสง่าราศีดูเหมือนเป็นเพียงความทรงจำที่ห่างไกล
เมื่อเหตุการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้น สิ่งเดียวที่เราทำได้คือเชื่อฟังพระเจ้าพระบิดา “ผู้นี้เป็นบุตรของเรา เป็นผู้ถูกเลือกสรรไว้ จงเชื่อฟังท่านเถิด!” พระเยซูทรงรู้จักเส้นทางสู่ไม้กางเขนเป็นอย่างดี พระองค์ทรงรู้จักความทุกข์ทรมานและความตาย และพระองค์ทรงรู้จักการคืนพระชนม์ด้วย และเมื่อเราต้องเดินบนเส้นทางเหล่านั้นในฐานะผู้รับใช้ของพระเยซู พระองค์ทรงสัญญาว่าจะทรงอยู่กับเรา เพราะพระองค์ทรงไถ่เราแล้ว เราเป็นของพระองค์
เราอธิษฐาน: ข้าแต่พระเจ้า เมื่อความทุกข์ยากถาโถมเข้ามา ขอทรงโปรดช่วยให้ข้าพระองค์ฟังพระองค์ด้วยเถิด อาเมน
คำถามเพื่อการใคร่ครวญ:
• คุณเคยมี “ช่วงเวลาแห่งความรุ่งโรจน์” อะไรบ้างในชีวิต
• พระเยซูตรัสว่า “บ่าวมิได้เป็นใหญ่กว่านาย” (ยอห์น 15:20ข) สิ่งนี้บอกอะไรคุณบ้างเกี่ยวกับความทุกข์ในชีวิตของเราเอง
• คุณฟังพระเยซูอย่างไรในชีวิตประจำวันของคุณ
© : Lutheran Hour Ministries

