“ท่านคือใครที่เดินอยู่ในความเศร้าตามเส้นทางกันดารแห่งเอมมาอูสด้วยใจแตกสลายและความหวังพังทลายทรุดกายลงภายใต้ภาระหนักอึ้งของความโศกเศร้า ผู้ไว้ทุกข์นิรนามเราจะร่วมกับท่าน พวกเราที่ไว้ทุกข์ให้กับผู้ตายของเราเช่นกัน พวกเรายืนข้างหลุมศพอย่างไม่ยอมจำนน กล้ำกลืนกับความตายที่เปลือยเปล่า อย่างขนมปังรสขม
“ใครผู้นี้ที่ร่วมเดินทางกับเรา เดินไปทีละก้าว คนแปลกหน้าที่ไม่รู้จัก ท่านจะหยั่งถึงความโศกเศร้าอันลึกซึ้งต่อท่านผู้วายชนม์ได้หรือ จากอัศจรรย์บังเกิด เมื่อเราบอกท่านว่าความฝันของเราสลายกลายเป็นเถ้าถ่านอย่างไร จากนั้นท่านเปิดเผยพระคัมภีร์จนกระทั่งจิตใจของเราลุกไหม้ภายใน”
สำหรับเรา อีสเตอร์เป็นเวลาของการเฉลิมฉลอง แต่อีสเตอร์ไม่ได้เป็นเช่นนั้นสำหรับทุกคนที่อยู่ในวันที่พระเยซูเป็นขึ้นมาจากความตาย สาวกสองคนของพระเยซูเดินทางจากกรุงเยรูซาเล็มไปยังเอมมาอูสในวันนั้นและเขาไม่ได้อยู่ในอารมณ์ของการเฉลิมฉลอง เขาเคยหวังว่าพระเยซูจะช่วยไถ่อิสราเอล แต่บัดนี้พระองค์ตายไปแล้ว เขาได้ยินข่าวลือว่าผู้หญิงบางคนในหมู่สาวกของพระองค์พบว่าอุโมงค์ของพระองค์ถูกเปิดออก พระกายของพระองค์หายไปและทูตสวรรค์พูดกับผู้หญิงเหล่านั้น ผู้เดินทางไปเอมมาอูสสองคนไม่รู้ว่าจะคิดยังไงดี นี่ไม่ใช่วิธีการที่สิ่งต่างๆ ควรเกิดขึ้น พระเมสสิยาห์ควรนำเขาไปสู่สง่าราศีและชัยชนะเหนือศัตรูของอิสราเอล ตรงกันข้าม เขากลับต้องจมอยู่กับความทุกข์และความตาย
จากนั้นนักเดินทางคนที่สามร่วมเดินทางกับเขา นักเดินทางคนนั้นคือพระเยซู แม้เขาจำพระองค์ไม่ได้ พระองค์ทรงอธิบายว่าทุกอย่างเกิดขึ้นตรงตามที่ทำนายไว้โดยพวกผู้เผยพระวจนะ พระเยซูทรงถามเพื่อนร่วมเดินทางของพระองค์ว่า “จำเป็นซึ่งพระคริสต์จะต้องทนทุกข์ทรมานอย่างนั้น แล้วเข้าในพระสิริของพระองค์มิใช่หรือ” (ลูกา 24:26) พระเมสสิยาห์เสด็จมาทนทุกข์และสิ้นพระชนม์เพื่อไถ่ความผิดบาปของโลก ความทุกข์มาก่อนและจากนั้นเป็นสง่าราศีเมื่อองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงถูกตรึงทรงเป็นขึ้นมาและรับการเชิดชูให้ครอบครองที่เบื้องขวาพระหัตถ์ของพระบิดา
เราเข้าใจสิ่งที่นักเดินทางไปเอมมาอูสสองคนนั้นพบเจอ ชีวิตไม่ได้เป็นไปอย่างที่เราคาดไว้เสมอไป เราพบว่าตนเองเดิน “ตามเส้นทางกันดารแห่งเอมมาอูสด้วยใจแตกสลายและความหวังพังทลาย” เราพบกับความโศกเศร้ากับความป่วยไข้หรือความตายของเพื่อนหรือครอบครัว ความทุกข์และความโศกเศร้าไม่ได้อยู่ในแผนของเรา แต่พระองค์ทรงร่วมกับเราบนถนนที่ยากลำบากด้วยการ “เดินไปทีละก้าว” บนเส้นทางสู่เอมมาอูสในอีสเตอร์วันแรกวันนั้น พระคริสต์ผู้คืนพระชนม์ทรงอธิบายพระคัมภีร์กับนักเดินทางสองคนด้วยการสำแดงให้เขาเห็นว่าโมเสสและผู้เผยพระวจนะทุกคนชี้ไปที่การทนทุกข์และสง่าราศีของพระเมสสิยาห์อย่างไร นักเดินทางไปเอมมาอูสผู้โศกเศร้าได้พบความหวังเมื่ออยู่กับองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้คืนพระชนม์และเราก็เช่นเดียวกัน เมื่อเราต้องเดินบนเส้นทางที่แสนเศร้าของเราเอง พระเยซูทรงเดินไปกับเรา พระองค์ทรงเปิดความคิดและจิตใจของเราไปสู่การเล้าโลมและความหวังที่พบในพระคำของพระองค์และไปสู่พระสัญญาแห่งสง่าราศีของการเป็นขึ้นมาที่จะมาถึง
เราอธิษฐาน: พระเยซูเจ้า โปรดเดินไปกับข้าพระองค์ตามถนนเอมมาอูสแห่งชีวิตที่แสนเศร้าของข้าพระองค์ โปรดค้ำจุนข้าพระองค์ด้วยการเล้าโลมและความหวังแห่งพระคำของพระองค์ อาเมน
คำถามเพื่อการใคร่ครวญ:
- คุณเคยเดินไปตาม “ถนนเอมมาอูส” ที่กันดารของคุณเองมาก่อนหรือไม่ คุณผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้อย่างไร
- พระเยซูทรงทำสิ่งใดเพื่อช่วยนักเดินทางสองคนในความสับสนและความทุกข์โศกของเขา ดูลูกา 24:27
- การเล้าโลมและการให้ความช่วยเหลือของพระเยซูต่อนักเดินทางสองคนนั้นเป็นแบบอย่างที่ดีเยี่ยมกับเราอย่างไรในการอยู่เคียงข้างผู้คนที่เศร้าโศกเนื่องจากความตายของใครบางคน
© : Lutheran Hour Ministries

