“แต่พระองค์ซึ่งพระเจ้าได้ทรงให้เป็นขึ้นมานั้น มิได้ประสบความเน่าเปื่อยเลย”

ความตายทั่วไป กับ การฟื้นคืนพระชนม์นั้น เป็นสิ่งที่ไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้ เพราะในมนุษย์ทุกคนไม่ว่าเขาจะเป็นใคร เมื่อตายและถูกฝังหรือถูกเผา ร่างกายก็เน่าเปื่อยหรือแปลสภาพไปตามธรรมชาติของมนุษย์ แต่สำหรับพระเยซู พระเจ้าทรงชุบให้พระองค์ฟื้นจากความตายในวันที่สาม ร่างกายของพระเยซูไม่ได้ผุพังหรือกลายเป็นฝุ่นผงอยู่ในอุโมงค์ฝังศพ เพราะพระองค์ทรงฟื้นคืนพระชนม์ก่อนที่กระบวนการย่อยสลายตามธรรมชาติจะเกิดขึ้น แสดงถึงความบริสุทธิ์และการเอาชนะอำนาจของความตาย พระองค์ทรงเป็นอมตะและมีชัยเหนือวงจรการเสื่อมสลายของโลกใบนี้ พระเยซูทรงแตกต่างจากมนุษย์ทุกคน เพราะพระเจ้าทรงทำให้พระองค์ฟื้นจากความตายด้วยร่างกายที่สง่าราศีและเป็นอมตะ ไม่ต้องกลับไปสู่ความตายหรือการเสื่อมสลายอีกเลยซึ่งเป็นต้นเหตุให้มนุษย์ที่เชื่อวางใจในพระองค์จะได้รับการชุบให้เป็นขึ้นมาจากความตายในวันแห่งพระเจ้า

ข้าแต่พระยาห์เวห์ พระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่ ข้าพระองค์ขอน้อมวันทาสรรเสริญพระองค์ด้วยสุดจิตสุดใจ ขอบพระคุณพระองค์สำหรับพระเยซูคริสต์พระบุตร พระองค์ทรงให้พระบุตรเป็นผู้พิชิตความตายและอำนาจของความมืด ขอบพระคุณพระเยซูคริสต์พระบุตรที่การฟื้นพระชนม์ของพระองค์นั้น เป็นพันธสัญญาอันทรงพลังที่ส่งผลมาถึงชีวิตของข้าพระองค์ เพราะพระองค์ทรงฟื้นขึ้นมา ข้าพระองค์จึงมั่นใจว่าความตายไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นประตูสู่ชีวิตนิรันดร์ร่วมกับพระองค์ ขอทรงโปรดให้ความหวังใจนี้เต็มล้นในใจของข้าพระองค์และพี่น้องผู้เชื่อทุกคน เพื่อให้เราดำเนินชีวิตด้วยความกล้าหาญ ไม่หวั่นไหวต่อความทุกข์ยากในโลกนี้ เพราะข้าพระองค์รู้แน่ว่าเพราะพระองค์ทรงพระชนม์อยู่เป็นนิตย์ ขอพระเกียรติ พระสิริ และราชอำนาจทั้งสิ้นเป็นของพระเยซูคริสต์เจ้า องค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงเป็นความหวังใจนิรันดร์ของข้าพระองค์เสมอไป ข้าพระองค์อธิษฐานขอบพระคุณพระองค์ อาเมน

แต่พระองค์ซึ่งพระเจ้าได้ทรงให้เป็นขึ้นมานั้น มิได้ประสบความเน่าเปื่อยเลย – กิจการ 13:37

ชื่อ-ที่อยู่-ที่ติดต่อ

Comments are closed.