ธรรมชีวิตประจำวันพุธที่ 22 เมษายน 2026 “ความทุกข์ที่เปี่ยมด้วยพระคุณ”

1 เปโตร 2:19-25 – เพราะว่าผู้ที่ได้รับความเห็นชอบว่าดีนั้น ก็ต่อเมื่อเขาเห็นแก่พระเจ้าและยอมอดทนต่อความทุกข์ที่ไร้ความเป็นธรรม เพราะจะเป็นความดีความชอบอย่างไรถ้าท่านทำความชั่ว และท่านถูกเฆี่ยนเพราะการกระทำชั่วนั้น แม้ท่านจะอดทนต่อการถูกเฆี่ยนด้วยความอดกลั้น แต่ว่าถ้าท่านทั้งหลายกระทำการดีและทนเอาเมื่อตกทุกข์ยากเพราะการดีนั้น ท่านก็จะเป็นที่พอพระทัยของพระเจ้า เพราะพระเจ้าทรงใช้ท่านสำหรับเหตุการณ์เช่นนี้ เพราะว่าพระคริสต์ก็ได้ทรงทนทุกข์ทรมานเพื่อท่านทั้งหลาย ให้เป็นแบบอย่างแก่ท่านเพื่อท่านจะได้ดำเนินตามรอยพระบาทของพระองค์ พระองค์ไม่ได้ทรงกระทำบาปเลย และไม่ได้ตรัสคำเท็จเลย เมื่อเขากล่าวคำหยาบคายต่อพระองค์ พระองค์ไม่ได้ทรงกล่าวตอบเขาด้วยคำหยาบคายเลย เมื่อพระองค์ทรงทนทุกข์ พระองค์ไม่ได้ทรงมาดร้าย แต่ทรงมอบเรื่องของพระองค์ไว้แก่พระเจ้าผู้ทรงพิพากษาอย่างยุติธรรม พระองค์เองได้ทรงรับแบกบาปของเราไว้ในพระกายของพระองค์ที่ต้นไม้นั้น เพื่อว่าเราทั้งหลายจะได้ตายจากบาปได้ และดำเนินชีวิตตามคลองธรรม ด้วยบาดแผลของพระองค์ ท่านทั้งหลายจึงได้รับการรักษาให้หาย เพราะว่าท่านทั้งหลายเป็นเหมือนแกะที่พลัดฝูงไป แต่บัดนี้ได้กลับมาหาพระผู้เลี้ยงและผู้พิทักษ์วิญญาณจิตของท่านทั้งหลายแล้ว

บางครั้งมีสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้น เมื่อเราพบว่าตัวเองกำลังเผชิญกับความทุกข์ ไม่ใช่เพราะเราทำอะไรผิด แต่เป็นเพราะเราไม่ได้ทำอะไรผิดต่างหาก อาจเป็นเพราะมีคนสับสนและกล่าวโทษเราในสิ่งที่คนอื่นทำ หรืออาจมีคนโกรธเราจริงๆ ที่เราทำความดี และเรากำลังถูกลงโทษในสิ่งที่คนปกติจะให้รางวัลเรา ไม่ว่าในกรณีใด เราก็ตกอยู่ในสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับพระเยซู แม้จะในขนาดที่เล็กกว่าก็ตาม เราทำความดีแต่สุดท้ายเราก็ต้องทนทุกข์ และนี่คือสิ่งที่เปโตรเรียกว่า “สิ่งที่ดี”

ท่านหมายความตามตัวอักษรเลย ถ้าเราต้องทนทุกข์ทรมานโดยไม่สมควร เราสามารถตอบสนองได้สองทาง เราอาจโวยวายเรื่องความอยุติธรรม แต่บ่อยครั้งก็ไม่ได้ช่วยอะไรเราเลย ใครจะฟังเราล่ะ หรือเราอาจเลือกอีกทางเลือกหนึ่ง คือยอมรับว่าเราจะต้องทนทุกข์ทรมาน แม้ว่าเราไม่สมควรจะได้รับก็ตาม และตัดสินใจที่จะก้าวผ่านไปพร้อมกับความช่วยเหลือจากพระเจ้า วางใจในพระองค์ที่จะทรงช่วยเราให้ผ่านพ้นไปได้โดยไม่พยายามแก้แค้นหรือเรียกร้องการตอบแทนใดๆ ในสิ่งที่คนผิดทำกับเรา นั่นคือสิ่งที่ “เปี่ยมด้วยพระคุณ” ในสายตาของเปโตร นั่นคือสิ่งที่เปรียบเสมือนกระจกเงาเล็กๆ แห่งพระคุณของพระเยซูที่ทรงมีต่อเรา เพราะพระองค์เองทรงแบกรับความทุกข์ทรมานของเราไว้ในพระกายของพระองค์บนไม้กางเขน แม้ว่าพระองค์ไม่ทรงทำอะไรผิด พระองค์ทรงทำเช่นนั้นด้วยความรักอันเปี่ยมด้วยพระคุณที่ทรงมอบให้เรา โดยทรงทราบว่าพระเมตตาของพระองค์ที่มีต่อเราจะช่วยเราให้รอดและปลดปล่อยเราเพื่อให้เป็นบุตรของพระเจ้า
แล้วการที่เราทนทุกข์ด้วยพระคุณของพระเจ้าล่ะ จะมีผลดีต่อใครบ้างไหม นั่นอาจจะมีผลดีก็ได้ อย่างน้อยที่สุดก็อาจกระตุ้นความอยากรู้ในหมู่คนที่เห็นว่าเรากำลังทนทุกข์อย่างไม่ยุติธรรม เขาอาจถามว่าเราผ่านประสบการณ์นี้มาได้อย่างไร และทำไมเราไม่เกลียดชังคนที่ทำร้ายเรา และนั่นก็เป็นโอกาสให้เราบอกเขาเกี่ยวกับพระเยซู

เราอธิษฐาน: ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า พระองค์ทรงสละพระชนม์ชีพเพื่อข้าพระองค์ และทรงคืนพระชนม์จากความตายเพื่อประทานชีวิตแก่ข้าพระองค์ ขอบคุณพระองค์สำหรับพระคุณที่ทรงประทานแก่ข้าพระองค์ อาเมน
คำถามเพื่อการใคร่ครวญ:

  1. ในความคิดของคุณ จำเป็นเสมอหรือไม่ที่จะต้องบังคับใช้ความยุติธรรมกับความทุกข์ยากทุกอย่าง หรือคุณสามารถเลือกที่จะพูดว่า “ฉันให้อภัยในสิ่งที่คุณทำกับฉัน” และนั่นก็เพียงพอแล้ว
  2. ทำไมคุณคิดเช่นนั้น
  3. คุณเคยเลือกที่จะยอมรับความทุกข์ยากที่ไม่ใช่ของคุณโดยชอบธรรมเมื่อไหร่บ้าง ขอให้เล่าเรื่องราวนั้น

© : Lutheran Hour Ministries

Comments are closed.