ยอห์น 14:1-9ก, 10ข-11 – [พระเยซูตรัส] “อย่าให้ใจท่านทั้งหลายวิตกเลย ท่านวางใจในพระเจ้า จงวางใจในเราด้วย ในพระนิเวศของพระบิดาเรามีที่อยู่เป็นอันมาก ถ้าไม่มีเราคงได้บอกท่านแล้ว เพราะเราไปจัดเตรียมที่ไว้สำหรับท่านทั้งหลาย เมื่อเราไปจัดเตรียมที่ไว้สำหรับท่านแล้ว เราจะกลับมาอีกรับท่านไปอยู่กับเรา เพื่อว่าเราอยู่ที่ไหนท่านทั้งหลายจะได้อยู่ที่นั่นด้วย และท่านรู้จักทางที่เราจะไปนั้น” โธมัสทูลพระองค์ว่า “พระองค์เจ้าข้า พวกข้าพระองค์ไม่ทราบว่าพระองค์จะเสด็จไปที่ไหน พวกข้าพระองค์จะรู้จักทางนั้นได้อย่างไร” พระเยซูตรัสกับเขาว่า “เราเป็นทางนั้น เป็นความจริงและเป็นชีวิต ไม่มีผู้ใดมาถึงพระบิดาได้นอกจากจะมาทางเรา ถ้าท่านทั้งหลายรู้จักเราแล้ว ท่านก็จะรู้จักพระบิดาของเราด้วย ตั้งแต่นี้ไปท่านก็จะรู้จักพระองค์และได้เห็นพระองค์” ฟีลิปทูลพระองค์ว่า “พระองค์เจ้าข้า ขอสำแดงพระบิดาให้ข้าพระองค์ทั้งหลายได้เห็น ก็พอใจข้าพระองค์แล้ว” พระเยซูตรัสกับเขาว่า “ฟีลิปเอ๋ย เราได้อยู่กับท่านนานถึงเพียงนี้และท่านยังไม่รู้จักเราอีกหรือ ผู้ที่ได้เห็นเราก็ได้เห็นพระบิดา … คำซึ่งเรากล่าวแก่ท่านทั้งหลายนั้น เรามิได้กล่าวตามใจชอบ แต่พระบิดาผู้ทรงสถิตอยู่ในเรา ได้ทรงกระทำพระราชกิจของพระองค์ จงเชื่อเราเถิดว่า เราอยู่ในพระบิดาและพระบิดาทรงอยู่ในเรา หรือมิฉะนั้นก็จงเชื่อเพราะกิจการเหล่านั้นเถิด”
ถ้อยคำของพระเยซูทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกสบายใจ เหมือนกับที่พระองค์ทรงตั้งใจทำให้เหล่าสาวกสบายใจ พระองค์ตรัสอย่างง่ายๆ โดยไม่มีคำยาวๆ หรือแนวคิดที่ซับซ้อน อันที่จริง พระองค์ทรงทำให้ข้าพเจ้านึกถึงวิธีที่ข้าพเจ้าพูดกับลูกชายวัยหัดเดินในวันแรกที่ข้าพเจ้าทิ้งเขาไว้ที่โรงเรียนอนุบาล ลองดูถ้อยคำของพระเยซูสิ! “เราไปจัดเตรียมที่ไว้สำหรับท่านแล้ว เราจะกลับมาอีกรับท่านไปอยู่กับเรา” พระองค์ตรัสว่า “อย่ากลัวเลย เราจะเตรียมทุกอย่างไว้รอท่าน และเราจะกลับมารับท่าน”
ข้าพเจ้าสงสัยว่าเหล่าสาวกคงสับสนหรือไม่ พวกเขาคงสังเกตได้จากท่าทีของพระเยซูว่ามีบางอย่างผิดปกติ บางสิ่งที่น่ากลัวกำลังจะเกิดขึ้น แต่เขาไม่รู้แน่ชัดว่าคืออะไร แม้ว่าพระเยซูทรงบอกพวกเขาหลายครั้งแล้วว่าพระองค์กำลังจะถูกทรยศ ถูกฆ่า และคืนพระชนม์ พวกเขาก็ยังไม่เข้าใจและกลัวที่จะถาม
แต่พระเยซูทรงเห็นความต้องการของพวกเขาอยู่ดี และพระองค์ประทานถ้อยคำปลอบโยนและคำสัญญาให้พวกเขาได้ยึดมั่นเมื่อยามมืดมนมาถึง และพวกเขาก็กลัว พระองค์ทรงจัดเตรียมสิ่งต่างๆ ให้พวกเขาก่อนที่เขาจะรู้ตัวด้วยซ้ำว่าตนเองต้องการอะไร
พระเยซูทรงทำเช่นนี้เพื่อเราด้วยเช่นกัน นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่เราฟังพระวจนะของพระองค์ในพระกิตติคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่า เมื่อวันแห่งความมืดมิดมาถึง และเราหวาดกลัว เราสามารถได้ยินพระองค์ตรัสกับเราเช่นเดียวกับที่พระองค์ตรัสกับเหล่าสาวกว่า “อย่าให้ใจท่านทั้งหลายวิตกเลย ท่านวางใจในพระเจ้า จงวางใจในเราด้วย” เราเชื่อในพระองค์ เพราะเราได้เห็นความรักของพระองค์ที่มีต่อเราในความทุกข์ทรมาน การสิ้นพระชนม์ และการคืนพระชนม์ของพระองค์ และเรารู้ว่าพระองค์จะทรงรักษาสัญญาที่จะนำเรากลับบ้านไปหาพระองค์อีกครั้ง
เราอธิษฐาน: องค์พระผู้เป็นเจ้า เมื่อข้าพระองค์กลัว ขอให้ข้าพระองค์ได้ยินพระคำของพระองค์และวางใจในพระองค์ อาเมน
คำถามเพื่อการใคร่ครวญ:
- อะไรกำลังจะเกิดขึ้นกับเหล่าสาวก พวกเขาจะตอบสนองอย่างไร (ดู มัทธิว 26:31; ยอห์น 16:32-33)
- เมื่อคุณรู้สึกกลัว คุณรับมืออย่างไร
- จงยกตัวอย่างช่วงเวลาที่มืดมนที่คุณเคยประสบ คุณพบความปลอบใจในพระเยซูได้อย่างไรในเวลานั้น
© : Lutheran Hour Ministries

