ลูกา 24:50-53 – พระองค์จึงพาเขาออกไปถึงหมู่บ้านเบธานี และทรงยกพระหัตถ์อวยพรเขา เมื่อทรงอวยพรอยู่นั้น พระองค์จึงเสด็จจากเขา เขาทั้งหลายจึงกลับไปยังกรุงเยรูซาเล็มมีความยินดีเป็นอันมาก เขาทั้งหลายอยู่ในพระวิหารทุกวัน สรรเสริญพระเจ้า
บ่อยครั้งที่การเสด็จขึ้นสู่สวรรค์ของพระเยซูดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อยในชีวิตของคริสเตียนในปัจจุบัน แต่การเสด็จขึ้นครองบัลลังก์ของกษัตริย์นั้นไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยเลย กษัตริย์ผู้ปกครองมีอำนาจและอธิปไตยเหนืออาณาจักรทั้งหมดของพระองค์ และกษัตริย์เยซูองค์นี้มีอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่มาก นั่นคือสรรพสิ่งทั้งปวงในจักรวาล
ในหนังสือเอเฟซัส เปาโลบรรยายไว้ดังนี้ว่า “เมื่อทรงชุบให้พระองค์ (พระเยซู) เป็นขึ้นมาจากความตาย และให้สถิตเบื้องขวาพระหัตถ์ของพระองค์ (พระบิดา) ในสวรรคสถานสูงยิ่งเหนือบรรดาเทพผู้ครอง เหนือศักดิเทพ เหนืออิทธิเทพ เหนือเทพอาณาจักร และเหนือนามทั้งปวงที่เขาเอ่ยขึ้น มิใช่ในยุคนี้เท่านั้น แต่ในยุคที่จะมาถึงด้วย พระเจ้าได้ทรงปราบสิ่งสารพัดลงไว้ใต้พระบาทของพระคริสต์ และได้ทรงตั้งพระองค์ไว้เป็นประมุขเหนือสิ่งสารพัดแห่งคริสตจักร ซึ่งเป็นพระกายของพระองค์คือ ซึ่งเต็มบริบูรณ์ด้วยพระองค์ ผู้ทรงอยู่เต็มทุกอย่างทุกแห่งหน” (เอเฟซัส 1:20ข-23)
สำหรับบางคนที่อ่านถ้อยคำเหล่านี้ อาจดูเหมือนเป็นการปลอบใจที่ไร้ประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมองไปรอบๆ และเห็นความชั่วร้ายที่อยู่รอบตัวเรา ความวุ่นวายและความแตกสลายที่คุกคามเพื่อกลืนกินโลกทั้งใบ
แต่ลองคิดดูสักครู่ว่า แท้จริงแล้วคุณกำลังอ่านสิ่งนี้อยู่ ความชั่วร้ายทั้งหมด ความวุ่นวายทั้งหมด ความแตกสลายทั้งหมดนั้นไม่ได้ทำลายโลก มันไม่ได้ประสบความสำเร็จแม้กระทั่งในการขัดขวางไม่ให้คุณอ่านบทเรียนเฝ้าเดี่ยวนี้ หรือได้ยินถ้อยคำจากพระคัมภีร์ที่อยู่ในนี้ ความชั่วร้ายมีขีดจำกัด โรคระบาดอาจทำลายล้างโลก แต่มันไม่เคยกลืนกินโลก สงครามอาจสร้างความเสียหายแก่โลก แต่มันไม่เคยทำลายโลก
ความชั่วร้ายมีขีดจำกัด และแม้ว่าเราจะมองไม่เห็นขีดจำกัดเหล่านั้น เราก็ไม่ได้ถูกทิ้งไว้ท่ามกลางความวุ่นวาย พระคริสต์ผู้เสด็จขึ้นสู่สวรรค์ยังคงอยู่เพื่อเรา ยังคงวิงวอนเพื่อเรา ยังคงประคับประคองคริสตจักรของพระองค์ ในช่วงเวลาแห่งความเจ็บปวดอันมืดมิด ขีดจำกัดเหล่านั้นอาจมองเห็นได้ยาก และเรามักปรารถนาว่ามันจะถูกจำกัดเร็วกว่านี้ แต่การเสด็จขึ้นสู่สวรรค์ของพระคริสต์สอนเราว่า ความชั่วร้ายไม่ใช่สิ่งสุดท้าย กษัตริย์ของเราทรงครองราชย์ และแม้ในตอนนี้ พระองค์ก็ทรงประกาศต่อความชั่วร้ายว่ามันไม่อาจไปได้ไกลกว่านี้อีกแล้ว
และวันหนึ่งขีดจำกัดในการขยายตัวของความชั่วร้ายจะเข้มงวดมากขึ้น จนกระทั่งความชั่วร้ายนั้นจะถูกทำลายไป วันหนึ่งพระคริสต์จะเสด็จกลับมาด้วยพระสิริทั้งหมด และความเจ็บปวดทั้งหลาย ความแตกสลาย และแม้กระทั่งความตายจะพ่ายแพ้ไปตลอดกาล ในวันนั้น ทุกหัวเข่าจะก้มลง ทุกลิ้นจะสารภาพว่าพระเยซูคือกษัตริย์
ในวันนั้น ดวงตาของทุกคนจะเปิดออกอย่างแท้จริงเพื่อตระหนักว่า วันเสด็จขึ้นสู่สวรรค์ไม่ใช่การเฉลิมฉลองการสวมมงกุฎให้กษัตริย์บนโลก แต่เป็นการยอมรับว่าพระมหากษัตริย์ของเรา พระเจ้าผู้ทรงสร้างสรรพสิ่งทั้งปวง ทรงเป็นและจะเป็นผู้ทรงมีชัยชนะเสมอไป
เราอธิษฐาน: ข้าแต่พระบิดาผู้ใหญ่ยิ่งสูงสุด เราขอบพระคุณพระองค์ที่องค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงคืนพระชนม์ของเราประทับอยู่ ณ เบื้องขวาพระหัตถ์ของพระองค์ ขอทรงเปิดตาของเรา เพื่อเราจะเห็นพระราชกิจของพระองค์ ขณะที่เราเฝ้ารอคอยวันแห่งการเสด็จกลับมาด้วยสง่าราศีของพระองค์ ในพระนามของพระเยซูคริสต์ อาเมน
คำถามเพื่อการใคร่ครวญ:
- ใครคือบุคคลสุดท้ายที่คุณจำได้ว่าขึ้นครองบัลลังก์บนโลกนี้
- เหตุใดการเสด็จขึ้นสู่สวรรค์ของพระเยซูจึงเป็นเหตุการณ์สำคัญยิ่งสำหรับชีวิตของคริสตจักร
- ความจริงอะไรจากเหตุการณ์การเสด็จขึ้นสู่สวรรค์ของพระเยซูที่เราสามารถนำไปใช้ได้ในชีวิตของเราทั้งในปัจจุบันและอนาคต
© : Lutheran Hour Ministries

