ธรรมชีวิตประจำวันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม 2026 “สมบัติ”

ยอห์น 17:1-11 – … พระองค์ก็ทรงแหงนพระพักตร์ขึ้นดูฟ้าและตรัสว่า “พระบิดาเจ้าข้า ถึงเวลาแล้ว ขอทรงโปรดให้พระบุตรของพระองค์ได้รับเกียรติ เพื่อพระบุตรจะได้ถวายเกียรติแด่พระองค์ ดังที่พระองค์ได้ทรงโปรดให้พระบุตรมีอำนาจเหนือมนุษย์ทั้งสิ้น เพื่อให้พระบุตรประทานชีวิตนิรันดร์แก่คนที่พระองค์ทรงมอบแก่พระบุตรนั้น และนี่แหละคือชีวิตนิรันดร์คือที่เขารู้จักพระองค์ผู้ทรงเป็นพระเจ้าเที่ยงแท้องค์เดียว และรู้จักพระเยซูคริสต์ที่พระองค์ทรงใช้มา ข้าพระองค์ได้ถวายเกียรติแด่พระองค์ในโลก เพราะข้าพระองค์ได้กระทำกิจที่พระองค์ทรงให้ข้าพระองค์กระทำนั้นสำเร็จแล้ว บัดนี้พระบิดาเจ้าข้า ขอทรงโปรดให้ข้าพระองค์ได้รับเกียรติต่อพระพักตร์ของพระองค์คือเกียรติซึ่งข้าพระองค์ได้มีร่วมกับพระองค์ก่อนที่โลกนี้มีมา ข้าพระองค์ได้สำแดงพระนามของพระองค์ แก่คนทั้งหลายที่พระองค์ได้ประทานให้แก่ข้าพระองค์จากมวลมนุษย์โลก คนเหล่านั้นเป็นของพระองค์แล้ว และพระองค์ได้ประทานเขาให้แก่ข้าพระองค์ และเขาได้ปฏิบัติตามพระดำรัสของพระองค์แล้ว บัดนี้เขาทั้งหลายรู้ว่า ทุกสิ่งที่พระองค์ได้ประทานแก่ข้าพระองค์นั้นมาจากพระองค์ เพราะว่าพระดำรัสที่พระองค์ตรัสประทานให้แก่ข้าพระองค์นั้น ข้าพระองค์ได้ให้เขาแล้ว และเขาได้รับไว้ และเขารู้แน่ว่าข้าพระองค์มาจากพระองค์ และเขาเชื่อแล้วว่าพระองค์ได้ทรงใช้ข้าพระองค์มา ข้าพระองค์อธิษฐานเพื่อเขา ข้าพระองค์มิได้อธิษฐานเพื่อโลก แต่เพื่อคนเหล่านั้นที่พระองค์ได้ประทานแก่ข้าพระองค์ เพราะว่าเขาเป็นของพระองค์ ทุกสิ่งซึ่งเป็นของข้าพระองค์ก็เป็นของพระองค์ และทุกสิ่งซึ่งเป็นของพระองค์ก็เป็นของข้าพระองค์ และข้าพระองค์มีเกียรติในสิ่งเหล่านั้น บัดนี้ข้าพระองค์จะไม่อยู่ในโลกนี้อีก แต่พวกเขายังอยู่ในโลกนี้ และข้าพระองค์กำลังจะไปหาพระองค์ ข้าแต่พระบิดาผู้บริสุทธิ์ ขอพระองค์ทรงโปรดพิทักษ์รักษาบรรดาผู้ที่พระองค์ได้ประทานแก่ข้าพระองค์ไว้โดยพระนามของพระองค์ เพื่อเขาจะได้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เหมือนดังข้าพระองค์กับพระองค์”

พระเยซูทรงอธิษฐานเพื่อเราในคืนก่อนที่พระองค์จะสิ้นพระชนม์ และทรงพูดถึงเรื่องความเป็นส่วนหนึ่งหลายครั้ง คุณสามารถเห็นได้จากถ้อยคำของพระองค์ พระองค์ตรัสว่าพระเจ้าทรงมอบอำนาจให้พระองค์ประทานชีวิตนิรันดร์แก่ทุกคนที่พระเจ้าทรงมอบแก่พระองค์ (ดูข้อ 2) พระองค์ทรงอ้างถึงเราว่าเป็น “คนทั้งหลายที่พระองค์ได้ประทานให้แก่ข้าพระองค์จากมวลมนุษย์โลก” และตรัสอีกว่า “คนเหล่านั้นเป็นของพระองค์แล้ว และพระองค์ได้ประทานเขาให้แก่ข้าพระองค์” (ดูข้อ 6) และพระองค์ยังตรัสอีกว่า พระองค์ทรงอธิษฐาน “เพื่อคนเหล่านั้นที่พระองค์ได้ประทานแก่ข้าพระองค์ เพราะว่าเขาเป็นของพระองค์ ทุกสิ่งซึ่งเป็นของข้าพระองค์ก็เป็นของพระองค์ และทุกสิ่งซึ่งเป็นของพระองค์ก็เป็นของข้าพระองค์” (ดูข้อ 9-10)

ทั้งหมดนี้บอกอะไรกับเรา การที่คุณมาเชื่อในพระเยซูนั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ไม่ว่าคุณจะเติบโตมาในครอบครัวคริสเตียนหรือไม่ก็ตาม พระเจ้าทรงประสงค์ให้คุณเป็นของพระบุตรของพระองค์ตั้งแต่แรกเริ่ม และพระองค์ก็ทรงมอบคุณให้แก่พระบุตร คุณเป็นของขวัญจากพระบิดาถึงพระเยซู เป็นของขวัญที่พระเยซูทรงหวงแหนมากจนพระองค์ทรงยอมทนทุกข์ สิ้นพระชนม์ และคืนพระชนม์เพื่อคุณ พระองค์ทรงประสงค์จะประทานชีวิตนิรันดร์แก่คุณ และจะทรงให้คุณเป็นขึ้นมาจากความตายในวันสุดท้าย (ดูข้อ 2 และยอห์น 6:39-40)

แล้วตอนนี้คุณเป็นอะไรล่ะ คุณเป็นสมบัติของพระเยซู เป็นของขวัญจากพระบิดาถึงพระบุตรของพระองค์ เป็นความปีติยินดีที่อยู่เบื้องหน้าพระองค์ซึ่งพระองค์ทรงทนทุกข์ทรมานบนไม้กางเขนเพื่อคุณ (ดู ฮีบรู 12:2) พระเยซูไม่ทรงยอมเสียคุณไป พระองค์ทรงรักคุณอย่างสุดซึ้ง และพระองค์ทรงอธิษฐานเพื่อคุณที่นี่ ในคืนก่อนที่พระองค์จะสิ้นพระชนม์ และแม้กระทั่งตอนนี้ในสวรรค์ขณะที่พระองค์ทรงวิงวอนต่อพระบิดาเพื่อคุณ (ดู ฮีบรู 7:25)

เราอธิษฐาน: ข้าแต่พระเจ้า ข้าพระองค์ยินดีที่ได้เป็นของพระองค์ ขอทรงโปรดให้ข้าพระองค์อยู่กับพระองค์ตลอดไป อาเมน

คำถามเพื่อการใคร่ครวญ:

  1. คุณปฏิบัติต่อสมบัติอย่างไร คุณจะทำอย่างไรเพื่อรักษาสมบัติให้ปลอดภัย
  2. พระเยซูทรงปฏิบัติต่อคุณอย่างไร พระองค์ทรงทำอะไรเพื่อคุณบ้าง พระองค์ยังทรงทำอะไรอยู่ และพระองค์จะทรงทำอะไรในอนาคต
  3. บทเพลงของซาโลมอน 6:3ก กล่าวว่า “ตัวดิฉันเป็นกรรมสิทธิ์ของที่รักของดิฉัน” ถ้าคุณเป็นของพระเยซู นั่นหมายความว่าพระองค์ก็เป็นของคุณด้วยเช่นกัน คุณรู้สึกอย่างไรกับเรื่องนี้

© : Lutheran Hour Ministries

Comments are closed.