ธรรมชีวิตประจำวันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม 2026 “อย่าดูหมิ่นการเริ่มต้นที่เล็กๆ”

กิจการ 1:14, 15ข – พวกเขาร่วมใจกันขะมักเขม้นอธิษฐานพร้อมกับพวกผู้หญิง และมารีย์มารดาของพระเยซูและพวกน้องชายของพระองค์ด้วย … ซึ่งประชุมกันอยู่ มีรวมทั้งสิ้นประมาณร้อยยี่สิบคน”

เป็นเรื่องง่ายที่จะดูถูกจุดเริ่มต้นเล็กๆ มองจากภายนอกแล้ว กลุ่มของพระเยซูในยุคแรกก็เป็นเช่นนั้น เดิมทีมีสาวกหลัก 12 คน แต่หนึ่งในนั้นทรยศพระองค์และฆ่าตัวตายไปแล้ว ดังนั้น ตอนนี้จึงเหลือสาวกเพียง 11 คน

นอกจากนี้ยังมีผู้หญิงบางคนที่ติดตามพระเยซูไปยังกรุงเยรูซาเล็ม แต่ขณะที่พระองค์ทรงถูกตรึงกางเขน พวกเธอก็เฝ้ามองอย่างสิ้นหวังจากระยะไกล ยังมีคนอื่นๆ ที่อยู่ชายขอบพร้อมกับพวกเธอ รวมถึงพี่น้องต่างมารดาของพระเยซูเอง ผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยดูถูกคำกล่าวอ้างเรื่องพระเมสสิยาห์ของพระองค์ (ดู ยอห์น 7:5)

แม่ของพระองค์ก็อยู่ที่นั่นด้วย รวมแล้วมีคนประมาณ 120 คน และดูเผินๆ แล้วคนเหล่านี้ก็ดูไม่ค่อยมีอะไรโดดเด่นนัก

แต่พระเยซูทรงคืนพระชนม์จากความตายเพื่อทำให้พวกเขาเป็นเสมือนพยานของพระองค์ พระองค์ตรัสว่าพวกเขาจะเป็นพยานของพระองค์ไปจนถึงสุดปลายแผ่นดินโลก พวกเขาไม่จำเป็นต้องรู้ว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้นเมื่อไรหรืออย่างไร เพียงพอแล้วที่พวกเขารู้ว่าพระเยซูทรงมาจากพระเจ้าและพระองค์จะกลับไปหาพระเจ้า และวันหนึ่งพระองค์จะเสด็จกลับมาเพื่อแก้ไขโลกให้ถูกต้องอีกครั้ง

ดังนั้น ในระหว่างนั้น พวกเขาจึงอุทิศตนให้กับการอ่านพระคัมภีร์และการอธิษฐาน และเท่าที่พวกเขารู้ พวกเขาก้าวไปข้างหน้าทีละเล็กทีละน้อยสู่อนาคตซึ่งพระเยซูทรงเรียกพวกเขา นั่นอาจจะไม่มากนัก แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้น

“อย่าบังอาจดูถูกสิ่งเล็กน้อยที่เกิดขึ้น” (เศคาริยาห์ 4:10ก, แปลตรงจากต้นฉบับ-ผู้แปล) คำกล่าวนี้มาจากผู้เผยพระวจนะเศคาริยาห์ ผู้ซึ่งกล่าวพระวจนะของพระเจ้าแก่ประชากรของพระองค์เมื่อประมาณ 500 ปีก่อน ประชากรของพระเจ้ากลับมาจากการถูกเนรเทศ และขณะที่รอคอยพระเมสสิยาห์ของพระเจ้า คือพระคริสต์ พวกเขาก็เริ่มสร้างชีวิตใหม่ แต่บางวันเขาไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงใดๆ เขารู้สึกว่าความพยายามเล็กๆ น้อยๆ ของพวกเขาคงไม่เพียงพอ

ดังนั้น พระเจ้าจึงทรงประทานข่าวสารแก่เศคาริยาห์เพื่อไปบอกกับผู้นำของประชาชนในเวลานั้น คือผู้ชายที่ชื่อเศรุบบาเบล (ดู ฮักกัย 2:21-23) เศรุบบาเบลเห็นอุปสรรคมากมายที่ขวางกั้นประชาชนของพระเจ้าอยู่ราวกับภูเขา เมื่อเศคาริยาห์มาบอกข่าวสารแก่เขาว่า “นี่เป็นพระวจนะของพระเจ้าที่ให้ไว้กับเศรุบบาเบลว่า มิใช่ด้วยกำลัง มิใช่ด้วยฤทธานุภาพ แต่ด้วยวิญญาณของเรา พระเจ้าจอมโยธาตรัสดังนี้แหละ โอ ภูเขาใหญ่ เจ้าเป็นอะไรเล่า ต่อหน้าเศรุบบาเบล เจ้าจะเป็นที่ราบ และท่านจะนำศิลาก้อนที่อยู่ยอดออกมาท่ามกลางการโห่ร้องว่า งามจริง พระวิหาร งามจริง ยิ่งกว่านั้นพระวจนะของพระเจ้า…จากองค์พระผู้เป็นเจ้าว่า “…อย่าบังอาจดูถูกสิ่งเล็กน้อยที่เกิดขึ้นเหล่านี้ เพราะองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงยินดีที่เห็นงานเริ่มต้นขึ้น” (เศคาริยาห์ 4:6ข-8, 10ก, แปลตรงจากต้นฉบับ – ผู้แปล)

เมื่อพระเจ้าทรงมองดูจุดเริ่มต้นเล็กๆ ของเรา พระองค์ไม่ได้ทรงเห็นสิ่งที่เราเห็น พระเจ้าทรงเห็นการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ที่สะสมกันจนกลายเป็นนิรันดร์ พระเจ้าทรงเห็นก้าวเดินเล็กๆ ของลูกๆ ของพระองค์ที่พระองค์ทรงชื่นชมยินดี พระเจ้าทรงเห็นภาพจิตรกรรมฝาผนังที่พระองค์ทรงสร้างขึ้นจากความพยายามอันอ่อนแอของเราเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่สมบูรณ์แบบของพระบุตรของพระองค์

เราอธิษฐาน: ข้าแต่พระบิดา โปรดช่วยให้ข้าพระองค์รู้ถึงความปีติยินดีของพระองค์เมื่อทรงเห็นงานเริ่มต้นขึ้น เพื่อเห็นแก่พระเยซูคริสต์ อาเมน

คำถามเพื่อการใคร่ครวญ:

  1. ในชีวิตประจำวัน มีตัวอย่างอื่นๆ ของความพยายามเล็กๆ น้อยๆ ที่สะสมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ บ้างไหม
  2. เมื่อไหร่ที่คุณเคยถูกล่อลวงให้ดูถูกจุดเริ่มต้นที่เล็กน้อย
  3. เหตุใดพระเจ้าจึงอาจทรงยินดีในการเริ่มต้นด้วยสิ่งที่เล็กน้อยและถูกดูหมิ่น (ดู 1 โครินธ์ 1:26-31)

© : Lutheran Hour Ministries

Comments are closed.