ธรรมชีวิตประจำวันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม 2026 “ถ้าพระเจ้าเองทรงอยู่ฝ่ายข้าฯ”

“ผู้ที่ยึดมั่นด้วยความมุ่งมั่นในองค์พระผู้เป็นเจ้า ผู้ซึ่งซาตานเกลียดชัง ต้องคอยระวังการถูกกดขี่ข่มเหง สำหรับเขาแล้ว ภาระหนักหนากำลังเฝ้ารออยู่ นั่นคือการเยาะหยัน ความอัปยศ และความสูญเสียที่ประโคมโถมทับลงบนศีรษะอันไร้ความผิดของเขา ภัยพิบัติและไม้กางเขนนับพันจะเป็นอาหารประจำวันของเขา”

“ไม่ว่าอันตราย ความหิวโหย หรือความกระหาย ความเจ็บปวด หรือความยากจน ความโกรธเกรี้ยวของทรราชย์บนโลกนี้ จะไม่มีวันชนะข้าฯ ได้ ถึงแม้แผ่นดินโลกจะแตกสลายลง พระองค์ยังคงเป็นป้อมปราการของข้าฯ ไม่มีไฟ หรือดาบ หรือเสียงคำรามของพายุจะพรากพระองค์ไปจากข้าฯ ได้”

สำหรับผู้ที่ยึดมั่นในพระเยซูคริสต์ด้วยความเชื่อ “ภัยพิบัติและไม้กางเขนนับพันจะเป็นอาหารประจำวันของเขา” นี่ไม่ใช่สิ่งที่คุณจะเรียกว่าเป็นข่าวดี นี่ไม่ใช่สิ่งที่เรากำลังทูลขอเมื่อเราอธิษฐานว่า “ขอทรงโปรดประทานอาหารประจำวันแก่ข้าพระองค์ทั้งหลายในกาลวันนี้” แม้บทเพลงของเราเตือนเราให้ “คอยระวังการถูกกดขี่ข่มเหง” เราต้องไม่แสวงหาความเกลียดชังจากโลกอย่างตั้งใจโดยเด็ดขาด อย่างไรก็ตาม เราไม่ควรประหลาดใจเมื่อถูกข่มเหง เพราะพระเยซูทรงเตือนเราว่า “เพราะเราได้เลือกท่านออกจากโลก เหตุฉะนั้นโลกจึงเกลียดชังท่าน” (ยอห์น 15:19ข) คริสเตียนนำสิ่งดี ๆ มากมายมาสู่โลก ทั้งต่อผู้มีความเชื่อและผู้ไม่มีความเชื่อเช่นเดียวกัน บรรดาผู้ที่ติดตามพระเยซูประกาศข่าวประเสริฐ ช่วยเหลือคนยากจนและคนป่วย และเลี้ยงดูคนหิวโหย ตามที่องค์พระผู้เป็นเจ้าของเราทรงบัญชา แม้แต่ผู้ที่ไม่เชื่อก็ยังมักเคารพงานการกุศลเช่นนี้ แล้วทำไมหลายคนถึงเกลียดชังเราล่ะ”

บทเพลงวันนี้ให้คำตอบ โลกที่ไม่เชื่อพระเจ้ามักจะเกลียดชังผู้ที่ “ยึดมั่นด้วยความมุ่งมั่นในองค์พระผู้เป็นเจ้า” นับตั้งแต่ปฐมกาล ซาตานพยายามทำลายพระวจนะและพระราชกิจของพระเจ้า ศัตรูผู้ชั่วร้ายยังต้องการทำลายทุกคนที่ยึดมั่นในพระเยซูด้วยความเชื่อ ซาตานพยายามทำลายพระเยซูโดยไม่รู้ตัวว่าการชักนำผู้คนให้ทรยศ จับกุม และฆ่าพระผู้ช่วยให้รอดนั้น แท้จริงแล้วมารร้ายกำลังนำมาซึ่งความพินาศของตนเอง โดยการสิ้นพระชนม์และการคืนพระชนม์ของพระองค์ พระเยซูทรงบดขยี้อำนาจของบาป ความตาย และมารร้าย วาระสุดท้ายของซาตานถูกกำหนดไว้แล้วและมันก็รู้ตัวดี เหมือนกับสัตว์ร้ายที่บาดเจ็บสาหัสใกล้ตาย ซาตานจึงดิ้นพล่านด้วยความโกรธเกรี้ยวโดยพยายามใช้การทดลองและการข่มเหงต่าง ๆ เพื่อแยกเราออกไปจากองค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา

แต่กระนั้นเราก็มีข่าวดีในบทเพลงของเรา มารไม่สามารถแย่งเราไปจากพระหัตถ์ของพระผู้เลี้ยงของเราได้ พระเยซูจะไม่มีทางยอมให้มารทำเช่นนั้น บทเพลงของเราประกาศอย่างห้าวหาญว่า “ไม่ว่าอันตราย ความหิวโหย หรือความกระหาย ความเจ็บปวด หรือความยากจน ความโกรธเกรี้ยวของทรราชย์บนโลกนี้” ไม่สามารถแยกเราจากพระเยซูได้ รายการในบทเพลงสะท้อนถึงถ้อยคำของอัครทูตเปาโลผู้ที่สรุปรายการคล้ายคลึงกันเอาไว้ด้วยความแน่ใจว่าไม่มีสิ่งใดในการทรงสร้างทั้งหมดจะ “สามารถกระทำให้เราทั้งหลายขาดจากความรักของพระเจ้า ซึ่งมีอยู่ในพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเราได้” (โรม 8:39ข) เราจะทนต่อการกดขี่ข่มเหง โลกจะเกลียดชังเราและกางเขนแห่งการเยาะเย้ยถากถางและความดูถูกเหยียดหยาม นั่นอาจเป็น “อาหารประจำวัน” ของเรา แต่เราชนะสงครามแล้ว พระผู้ช่วยให้รอดผู้ซึ่งเรายึดมั่นด้วยความเชื่ออันแน่วแน่นั้น ทรงประคองเราไว้ในพระหัตถ์ที่แข็งแกร่งและมีรอยตะปูของพระองค์

เราอธิษฐาน: พระเยซูองค์พระผู้เป็นเจ้า ไม่มีสิ่งใดจะสามารถแยกข้าพระองค์จากความรักของพระองค์ได้ โปรดช่วยข้าพระองค์ให้เป็นพยานที่กล้าหาญเพื่อพระองค์ อาเมน

คำถามเพื่อการใคร่ครวญ:

  1. แม้โลกจะเต็มไปด้วยความบาปและมืดมน คริสเตียนจะพยายามดำเนินชีวิตด้วยวิธีใด (ดู มัทธิว 5:13-16)
  2. เราจะเข้มแข็งในความเชื่อได้อย่างไรท่ามกลางกลอุบายของศัตรูและสิ่งล่อลวงของโลก (ดู 2 โครินธ์ 10:3-5, 13; เอเฟซัส 6:11-17; 1 เปโตร 5:8-9)
  3. ไม่มีสิ่งใดในการทรงสร้างทั้งหมดจะ “สามารถกระทำให้เราทั้งหลายขาดจากความรักของพระเจ้าซึ่งมีอยู่ในพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเราได้” ข้อความนี้มีความหมายอย่างไรสำหรับคุณ

© : Lutheran Hour Ministries

Comments are closed.