คนที่กล่าวหมิ่นประมาทต่อพระวิญญาณบริสุทธิ์ จะไม่ได้รับการยกโทษ – ลูกา 12:10

พระเยซูทรงตรัสประโยคนี้หลังจากที่พวกฟาริสี เห็นพระองค์ทรงขับผีออกและรักษาคนป่วยด้วยฤทธิ์อำนาจของพระวิญญาณบริสุทธิ์ แต่พวกเขากลับกล่าวหาว่าพระองค์ทรงใช้ฤทธิ์ของเบเอลเซบูล เจ้าแห่งผีในการขับผี พวกฟาริสีไม่ได้ทำผิดเพราะความไม่รู้ แต่พวกเขาเห็นหลักฐานคาตาว่าคือความดีงามของพระเจ้า แต่กลับจงใจ กลับดำเป็นขาวเรียกพระวิญญาณบริสุทธิ์ว่าเป็นมาร สิ่งที่เป็นการหมิ่นประมาทพระวิญญาณในปัจจุบันคือการปฏิเสธเสียงเรียกของพระวิญญาณบริสุทธิ์อย่างต่อเนื่องจนวาระสุดท้ายของชีวิต คือการปฏิเสธความรอดที่พระเจ้าหยิบยื่นให้จนถึงที่สุด จงอย่าเป็นคนที่มีทิฐิสูงจนมองเห็นสิ่งที่ดีงามว่าเป็นสิ่งชั่วร้ายเพียงเพราะมันไม่ได้มาจากกลุ่มหรือความเชื่อของตนเอง พระวิญญาณมักจะเตือนสติผ่านมโนธรรม การเพิกเฉยต่อเสียงเตือนสติบ่อยๆ จะทำให้ใจเราแข็งกระด้างจนแยกแยะถูกผิดไม่ได้ แล้วในที่สุดเมื่อวันแห่งพระเจ้ามาถึงนั่นคือจุดจบของผู้มีใจแข็งกระด้าง

ข้าแต่พระเจ้า ผู้ทรงบริสุทธิ์ ข้าพระองค์เข้ามาต่อพระพักตร์พระองค์ด้วยใจที่ยำเกรง ขอบพระคุณพระองค์สำหรับความรักและพระคุณที่ประทานให้ในทุกวัน ในเวลานี้ ข้าพระองค์ขอทูลวิงวอนขอการทรงนำที่มาจากพระองค์ โปรดทรงปกป้องรักษาความคิด จิตใจ และริมฝีปากของข้าพระองค์ ขออย่าให้ข้าพระองค์มีท่าทีที่แข็งกระด้าง หรือมีคำพูดใดที่ดูหมิ่นพระวิญญาณบริสุทธิ์ อันเป็นการบาปที่ยากจะอภัย ขอทรงสอนให้ข้าพระองค์มีใจที่ไวต่อเสียงเรียกของพระองค์เสมอ เพื่อที่จะไม่ก้าวล่วงหรือตัดสินพระราชกิจของพระวิญญาณด้วยสติปัญญาอันจำกัดของข้าพระองค์ ขอพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงครอบครองเหนือจิตวิญญาณของข้าพระองค์ ประทานใจที่เชื่อฟังและถ่อมลง เมื่อพระองค์ทรงสำแดงความจริงหรือทรงตักเตือนสิ่งใด ขอให้ข้าพระองค์น้อมรับด้วยความเต็มใจ เพื่อที่ชีวิตของข้าพระองค์จะเป็นที่ถวายเกียรติและอยู่ในทางพระประสงค์ของพระองค์เสมอไป ข้าพระองค์อธิษฐานทูลขอต่อพระเจ้าในพระนามพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน

…คนที่กล่าวหมิ่นประมาทต่อพระวิญญาณบริสุทธิ์ จะไม่ได้รับการยกโทษ – ลูกา 12:10

Comments are closed.