เชิญสดับ บทเพลงสวรรค์อันแสนปีติ ที่เหล่าทูตสวรรค์ขับขานอยู่เบื้องบน ทั้งเครูบและเสราฟิม ต่างร่วมร้องสรรเสริญไม่หยุดหย่อนก้องทั่ววิมานเมืองฟ้าด้วยความพร้อมเพรียงแว่วหวานว่า บริสุทธิ์ บริสุทธิ์ บริสุทธิ์ แด่องค์พระผู้เป็นเจ้า
“ดูเถิด ขบวนอัครทูตผู้วิสุทธิ์ร่วมแซ่ซ้องสรรเสริญพระนามบริสุทธิ์ของพระองค์ เหล่าผู้เผยพระวจนะร่วมประสานเสียงขับขานดังกึกก้อง และเหล่าผู้พลีชีพสวมเสื้อสีขาวขับขานตาม และตั้งแต่เช้าจรดตะวันตกดิน ผ่านทางคริสตจักรบทเพลงยังคงดังก้องไป”
คอนเสิร์ตนักร้องประสานเสียงอาจกินเวลาเป็นชั่วโมงหรือสองชั่วโมงหรืออยู่ระหว่างนั้น เพราะมีความสุขกับประสบการณ์นั้นเราอยากให้เสียงเพลงดำเนินต่อไปชั่วนิรันดร์ ต่อหน้าพระที่นั่งของพระเจ้าคอนเสิร์ตของทูตสวรรค์ดำเนินไปชั่วนิรันดร์ นั่นเป็นภารกิจเดียวของทูตสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งได้แก่เครูบและเสราฟิมที่บทเพลงของเรากล่าวถึง ผู้ส่งข่าวแห่งสวรรค์เหล่านี้ถูกสร้างมาเพื่อปรนนิบัติพระเจ้าและถวายคำสรรเสริญในการ “ร้องสรรเสริญไม่หยุดหย่อน” แด่พระผู้สร้างของตน บางครั้งนักร้องประสานเสียงทูตสวรรค์จะถูกเรียกมาเพื่อการแสดงพิเศษเหมือนกับเมื่อตอนที่เหล่าพลโยธาแห่งสวรรค์เติมเต็มราตรีด้วยแสงสว่างและคำสรรเสริญในคืนที่พระเยซูประสูติ นักร้องประสานเสียงแห่งสวรรค์ชื่นชมยินดีในชัยชนะของพระผู้ช่วยให้รอดที่เป็นขึ้นมาและเป็นที่เชิดชูว่า “ราชอาณาจักรแห่งพิภพนี้ได้กลับเป็นราชอาณาจักรขององค์พระผู้เป็นเจ้าของเราและเป็นของพระคริสต์ของพระองค์ และพระองค์จะทรงครอบครองตลอดไปเป็นนิตย์” (วิวรณ์ 11:15ข) สมาชิกคณะนักร้องประสานเสียงหลายคนในโลกไม่สามารถหักห้ามใจที่จะเข้าร่วมกับคณะนักร้องประสานเสียงกลุ่มนั้น
ไม่ใช่ทูตสวรรค์กลุ่มเดียวที่ร้องเพลงสรรเสริญอย่างไม่หยุดหย่อน “ขบวนอัครทูตผู้วิสุทธิ์” เข้าร่วมกับทูตสวรรค์เหล่านั้น นั่นคือ ขบวนอันทรงเกียรติของผู้คนที่เป็นพยานรู้เห็นต่อพระคริสต์ผู้ทรงคืนพระชนม์ นอกจากนั้นพวกผู้เผยพระวจนะ (ซึ่งเป็นผู้คนที่พระเจ้าตรัสกับประชากรของพระองค์ผ่านทางเขา) ก็สรรเสริญองค์พระผู้เป็นเจ้าด้วยเช่นกัน ผู้คนที่ร้องขับขานตามมาคือ “เหล่าผู้พลีชีพสวมเสื้อสีขาว” พยานเพื่อพระคริสต์ที่สละชีวิตของตนเพื่อการเป็นพยานนั้น “คนเหล่านี้คือคนที่มาจากความทุกข์เวทนาครั้งใหญ่ พวกเขาได้ชำระล้างเสื้อผ้าของเขาในพระโลหิตของพระเมษโปดก จนเสื้อผ้านั้นขาวสะอาด” (วิวรณ์ 7:14ข) คนเหล่านี้ทั้งหมดถวายคำสรรเสริญอย่างต่อเนื่อง แต่สวรรค์ไม่ใช่สถานที่เดียวที่เราได้ยินเสียงร้องสรรเสริญไม่หยุดหย่อน
สิ่งทรงสร้างทั้งปวงถูกเรียกให้ยกย่องพระผู้สร้างของตน ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดวงดาว สิ่งมีชีวิตในทะเล ไฟ ลูกเห็บ หิมะ และลม สัตว์ป่าและนกได้รับคำสั่งให้สรรเสริญองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงสร้างและทรงค้ำจุนสิ่งเหล่านั้น (ดู สดุดี 148) เราทั้งหลายที่ติดตามพระเยซูก็ไม่ได้ถูกตัดออกจากการมีส่วนร่วมคณะนักร้องประสานเสียงเหล่านี้เช่นกัน พระคัมภีร์บอกเราให้ “จงร้องเพลงสดุดีเพลงนมัสการและเพลงสรรเสริญ” ด้วยใจโมทนาขอบพระคุณของเรา (โคโลสี 3:16ข) ในตอนเช้าวันอาทิตย์หรือที่บ้าน พร้อมกับพี่น้องชายหญิงหรือคนเดียว เราร่วมกันร้องสรรเสริญอย่างไม่สิ้นสุด ในเสรีภาพที่จะนมัสการหรือในความทุกข์ภายใต้การข่มเหง ในสุขภาพดีหรือในความเจ็บป่วย พระกายของพระคริสต์บนแผ่นดินโลกร่วมกับคริสตจักรในสวรรค์เพื่อสรรเสริญพระเจ้า ไม่ว่าด้วยการร้องออกมาด้วยเสียงดังหรือในความเงียบแห่งหัวใจที่ขอบพระคุณก็ตาม เรานมัสการพระเยซูพระเมษโปดกผู้ทรงถูกฆ่าเพื่อช่วยเราให้รอด นิรันดร์กาลทั้งหมดจะไม่มีวันเพียงพอที่จะถวายขอบพระคุณสำหรับสิ่งที่พระองค์ทรงกระทำเพื่อเรา ดังนั้น เราจึงเริ่มต้นตอนนี้เสมือนว่าบทเพลงดำเนินต่อไปผ่านทางคริสตจักร
เราอธิษฐาน: พระเยซูองค์พระผู้เป็นเจ้า โปรดรับคำสรรเสริญขอบพระคุณของข้าพระองค์ทั้งในตอนนี้และตลอดไป อาเมน
คำถามเพื่อการใคร่ครวญ:
- คริสตจักรของคุณมีคณะนักร้องประสานเสียงหรือไม่ คริสตจักรของคุณมีการนมัสการแบบร่วมสมัยหรือไม่ คุณมีพื้นที่ในการนมัสการทั้งสองแบบที่จะใช้ตะลันต์ด้านดนตรีของคุณหรือไม่
- คุณคิดว่าคณะนักร้องแห่งสวรรค์ในวันที่พระเยซูบังเกิดมีสุ่มเสียงอย่างไร
- เสียงเพลงที่ถวายเกียรติพระเจ้าเหมาะกับชีวิตของคุณอย่างไรแม้ในยามที่คุณไม่ได้อยู่ในคริสตจักร
© : Lutheran Hour Ministries

