ธรรมชีวิตประจำวันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน 2026 “การเดินทางผ่านความกระวนกระวายใจ”

ฟีลิปปี 4:6: อย่าทุกข์ร้อนในสิ่งใด ๆ เลย แต่จงทูลเรื่องความปรารถนาของท่านทุกอย่างต่อพระเจ้าด้วยการอธิษฐาน การวิงวอน กับการขอบพระคุณ

คุณมีปฏิกิริยาอย่างไรเมื่อเห็นไฟเตือนที่รถของคุณ คุณนึกภาพตัวเองติดอยู่บนทางด่วนท่ามกลางพายุฝนฟ้าคะนองในทันทีเลยหรือเปล่า ฝ่ามือของคุณเริ่มเหงื่อออกเพราะรู้สึกเหมือนกำลังขับรถที่มีระเบิดเวลาหนัก 2,000 ปอนด์อยู่หรือเปล่า หรือคุณคิดว่ามันคงไม่ใช่เรื่องใหญ่ ส่วนใหญ่แล้วก็อาจเป็นสัญญาณเตือนที่ผิดพลาด ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลอะไร นั่นเป็นส่วนหนึ่งของพระประสงค์ของพระเจ้า หากคุณมีคนหลายคนใช้รถคันเดียวกัน โดยปกติแล้วพวกคุณจะช่วยกันตัดสินใจในเรื่องนี้ คนหนึ่งอยากให้ไฟเตือนนั้นได้รับการแก้ไขโดยเร็วที่สุด ส่วนอีกคนก็พอใจที่จะเอาสติกเกอร์หน้ายิ้มสีเหลืองมาแปะทับไว้ และในที่สุดพวกคุณก็จะช่วยกันนำรถไปให้ช่างซ่อมรถที่สามารถบอกคุณได้ว่าจริง ๆ แล้วคุณจำเป็นต้องทำอะไร

วันนี้เราได้ยินข้อความจากพระคัมภีร์อีกครั้งหนึ่งที่บอกเราว่าอย่ากังวล “อย่ากระวนกระวาย” (มัทธิว 6:25, 6:31, 10:19; ลูกา 12:11; อิสยาห์ 35:4) แต่การกระวนกระวายคืออะไร ความกระวนกระวายคือ ความกลัวที่จดจ่อไปในอนาคต ความกลัวคือ ปฏิกิริยาที่ไม่สบายใจต่อภัยคุกคามในปัจจุบัน (เป็นจริงหรือที่รับรู้) แต่ความกระวนกระวายคือ ความกลัวต่อภัยคุกคามที่คาดการณ์ไว้ สิ่งเลวร้ายยังไม่เกิดขึ้น แต่ก็อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต ความกระวนกระวายเปรียบเสมือนไฟเตือน เครื่องยนต์ของคุณยังไม่พังตอนนี้ แต่ก็อาจเกิดขึ้นได้ ไฟเตือนบอกคุณว่ามีความเป็นไปได้ที่สิ่งเลวร้ายจะเกิดขึ้นในอนาคต ดังนั้น คุณควรหาทางแก้ไขตั้งแต่ตอนนี้ หรืออาจเป็นไปได้ว่าไฟเตือนนั้นเป็นสัญญาณเตือนที่ผิดพลาด และสิ่งที่ระบบต้องการคือ การปรับใหม่และล้างรหัสข้อผิดพลาด แต่ไม่ควรเอาสติกเกอร์ไปปิดทับมันไว้

ในโลกที่เสื่อมทราม ในโลกที่เต็มไปด้วยภัยคุกคามที่แท้จริง ความวิตกกังวลเป็นเรื่องปกติในชีวิต เปาโลคนเดียวกันที่บอกเราว่า “อย่ากระวนกระวาย” ยอมรับว่าตัวท่านเองก็รู้สึกกระวนกระวาย “ถึงคริสตจักรทั้งปวง” (2 โครินธ์ 11:28ข ดู ฟิลิปปี 2:28) แม้แต่พระเยซูเอง ตามธรรมชาติของมนุษย์อย่างสมบูรณ์ ก็ต้องผ่านความทุกข์ทรมานทางจิตใจและจิตวิญญาณอย่างสุดขีดเมื่อพระองค์ทรงคาดการณ์ถึงภัยคุกคามจากไม้กางเขน (ดู มาระโก 14:33-36; ยอห์น 12:27) ดังนั้น ถ้าพระบุตรของพระเจ้าและอัครสาวกผู้บริสุทธิ์ของพระองค์ต่างก็คุ้นเคยกับความกระวนกระวาย คุณก็ไม่จำเป็นต้องตำหนิตัวเองในเรื่องความกระวนกระวายของคุณ เมื่อพระคัมภีร์เรียกร้องให้คุณ “จงละความกระวนกระวายของท่านไว้กับพระองค์ เพราะว่าพระองค์ทรงห่วงใยท่านทั้งหลาย” (1 เปโตร 5:7) นั่นหมายความว่า โดยทั่วไปแล้วคุณก็มีสิ่งที่จะมอบให้พระเจ้าอยู่บ้าง

ในบริบทที่เหมาะสม ความกระวนกระวายอาจเป็นสิ่งที่ดี เมื่อมันทำหน้าที่เป็นสัญญาณเตือน ซึ่งเป็นปฏิกิริยาตามธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตที่ช่วยให้คุณปลอดภัย เพื่อเตือนให้คุณ “คิดให้ดีก่อนลงมือทำ” (หรือตรวจสอบยางรถยนต์ก่อนขับรถ) แต่ความวิตกกังวลจะไม่ทำหน้าที่ที่พระเจ้าทรงมอบให้จนกว่าความรู้สึกนั้นจะนำคุณไปทูลต่อพระเจ้าด้วยการอธิษฐาน ดังที่เปาโลบอกเราและพระเยซูทรงแสดงให้เราเห็น ความกระวนกระวายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตมนุษย์ แต่พระเจ้าไม่ทรงต้องการให้เราจมอยู่กับความกระวนกระวายนั้น พระองค์ทรงต้องการเดินทางร่วมกับเราผ่านช่วงเวลานั้น เมื่อพระเยซูตรัสว่า “อย่ากระวนกระวาย” นั่นคือคำเชิญชวนให้เราก้าวไปข้างหน้ากับพระเจ้าผู้ทรงสร้าง ผู้ทรงฤทธานุภาพที่เราเรียกพระองค์ว่า “พระบิดา” ผู้ทรงห่วงใยแม้กระทั่งนกตัวเล็ก ๆ (ดู ลูกา 12:6, 24) นั่นคือ คำเชิญชวนให้เราก้าวไปข้างหน้ากับพระองค์ผู้ทรงอดทนและทรงปกป้องเราจากภัยคุกคามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือ การแยกเราจากพระเจ้าชั่วนิรันดร์ เพื่อทรงนำเรากลับบ้านอย่างปลอดภัย คุณไม่ต้องกังวลเพราะคุณเป็นคนพิเศษสำหรับพระเจ้า คุณมีค่ามากกว่านกและรถยนต์ คุ้มค่าที่จะยอมสิ้นพระชนม์เพื่อคุณ และทรงดียิ่งกว่าช่างซ่อมรถเสียอีก พระบิดาของคุณทรงรู้ว่าคุณต้องการอะไร (ดู ลูกา 12:30)

เราอธิษฐาน: ข้าแต่พระบิดา ข้าพระองค์ขอฝากความกระวนกระวายใจทั้งหมดของข้าพระองค์ไว้กับพระองค์ ในนามของพระเยซูคริสต์ อาเมน

คำถามเพื่อการใคร่ครวญ:

  1. อะไรคือภัยคุกคามในอนาคตที่อาจเกิดขึ้นซึ่งเป็นสาเหตุของความกระวนกระวายใจของคุณ
  2. คุณเคย “หยุดชะงัก” อยู่กับที่ หรือไม่สามารถทำอะไรได้เลยเพราะความกระวนกระวายใจหรือไม่
  3. คำสัญญาใดจากพระเจ้าที่ช่วยให้คุณก้าวต่อไปข้างหน้าได้

© : Lutheran Hour Ministries

Comments are closed.